ผมเขียนแลกเปลี่ยนทรรศนะกับเพื่อนครูโยคะคนหนึ่ง
ฝากมาให้ด้วย เผื่อจะเป็นประโยชน์

ครูกวี


มีเรื่องสงสัยค่ะ

เรื่องแรกจุดมุ่งหมายสูงสุดคือการหลุดพ้น
หลุดพ้นจากอะไรคะ? หลุดพ้นการความมีตัวตนหรือเปล่าคะ?
หรือหลุดพ้นจากโลกนี้ หรือหลุดพ้นจากอะไร
ถ้าเราไม่ได้คิดว่าโลกนี้ ตัวตนนี้มันจริงซะตั้งแต่แรกแล้ว เราจะต้องหลุดพ้นจากอะไรล่ะคะ

โอ้โฮ เล่นถามทีเป็นชุดแบบปืนกลเลย

ขอตอบแบบปืนแก๊บทีละนัดเด้อ...

หลุดพ้นจากอะไร

ไม่ใช่หลุดพ้นจากโลกนี้ครับ พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้เราหนีโลก เพราะหนียังไงก็ไม่พ้นจ้า

หลุดพ้นในที่นี้คือ หลุดพ้นจาก กรงขัง จากเครื่องร้อยรัด จากเชือกผูก ที่ทำให้เราไม่เป็นอิสระ

ยกตัวอย่างเช่น นักโทษ อยู่ในเรือนจำ เป็นทุกข์เหลือเกิน เพราะถูกจองจำ ไม่สามารถไป-มาอย่างอิสระได้

พวกเราก็เช่นกัน แม้ดูเหมือนจะไป-มาได้อย่างอิสระ แต่จริงๆ แล้ว เราทั้งหลายล้วนถูกจองจำอยู่ในกรอบต่างๆ มากมาย เช่น ทุกวันเช็งเม้ง คนจีนต้องไปไหว้บรรพบุรุษที่ตายไปแล้วนะ ใครไม่ไหว้ เขาบอกว่าคนนั้นจะไม่เจริญ ทั้งๆ ที่รถติด แดดร้อน เสียเงินเสียทองมากมาย กลับมาปวดหัว เป็นไข้อีกต่างหาก ฯลฯ

ลองพิจารณาดูนะครับ ว่า เราแต่ละคน มีคุกจองจำอยู่กี่อัน

ร่างกายก็เป็นเครื่องจองจำชนิดหนึ่งเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราหิว เราจะไม่มีอิสระในการทำอะไรเลย เพราะเราโดนธรรมชาติบังคับให้เราต้องไปหาอะไรกิน คนไม่เคยหิวจะนึกถาพนี้ไม่ออก คิดว่าตัวเองเป็นอิสระ ส่วนคนเคยหิว แล้วไม่สามารถหาอะไรกินได้เลย เช่นไม่มีเงินกินข้าวเย็น จะออกไปทำงานหาเงินแลกข้าวก็ไม่ได้เพราะมันค่ำแล้ว นอนหิวทั้งคืน จะรู้รสชาติของเครื่องจองจำนี้ได้เป็นอย่างดี ที่ศาสนาอิสลามเขาให้ถือศีลอดก็เป็นอุบายสอนธรรมที่ดีมากนะ

เป็นประเด็นที่ดีมาก ที่ถามว่า
"ในเมื่อเราไม่ได้คิดว่า มีตัวตนเสียแต่แรกแล้ว จะต้องไปหลุดพ้นจากอะไร"
ถูกต้องเลยครับ ผู้ที่ "คิด" ได้เช่นนี้ คือผู้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว
การคิดเช่นนี้ เรียกว่า มีวิธีคิด มีทรรศนะ ที่เหมาะสม ภาษาพุทธ เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ (คิดชอบ)

ประเด็นก็คือ เมื่อเห็นแล้ว ก็ต้อง ปฏิบัติของจริง

ปลายทางของการปฏิบัติอยู่ที่ ฉัน "ตระหนัก" ได้อย่างแท้จริง ว่าตัวตนของฉันนั้น ไม่มี

คนละระดับนะครับ "คิดว่าตัวตนไม่มี" กับ "ตระหนักว่าตัวตนไม่มี"

สังเกตไหมครับ พระพุทธเจ้า ใช้สรรพนามเรียกตัวท่านเองว่า "เราทั้งหลาย" ไม่ได้ใช้คำว่า ฉัน กู ข้าพเจ้า ดิฉัน ผม หรือ ใดๆ

เวลาคุยกับใคร ลองเรียกแทนตัวเองว่า เราทั้งหลายดูสิครับ จะพบเลยว่ามันกระดากปากมาก เพราะใจมันเชื่อว่ามี ฉัน อยู่จริงๆ ให้พูดแทนตัวเองว่า เราทั้งหลาย มันจะพูดออกมายากมากเลย

ลองดูนะครับ จะเห็นความต่างระหว่าง คิด กับ ตระหนัก

การปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้นของศาสนาพุทธ จึงเป็นกระบวนการของ การเปลี่ยนแปลงเชิงประสบการณ์อย่างถอนรากถอนโคน โดยการคิดเป็นต้นทาง

เห็นแสงที่ปลายอุโมงค์แล้ว จากนี้ไป ก็เริ่ม "เดิน" ครับ

ขอให้มีความเจริญในการเดิน (เข้าสู่ภายในตนเอง)

 

นับถือ
เราทั้งหลาย