ถอดบทเรียนชุมชนคนเคยเจ็บ


เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่อายุยังน้อยแต่มีแนวคิดพัฒนาสร้างสรรค์สังคมด้วยความตั้งใจฝ่าฟันอุปสรรคมากมายและก็เดินมาได้หลุดพ้นขวากหนามมาหลายด่าน จนทำให้ชุมชนบ้านเกิดเข้มแข้งขึ้นหลุดพ้นจากความเจ็บมาได้

         บางครั้งความกดดันทางสังคมทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุนั้น  เป็นแรงบันดาลใจให้กลุ่มคนสามารถทำอะไรให้เกิดขึ้นได้หลายอย่าง ทั้งทางบวกและทางลบ  แต่ถ้าเป็นทางบวกจะมีพลังอย่างมหาศาลให้มีการทำความดี จนบางครั้งได้ยินเรื่องเล่ายังไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทางทางบวกนั้นเกิดจากการรวมใจของคนหนุ่ม  เกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่อายุยังน้อยแต่มีแนวคิดพัฒนาสร้างสรรค์สังคมด้วยความตั้งใจฝ่าฟันอุปสรรคมากมายและก็เดินมาได้หลุดพ้นขวากหนามมาหลายด่าน  จนทำให้ชุมชนบ้านเกิดเข้มแข้งขึ้นหลุดพ้นจากความเจ็บมาได้

              

         วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2552)  ก่อนหน้านี้หลายวันผมได้รับข้อมูลและชักชวนจากคุณนิพนธ์ สุขสะอาด  ว่าเราไปดูกลุ่มยางที่ตำบลกะปางกันมั๊ย เพราะได้รับทราบจากน้องสิทธิวุฒิ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งสง  ผู้รับผิดชอบงานส่งเสริมการเกษตรตำบลกะปางว่า มีชุมชนหนึ่งได้พัฒนากลุ่มน้ำยางสดจนเข้มแข็งมีภูมิปัญญาฝังลึก  และความสามารถสร้างภูมิคุ้มกันชุมชนได้อย่างแข็งแรงให้ชุมชนบ้านเกิดของตนเองพึ่งตนเองได้  ผมจึงบอกว่าถ้าจะไปดูก็ควรถอดบทเรียนของกลุ่มเพื่อเรียนรู้ด้วยดีกว่า  ก็เลยได้จังหวะว่าเข้าช่วงเวลาของการติดตามนิเทศในกลุ่มอำเภอที่ทีมของพวกเราฝ่ายยุทธศาสตร์ ฯ ออกพื้นที่พอดี  ก็วางแผนประสานอำเภอทุ่งสงว่านิเทศงานที่สำนักงานครึ่งวันเช้า ภาคบ่ายเข้าไปถอดบทเรียน  เพื่อเรียนรู้กระบวนการการถอดบทเรียนด้วยกัน  และได้เรียนรู้ แนวคิด หลักคิดต่าง ๆ ของชุมชนคนเก่งที่ว่าไว้นั้น  เพื่อได้องค์ความรู้ที่ดี ๆ จากชุมชนแห่งนี้ไปถ่ายทอดให้ชุมชนอื่น ๆ ได้ด้วย

          ผมโทร.หาน้องสิทธิวุฒิ เพื่อทราบข้อมูลเบื้องต้น  ซึ่งที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะว่าได้รับมอบจากเพื่อนร่วมงานให้ทำหน้าที่คุณอำนวยในครั้งนี้ทันที  แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่สามารถออกแบบกระบวนการได้ในขณะที่ได้รับข้อมูลนั้น ๆ  ก็เกิดหวั่น ๆ เหมือนกันว่าจะทำได้ดีขนาดไหน  เพราะครั้งนี้มี "คุณสังเกตุ" หลายคน  รู้สึกเครียดขึ้นมานิดหน่อย เพราะเพื่อนต้องการเรียนรู้กระบวนการ  จึงคิดว่าเอาเหมือนที่เคยปฏิบัติคือไปดูบริบท แล้วขับเคลื่อนกระบวนการไปเลยตามบรรยายกาศที่ควรจะเป็น  แต่ก็เตรียมอย่างอื่นให้พร้อม  คือกระดาษฟาง กระดาษกาว ปากกาเขียน เมื่อกิจกรรมภาคเช้าจบลง  กินข้าวเที่ยงด้วยกันแล้ว  ก็ออกเดินทางโดยการนำของน้องชะอุ่ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร  ที่รับฝากให้ช่วยทำหน้าที่จากน้องสิทธิวุฒิให้ช่วยดำเนินการแทน  เพราะตนเองติดภาระต้องเดินทางไปกรุงเทพ ฯ ด่วน มีเจ้าหน้าที่ท่านอื่น ๆ ของสำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งสงเดินทางไปร่วมเรียนรู้ด้วยกันเพื่อสังเกตุการณ์

         

        การเดินทางเข้าไปในสวนยางลึกพอสมควร  เมื่อถึงที่หมายได้มีคนรุ่น ๆ (ทางใต้จะถือว่ายังไม่ใช่วัยผู้ใหญ่)  เดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายินดียิ้มแย้มแจ่มใส  พร้อมกับกุลีกุจอให้การต้อนรับในหลาย ๆ ด้าน  ผมก็พยามบอกว่าไม่ต้องมีพิธีการอะไรมากนัก  สบาย ๆ แล้วนั่งคุยกัน  ที่นี่มีป้ายสำหรับประชุมสมาชิกอยู่ก็ให้น้องนวพร สุขอนันต์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรที่ไปด้วยกัน  และทำหน้าเป็นคุณลิขิตในวันนี้   ปิดกระดาษฟางเตรียมไว้บนกระดาน  ทราบจากประธานกลุ่ม(รูปซ้ายพูดไมค์) ว่านัดไว้ทุกคนพร้อมกันบ่ายสองโมง  

   

        ถึงเวลานัดหมายประธานก็เริ่มพูดต้อนรับและเล่าเรื่อง  ผมจึงขอโทษเขาและหารือว่าขอให้เราทุกคนได้ทำความรู้จักกันก่อน  ว่าต้อนนี้มีใครบ้างและก็ถือโอกาสถอดหมวกของทุกคน(ตำแหน่งทั้งเจ้าหน้าที่และของชุมชน) วางไว้บนโต๊ะเพื่อความเท่าเทียมในวันนี้แต่หลังจากเลิกวงเรียนรู้แล้วค่อยเอาคืน  ซึ่งทุกคนก็ไม่มีใครอิดออดที่จะแนะนำตัวเพื่อสร้างสายสัมพันธ์  แล้วก็เริ่มเดินกระบวนการเวทีด้วยคำถามย้อนอดีตก่อนมาถึงวันนี้จุดนี้  ความเจ็บความปวดที่เคยได้รับ

     

        เรื่องเล่าเร้าพลังวันนี้  โดยประธานเป็นผู้เริ่มและมีเพื่อน ๆ ในกลุ่มช่วยกันเสริมว่า  เริ่มที่ความกดดันทางสังคม  ที่ชุมชนตรงนี้ขาดการเอาใจใส่เหลียวแลจากผู้ที่ควรจะดำเนินการรับผิดชอบในการการพัฒนาช่วยเหลือ  แม้ชุมชนจะพยามให้ช่วยเหลือแต่ก็ถูกเมินเฉยตลอด  และเมื่อใดก็ตามที่คิดจะช่วยก็ช่วยแบบไม่ถูกใจชาวบ้าน  แถมทำให้ทรัพยากรเสียหาย ผิดไปจากความเป็นจริงที่ควรจะเป็น  ในความที่ทุกคนรักหวงแผ่นดินบ้านเกิดหวงแหนทรัพยากร  ก็พบปะพูดคุยกันเรื่อยๆ  และถือ(ฉวย)โอกาสสร้างแนวร่วมความคิดในขณะที่ออกจัดเวทีประชาธิไตย  เพื่อร่วมกันทำความดี  ช่วยเหลือตัวเองสร้างความเข้าใจผู้มีแนวคิดเดียวกัน 

  

       เริ่มนำประสบการณ์จากที่เคยทำแผนชุมชนมาเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจเรียนรู้ตัวเอง  และจัดทำแผนชุมชนสร้างความเข้าใจในธรรมชาติของคนที่จะอยู่ร่วมกัน ความรับผิดชอบร่วม  การรู้หน้าที่การแบ่งหน้าที่  การรู้จักอนุรักษ์ทรัพยากร  ที่สำคัญก็คือ การผูกใจเข้าด้วยกัน  มองเห็นการเสียเปรียบการถูกเอารัดเอาเปรียบ จึงเป็นเหตุให้คิดพึ่งพาตนเอง  เริ่มจากเล็กไปใหญ่ทำจากข้างในขยายออกไปเรื่อย ๆ สร้างเครือข่าย เรียนรู้ร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกันอยู่บนฐานของความเป็นธรรมชาติ ความเป็นจริง ความเข้าใจ และจริงใจ

      

       พวกเราแค่เริ่มมารู้จักครั้งแรก  ชุมชนแห่งนี้ "กลุ่มเกษตรผสมผสานกระโสม"  มีภูมิปัญญาที่ฝังลึกให้เรียนรู้ได้อีกมากมาย วันนี้เป้าหมายที่มาเพื่อเรียนรู้เรื่องการรวมกลุ่มน้ำยางสด เทคนิคการเทียบเคียง น้ำหนักน้ำยางสดกับการคิดน้ำหนักแห้ง แต่เมื่อมาเรียนรู้แล้วในหลายเรื่องน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  คณะกรรมการและสมาชิกมีแนวคิด หลักคิดที่หลากหลาย จึงแตกประเด็นให้น่าติดตามอีกต่อไป  รวมถึงมองเห็นและน่าทึ่งมาก  ว่าความต้องการของชุมชนที่นี่  ไม่พูดถึงเรื่องเงินที่ชุมชนต้องการ   แต่สิ่งที่ต้องการคือ ข้อมูลข่าวสาร  ชุมชนทิ้งท้ายว่าที่อยากให้ทีมของพวกเราที่ไปเยือนช่วยเหลือคือ องค์ความรู้เรื่อง "หมูหลุม"  เพื่อพัฒนาอาชีพของชุมชนอีกต่อไป  คุณนิพนธ์ ได้ให้ข้อมูลเท่าที่ให้ได้ในวันนี้ส่วนวันหน้าจะจัดหาให้ตามที่ต้องการโดยเร็วเพื่อการสนับสนุนให้ชุมชนคนทำดีได้ทำดีกันต่อไปอย่างยั่งยืน

คำสำคัญ (Tags): #ชุมชนเข้มแข็ง
หมายเลขบันทึก: 239950เขียนเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2009 23:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:15 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (7)

เป็นชุมชนที่น่าเรียนรู้จริงค่ะ

ขอบคุณมาก

ชุมชนเข้มแข็ง + การเสริมสร้างพลังอำนาจชุมชน

ชื่นชมผู้มีส่วนร่วมสร้างความดีงามนี้ ค่ะ

สวัสดีครับ

  • ชาวสวนยาง ถ้ารวมตัวกันจริงจัง จะมีพลังมหาศาล จะพึ่งพาตนเองได้ดีกว่าเกษตรกรกลุ่มอื่นๆ
  • ไม่ว่าพลังขับเคลื่อน หรือ พลังหยุดยั้ง ยับยั้ง
  • ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าราคายางโลละ 100 บาท ยังเป็น กลุ่มละคน 2 คน แต่ถ้า ยางราคา 30-40 บาท น่าจะเห็นกลุ่มเข้มแข็งขึ้น

เรียน

  • ท่านเข้ามาอ่านเจอ
  • คุณสิริพรรณ
  • น้องบ่าวหนุมร้อยเกาะ

            จากการได้สัมผัส กลุ่มนี้มีความเข้มแข็งทางด้านเงินทุนด้วย  คือมีกลุ่มออมทรัพย์เป็นฐานด้วย  และในเรื่องของกลุ่มยางถูกเอาเปรียบมาตลอดในเรื่องน้ำหนัก  ก็เลยจัดการกันเงในกลุ่ม โดยสมาชิกทุกคนต้องอ่านค่าน้ำหนักยางเป็น  ซึ่งจะได้หลีกเลี่ยงความหวาดระแวงต่อกันไม่ให้เกิดข้อสงสัยว่าถูกโกงหรือเปล่า  เพราะรู้เท่ากันตำราเดียวกัน

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดี ๆ ที่นำมาถ่ายทอดนะคะ

เป็นประโยชน์มากค่ะ จะติดตามอ่านต่อไปค่ะ

สวัสดี ครับ ดร. ทิพวัลย์ สีจันทร์

ขอบคุณมากครับที่มาเยี่ยม อยากให้ช่วยเติมเต็มด้วยนะครับ

อ่านแล้วได้ความรู้มากเหมือนกันคะ ได้รู้การทำงานของนักวิชาการเกษตร เขียนบรรยายการทำงานได้ดีมากคะ ว่าง ๆ จะแวะมาเยียมอีกนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง