ผลของ ....สองวัยเมื่อไปเที่ยวด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้น

เก็บตกหลังจากที่ได้เขียนบันทึก  สองวัยเมื่อไปเที่ยวด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้น ....... ที่ยังไม่เคยไปเที่ยวด้วยกัน ก็ลองไปด้วยกันในทริปนี้  อยู่บันภูทับเบิกก็ไม่มีอะไรมากต่างคนต่างมีความสุข ที่ได้สัมผัสธรรมชาติ   ความหนาวเย็น  ก่อไฟผิง  ทำอาหาร เดินชมวิว  ชมดอกไม้   เดินชมร้านค้า ของชาวเขเผ่ามุ้ง   ถ่ายรูป สาระพัดที่ต้องการของสไตล์แต่ละคน    คนสองวัยไปด้วยกันแบบสบายๆ  ช่วยกันกิน ช่วยกันเก็บ  ช่วยกันกางเต๊นท์ และแยกย้ายกันพักผ่อน นอนฟังเสียงน้ำค้างหยดลงหลังคาเต๊นท์

ข้อจำกัดของกลุ่มนี้  คนไม่มีพันธะ เกินครึ่ง   คนที่ไม่มีพันธะ ก็ได้นำลูกหลานญาติๆ  ปเที่ยวด้วย(กลัวกลุ่มจะไม่ให้ไปด้วย) โสดไม่ต้องไป   สรุปสมาชิกกลุ่ม พกเด็กไปด้วยเกือบทุกคน

วันที่ลงจากภูทับเบิก นิสิตต่างชาติที่ไปด้วย ขาลงเมารถ ทางลงลาด ชัน มีปัญหาการสื่อสาร  น้องเขากำลังจะอาเจียร ไม่ได้สื่ออะไร แต่พยายามเอามือเคาะกระจก คนขับก็ไม่เข้าใจ  อยู่ใกล้บอกให้เอากระจกรถลง   แล้วยื่นหน้าออกหน้าต่างรถเพื่ออาเจียร และขอให้เจ้าของรถชลอ เพื่อให้น้องเขาอาเจียรก่อน 

สมาชิกเกือบทุกคันขาลงเขา มีอาการ เวียนหัว  หูอื้อ   เมารถกันเป็นส่วนใหญ่  

พฤติกรรมของเด็กวัยรุ่น  ชอบหลับ ชอบอ่านหนังสือ  สนุกสนาน อารมณ์ดี

เมื่อถึงเวลาที่ป้าๆ  รับประทานอาหาร  เด็กไม่ค่อยสนใจ  ไม่ชอบการกิน  ชอบเงียบๆ  พวกป้าๆ พูดว่า เอ้อๆ  นำลูกหลานมาด้วยคิดถูกหรือเปล่า  หรือเขาเป็นแบบนี้เอง  ก็ได้บทเรียน  เวลาเขาชอบเขาก็จะเต็มที่ ในบางครั้งเงียบไม่ยอมพูดจา  จะว่าไปแล้วก็เป็นธรรมชาติของวัยรุ่น ที่ชอบการยอมรับ ชอบอาสา  อิสระ ไม่ชอบการสั่งการ หรือการบังคับ 

วันผู้ใหญ่ เวลาจะทำกิจกรรมอะไร ก็จะมีแบบแผน  ตรงเวลา ตามกำหนด เป็นอะไรที่ตายตัว  ไม่ค่อยยืดหยุ่น

ในขณะที่ขับรถบนทางพื้นราบ เด็กอายุ 7 ขวบบอกว่า หนูอยากนั่งกระบะหลังรถยนต์   ผู้ใหญ่ก็ไม่อยากให้นั่งมองเรื่องความปลอดภัย  เมื่อมองรถคันอื่น ที่ผู้ใหญ่นั่งภายในรถและเด็กนั่งกระบะหลังรถ  จะมองเสมอว่า ปล่อยให้ลูกหลานนั่งหลังรถได้ไง  พอมาถึงรถคันตัวเอง เด็กไม่ต้องการนั่งภายในรถ  อยากนั่งที่โล่ง มองชมธรรมชาติได้ ทำให้อารมณ์เพลิดเพลิน  จึงเป็นเรื่องลำบากใจของผู้ปกครองที่ดูแล  และบอกว่า

คราวต่อไป คงจะไม่พกลูกชาวบ้านไปด้วยแล้ว  เขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด  เวลาอยู่ด้วยกันก็แบบสบายๆ เวลา ไปอยู่กลุ่มต่างกลุ่มต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ พฤติกรรมก็จะเป็นอีกอย่างหนึ่ง  ก็ได้ประสบการณ์  นำไปเป็นบทเรียนในการจัดทริปในครั้งต่อไป 

สรุปแล้วสองวัยไปเที่ยวด้วยกัน ได้เห็นความหลากหลาย ในบางเรื่องก็ปรับตัวเข้าหากันได้ ในบางเรื่องก็เป็นเรื่องอัตลักษณ์ของแต่ละบุคคล ฉะนั้นต้องตกลงเงื่อนไขการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ เพื่อที่จะได้รู้ข้อจำกัดของตนเอง ก่อนที่จะอยู่ร่วมกันกับกลุ่มใหญ่ๆ จะได้เข้าใจซึ่งกันและกัน

ขอบคุณ ทริปนี้ ที่จัดการท่องเที่ยวแบบสองวัยเมื่อไปเที่ยวด้วยกันจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ไปไม่รู้ค่ะ...

 อนงค์  ปะนะทัง

5 ก.พ.52