อายุยิ่งมากขึ้นเท่าไร เวลาของหัวเข่ายิ่งน้อยลงเท่านั้น เพราะความหนาแน่นของกระดูกหัวเข่าเริ่มลดลงเมื่ออายุ 30 ปีไปแล้ว

ข้อเข่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ทำหน้าที่รับนำหนักตัว ประกอบด้วยปลายกระดูกฟีเมอร์ ส่วนต้นของกระดูกทิเบีย และกระดูกสะบ้า ยึดต่อกันโดยเอ็นยึดข้อที่มีความแข็งแรง ปลายกระดูกจะเป็นส่วนของกระดูกอ่อนที่แงแรงทำหน้าที่รับ และกระจายน้ำหนักขณะยืนหรือเต้น กระดูกสะบ้าจะป้องกันการกระแทกโดยตรงต่อข้อเข่า

ข้อเข่าเสื่อมเกิดจาก อายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ความหนาแน่นของกระดูกอ่อนบางและสึกกร่อน ผิวกระดูกจะขาดหายเป็นช่วงๆ ทำให้ข้อกระดูกและเยื่อหุ้มข้อหนาตัว มีของเหลวเพิ่มขึ้นจนเข่าบวม ทำให้มีอาการปวดเข่าเป็นๆหายๆ ท้ายสุดเข่าจะโก่งข้อติด งอหรือเหยียดไม่ได้เต็มที่ กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าลีบลง เมื่อเข่าโก่งแล้วจะไม่สามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้  ต้องใช้ไม้เท้า นั่งรถเข็น หรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

นอกจากอายุที่มากขึ้นแล้ว ภาวะหมดประจำเดือนที่ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้สตรีวัยทองที่ไม่ดูแลตัวเองดีพอกระดูกผุ และเกิดข้อเสื่อมได้ง่าย อาชีพที่ต้องยืน เดินนานๆ การได้รับบาดเจ็บและพันธุกรรมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดข้อเสื่อมได้เช่นกัน

ขณะนี้พบว่าสตรีไทยสูงอายุมีอาการข้อเข่าเสื่อมเพิ่มขึ้น กันไว้ดีกว่าแก้เรามาเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้กันเถอะ

-ระวังไม่ให้อ้วนและรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงในระดับที่เหมาะสมไม่จำเป็นต้องดื่มนมแคลเซี่ยมสูงตามที่โฆษณา ดื่มนำเต้าหู้วันละแก้ว รับประทานเต้าหู้และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลาเล็กปลาน้อยอย่างสมำเสมอ

-ลดการใช้งานของข้อเดยไม่นั่งพับเพียบ ไม่นั่งยองๆ หรือทำกิจกรรมที่เข่าต้องรับน้ำหนักหรือแรงกระแทกมากๆ (เต้นแอโรบิกอันตรายมากค่ะ- ขอบอก)

-ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ

-หากต้องออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่เข่าต้องรับนำหนักมากควรพันผ้ายืดเพื่อsupport บริเวณเข่า

-ข้อนี้ไม่มีใน text แต่พบเห็นจาการไปประเทศแถบยุโรปว่าหญิง ชายวัยกลางคน(40+)ที่นั่นใช้ไม้เท้าแบบพิเศษขณะเดินพื่อลดแรงกระแทกของเข่า สอบถามได้ความว่าเพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อมคงต้องค้นหา evidence-base มา support ถ้าสมาชิก gotoknow มีข้อคิดเห็นที่น่าสนใจจะยินดีมากค่ะ

นางฟ้าสีขาวขอฝากตัวเป็นสมาชิกบ blog ใหม่ด้วยค่ะ