ประเทศไทย โรคมะเร็งยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากเป็นสาเหตุการตายของประชากรไทยหนึ่งในห้าอันดับแรก และโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในประเทศไทย เพศชายคือโรคมะเร็งตับ รองลงมาคือโรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ส่วนในเพศหญิงพบโรคมะเร็งที่เป็นมากที่สุด คือโรคมะเร็งปากมดลูก โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งตับและปอด ตามลำดับ ทั้งนี้มีแนวโน้มการเกิดในประชากรไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โรคมะเร็งเป็นปัญหาทางสาธารณสุขของโลก องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ไว้ว่าใน 21 ปีข้างหน้าจะมีผู้ป่วยตายด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 11.4 ล้านคน และคาดการณ์ว่าประมาณปี 2548-2558 จะมีผู้ป่วยตายด้วยโรคมะเร็งโดยไม่ได้รับการรักษาประมาณ 84 ล้านรายทั่วโลก ซึ่งร้อยละ 40 ป้องกันโรคได้

ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันมะเร็งโรคเพื่อต่อต้านและป้องกันโรคมะเร็ง โดยในปี 2550-2554 มีนโยบายให้ทุกประเทศทั่วโลกรณรงค์เรื่องการป้องกันการเกิดโรคมะเร็งตั้งแต่วัยเด็ก "Today"s children, tomorrow"s world" เพราะสิ่งแวดล้อมของเด็กในวันนี้ คืออนาคตของโรคมะเร็งในวันหน้า เป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้สร้างความเข้มแข็งด้านสุขภาพในการป้องกันโรคมะเร็งแก่เด็กและเยาวชนโดยกำหนดหัวข้อในแต่ละปี
ปี 2550 โรคมะเร็งที่พบได้บ่อยในเด็ก ปี 2551 สิ่งแวดล้อมที่ไร้ควันบุหรี่สำหรับเด็ก ปี 2552 ความสมดุลของพลังงานจากการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย ปี 2553 การเรียนรู้เกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคมะเร็ง และปี 2554 การป้องกันอันตรายจากแสงแดด
การแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญของเยาวชน ให้มีความรู้ ความเข้าใจ หันมาออกกำลังกายและควบคุมการรับประทานอาหาร เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดี เน้นการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรือ 5 วันต่อสัปดาห์เป็นอย่างต่ำ ส่วนการรับประทานอาหารให้แบ่งสัดส่วนการกินเพื่อสุขภาพโดยการรับประทานผักครึ่งหนึ่งอย่างอื่นครึ่งหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ขอบคุณhttp://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&post_id=1299372เก็บสาระดีๆเพื่อดูแลตัวเอง และคนรอบข้างมาฝากค่ะ
Take care

เจริญพร โยมครูสายธาร
ท่านว่าชนะอื่นนั้นชนะได้หมด
แต่กับโรคภัยไข้เจ็บชนะมันยากมาก
เจริญพร
สาธุ
ทำแต่เรื่องอุบัติเหตุมานาน พึ่งรู้วันนี้เองว่าเป็นวันมะเร็งโลก
Take Care
ขอบคุณค่ะ
สิ่งใดๆที่เป็นความสุข ขอให้มีแด่พี่ครูอิง นะคะ
ขอบคุณค่ะ
มีสิ่งดีๆนะคะ
มีความสุขเสมอๆนะคะ
ขอบคุณค่ะ