“หมอก็หมอเหอะ วันนี้ขอบังคับหมอสักวัน”

..จนกระทั่งปีนี้ พ.ศ. 2552 

มีอาการปวดท้องกำเริบ เมื่อวันจันทร์ที่26/1/2552 ทั้งที่กินอาหารเคร่งครัดมาก เนื่องจากรู้ตัวอยู่แล้วว่าคงมีอะไหล่ในร่างกายบางชิ้นที่ ทำงานไม่ปกติสุขนัก

 

อังคารที่ 27/1/2552 นัดเพื่อนไปสมัครเป็นครูอาสาสมัคร สอนหนังสือนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

 

เราอดข้าวอดน้ำไว้ เผื่อว่า ถ้าเพื่อนไม่ว่าอะไร  เราจะขอไปตรวจร่างกายก่อน แล้วค่อยไปมหาวิทยาลัยตามนัด

 

เพื่อนรัก ไม่ยอม

เธอไม่ยอมให้เราไปไหน ๆ นอกโรงพยาบาล บอกว่า

 

หมอก็หมอเหอะ  วันนี้ขอบังคับหมอสักวัน 

ไป ไปตรวจร่างกายก่อน เอาสุขภาพไว้ก่อน 

ตรวจก่อน  เรื่องอื่นทีหลัง รู้นะว่าเป็นคนขี้ปอด(หมายถึงขี้กลัว) 

 

เดินกลับเข้าโรงพยาบาล  ยื่นบัตร โทรหาน้องหมอเอ็กซเรย์   เราคาดว่าโรคคงอยู่แถว ๆ ถุงน้ำดี (ที่ไม่รักดี-หมายถึงไม่รักเจ้าของ)

 

เกร็ง ๆ เล็กน้อยเพราะ มีน้องหมอเอ็กซเรย์อย่างน้อยสามคนเคยเห็นเงาราง ๆ  ไม่แน่ใจว่าคืออะไร  อยู่แอบ ๆที่ซอกใดซอกหนึ่งของตับ

 

น้อง ๆ เอ็กซเรย์เคยว่างั้น  แม้จะปลอบเราว่า

ท่าทางเงานั้น  ใจดีอยู่นะพี่  เป็นเงาเรียบร้อย  ขอบเขตชัดเจน

 

 

เราน่ะ กลัวเจ้าเงานี้มากที่สุด

 

เคยตรวจ autopsy case คนไข้   รายหนึ่งเป็นพาหะของไวรัสตับ บี มาซะด้วย

และเราก็ยังงง ๆ กับผลการตรวจเลือด  หาพาหะไวรัสตับอักเสบ บี นั้น

ตรวจครั้งแรก  ผลว่ามี

ตรวจครั้งที่สอง ผลว่าเรา ไม่มี

 

เรา..ตามประสาคนมองโลกแง่ดี  ไม่มีไว้ก่อน  และรีบฉีดวัคซีน

 

เมื่อไปถึงหน่วยงานเอ็กซเรย์   น้องหมอคนงามที่เรานัดไว้  กำลังรอเราอยู่  แซวให้เราคลายเครียดว่า

ปีนี้  ยอมตรวจสุขภาพได้นะคะ  

เพราะเธอเห็นผลตรวจเลือดของเรา  ที่มาถึงก่อนตัวเรา

 

ใช่แล้ว  เราประสาทวิตกกังวลขนาด  หนี ทำเป็นลืม ไม่ตรวจเลือด ไม่ตรวจร่างกายมาสองปีเต็ม

*(มีต่อ)