นวัตกรรมทางหลักสูตรและการสอน กับ เทคโนโลยีไอซีที ร่วมสมัย

              การนำไอซีทีมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานที่ทันสมัยของหลักสูตรและการสอนในปัจจุบัน  แบ่งเป็น  3  หัวข้อดังนี้

หัวข้อที่ 1    นวัตกรรมทางหลักสูตรกับเทคโนโลยีไอซีที  (Curriculum Innovation with ICT)

การนำเสนอความทันสมัยของการสร้างหลักสูตรที่นำไอซีทีมาใช้ในเว็บไซด์ของ Tda ซึ่งเป็นลักษณะของหน่วยงานที่เข้ามาดูแลเรื่องหลักสูตรวิชาชีพครู และมีการนำไอซีทีมาใช้ทำให้มุมมองของการเข้ามาศึกษาหลักสูตรวิชาชีพครู  เมื่อเรานำไอซีทีมาเชื่อมโยงกับการสร้างหลักสูตร ทำให้มุมมองของหลักสูตรมีการเปิดกว้างมากขึ้น   

นอกจากนั้น ผู้ที่เข้ามาศึกษาสามารถเข้าไปวางแผนการเรียนของตนเองได้ว่าจะต้องเรียนรู้เรื่องอะไร เมื่อไร อย่างไร จะได้รู้เรื่องโครงสร้างหลักสูตร ได้สำรวจความถนัดของตนเอง  อีกทั้งการใช้ไอซีทีที่ทันสมัยไม่ว่าจะเป็นการบันทึกตัวอย่างวีดีโอการสอนของครูและการสร้างฐานข้อมูลของครูไว้ในระบบของ E-Portfolio ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนวัตของการนำเสนอหลักสูตรที่นำไอซีทีเข้ามาใช้เพื่อเป็นตัวอย่างและแนวทางการเข้ามาศึกษาของนักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป  และยังมีเรื่องของการวางโครงสร้างหลักสูตรที่มีลักษณะทันสมัยให้บุคคลสามารถเข้าไปศึกษาค้นคว้าได้ตามความสนใจ โดยไม่จำกัดเวลาและไม่จำเป็นต้องศึกษาทีละเรื่อง แต่ประโยชน์ของการนำไอซีทีมาใช้กับหลักสูตรนี้ทำให้ผู้เรียนสามารถศึกษาเรื่องที่ตนสนใจได้ตามความเหมาะสม และความถนัดจนครบกระบวนการ

               

หัวข้อที่  2   นวัตกรรมการเรียนการสอนกับเทคโนโลยีไอซีที  (Teaching  and Learning Innovation with ICT)

การนำเทคโนโลยี ICT มาใช้ควบคู่กับการเรียนการสอนนั้น สิ่งแรกคือ ผู้สอนและผู้เรียนต้องมีความรู้และความเข้าใจ อีกทั้งยังต้องสามารถใช้โปรแกรมพื้นฐานในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ เช่น โปรแกรม WORD, Excel, Power Point, Front Page เพื่อจะได้ใช้เครื่องมือ IT มาพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างสมบูรณ์  กรณีศึกษาของ Mike Bo stock ที่พยายามจะพัฒนาสื่อการสอนของครูในรูปแบบต่างๆ เช่น โรงเรียนแห่งการเรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่นำสื่อ IT มาประยุกต์ใช้แทนกระดานดำ ผลปรากฏว่านักเรียนให้ความสนใจและมีความกระตือรือร้นในการศึกษาเพิ่มขึ้น อีกทั้งนักเรียนยังมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนเพิ่มมากขึ้น  ผลของการนำสื่อการเรียนรู้รูปแบบใหม่มาใช้งาน คือ

1. พัฒนาทักษะความรู้ด้าน software and hardware

2. สร้างเอกสารในรูปของ IT และรูปแบบที่เกี่ยวข้อง

3. การรวมรวมข้อมูลและการดำเนินการให้บริการด้านเทคโนโลยี

4. ช่วยการประเมินค่าของข้อมูลมีประสิทธิภาพ

5. ปรับปรุงพัฒนาการการเรียนรู้สู่อนาคต

6. เกิดการจัดการฐานข้อมูลอย่างมีระบบ

7. ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพัฒนาด้าน ICT ในโรงเรียนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

8. วางแผนจัดการการออกแบบเว็บไซต์และโครงสร้างของฐานข้อมูล

หัวข้อที่  3   นวัตกรรมการประเมินกับเทคโนโลยีไอซีที ( Assessment and Evaluation Innovation with ICT

การประเมินความสามารถเพื่อ การออกแบบเพื่อประเมินความสามารถจะครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้

1.วิธีการประเมิน  การออกแบบเกณฑ์การประเมินจะต้องคำนึงถึง ผลของการประเมิน  บริบทเฉพาะของผู้ถูกประเมิน  งานที่ต้องรับการประเมิน  ต้องระบุผลที่เกิดขึ้น การประเมินที่ดีจะต้องทราบถึงการประเมินการทำชิ้นงาน

2.การประเมินตามสภาพจริง  ต้องมีการสร้างเกณฑ์การประเมินจะต้องมุ่งที่ความสามารถของนักเรียน หรืออาจจะเป็นการคาดหวังจากครู รูปแบบการประเมินที่ใช้ มี 2 รูปแบบคือ

    2.1การประเมินโดยใช้   (rubrics) ซึ่งได้จากการสังเคราะห์ความสามารถในการทำงาน  บางครั้งอาจจะใช้แบบตรวจสอบรายการ ( checklist) ซึ่งเป็นแบบเมตริก

     2.2แบบประเมินรายการ (assessment list) เป็นการประเมินตนเองร่วมกับการประเมินจากเพื่อนร่วมงาน

การนำ ICT มาใช้กับประเมินผลการเรียนของผู้เรียนถือเป็นการประเมินตามสภาพจริง (Alternative Assessment) เพื่อสังเกตการเรียนรู้ของผู้เรียนในชั้นเรียน นำไปสู่การประเมินความสามารถ (Performance Assessment) ด้วยการจัดทำแฟ้มสะสมงานอิเลคทรอนิคส์ (Electronic Portfolio) ซึ่งต้องใช้การสังเกตการเรียนของผู้เรียนในชั้นเรียน จากตอนต้นการประเมินต่างจะมุ่งไปที่การสังเกตการปฏิบัติงานของนักเรียน ผลงานที่นักเรียนสร้างสรรค์ขึ้น จากเกณฑ์การ ชี้วัด หรือมาตรฐานที่ได้กำหนด โดยใช้ ตัวชี้วัดของคะแนน (scoring rubrics) ครูจะสังเกตการเรียนรู้ของนักเรียนขณะอยู่ในชั้นเรียน แต่การทำเอกสารหลักฐานเพื่อบันทึกข้อมูลที่ได้จากการสังเกต มีความยุ่งยาก และเสียเวลามาก    จนในปี 1990 จึงได้มีการพัฒนา bar code เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมและจัดระบบข้อมูลจากการสังเกต การปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนในชั้นเรียน ต่อมาได้ใช้โปรแกรม Apple’s Newton และปัจจุบันได้นำ Palm มาเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูลในชั้นเรียน และยังเชื่อมต่อข้อมูลไปยังฐานข้อมูลที่เก็บไว้ โดยใช้โปรแกรม File Maker Pro ช่วยในการเก็บข้อมูลที่ได้จากการสังเกตในชั้นเรียน   การพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ ขึ้นเพื่อช่วยประเมินความสามารถการปฏิบัติงานของนักเรียนและให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการประเมิน โปรแกรมนี้จะประกอบไปด้วยแฟ้มตัวอย่างเอกสารที่เกี่ยวกับการประเมินที่ไม่สลับซับซ้อน โดยใช้ตัวชี้วัดของการให้คะแนน (rubrics) เป็นเกณฑ์การประเมิน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ได้จากวิชา (subject), หัวข้อ (topic) และ ระดับชั้น (grade level) เพื่อเชื่อมโยงไปยังมาตรฐาน  ที่เรียกว่าแฟ้มสะสมงานอิเลคทรอนิคส์ (Electronic Portfolio) ซึ่งเป็นการรวบรวมและจัดระบบชิ้นงาน ไว้ในสื่อหลายชนิด เช่น ในรูปของไฟล์เสียง (audio) วีดีโอ กราฟฟิค และ ข้อความ(text) ฐานข้อมูลของแฟ้มสะสมงานอิเลคทรอนิคส์ ใช้ hypertext links ซึ่งมีข้อดีของการพัฒนาแฟ้มสะสมงานโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย คือ ใช้เนื้อที่ในการจัดเก็บข้อมูลน้อย ง่ายต่อการจัดทำ สะดวก เก็บได้นาน ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพิ่มทักษะทางเทคโนโลยีแก่ผู้เรียน ง่ายต่อการสรุป และสามารถใช้ได้ง่าย แนวทางการพัฒนา Multimedia และ กระบวนการพัฒนาแฟ้มสะสมงาน มี 5 ขั้นตอน คือ

1. กำหนดวัตถุประสงค์ของการทำแฟ้มสะสมงาน

2. การจัดทำแฟ้มสะสมงาน

3. การสะท้อนความคิดของผู้จัดทำแฟ้มสะสมงาน (Reflective Portfolio)

4. การเชื่อมต่อของแฟ้มสะสมงาน โดยการใช้ hypertext links

5. การนำเสนอแฟ้มสะสมงาน เผยแพร่ใน www, CD-ROM, videotape

การพัฒนาแฟ้มสะสมงานผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ software ตัวไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับทักษะของครูและนักเรียน แต่ละขั้นตอนง่ายต่อการใช้งาน เช่น Word processing document ,  PowerPoint , Adobe Acrobat ,  Html – Web pages และ  Multimedia authoring

แหล่งอ้างอิง

http://www.tda.gov.uk/   

http://www.tda.gov.uk/Recruit.aspx?WT.mc_id=teach

http://www.tda.gov.uk/Recruit/becomingateacher.aspx

http://www.tda.gov.uk/Recruit/thetrainingprocess.aspx

http://www.tda.gov.uk/Recruit/experienceteaching.aspx

http://electronicportfoliors.org/portfolios/wcce2001.pdf

http://www.pgcps.org/~elc/developingtasks.html

http://www.geocities.com/athens/parthenon/8658/

โดย :  นายชาญชัย   กสานติกุล  ,.. วรนาฏ   สุคนธรัตน์  , นายศุภชัย   ฉิมสังข์ , .. อภิรัตน์ดา    ทองแกมแก้ว  

http://pirun.ku.ac.th/~g5086035/report2g3.doc