“ฉันไม่รู้อารมณ์ของเธอหรอก
ถึงเธอหลอกว่าอย่างไรก็ไม่ถาม
แม้เธอหลงแยกไม่ออกรูปหรือนาม
เพียงเฝ้าตามจิตตนหลุดพ้นเอง”
ศิลา ภู ชยา
บันทึกที่แล้ว เปิดประเด็นเพื่อการแลกเปลี่ยนเรื่องอารมณ์โกรธ …ตั้งใจว่าอีกสักพักใหญ่จะเข้าสู่ประเด็น “อารมณ์หลงใหล” แต่วันนี้ก็ต้องรีบเปิดประเด็นนี้ก่อน เพราะเจ้ากรรมมีคนที่มีอารมณ์หลงใหลมากระทบจิตเรา
เคยบ้างไหม…ที่ได้รู้จักคนที่แยกระหว่างความจริงกับความฝันไม่ออก…คนที่เรานึกไม่ถึงว่าจะสามารถ format สมอง หรือสั่งจิตตนเองให้มีจินตนาการมากมายโดยตัวเขาเองก็ยังเชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง…และโยนความเชื่อนั้นให้คนรอบข้างเชื่อตาม…
ศิลาชอบมีจิตนาการและเขียนอะไร ๆ ตามแรงบันดาลใจ และเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการนั้นได้เสมือนจริง…การเข้าไปก็เพื่อไปพัฒนาจิตวิญญาณในอีกมิติหนึ่ง…ซึ่งไม่ใช่การเพ้อฝัน แต่เป็นการสั่งจิตให้สัมผัสถึงอารมณ์สุนทรียะ ที่เราอาจขาดหายไป โดยเมื่อออกจากโลกนั้นแล้ว ก็แยกได้ทันทีว่าเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนอีกประเภทหนึ่ง หลงใหลและมีความสุขในรูปกับนาม…คลั่งไคล้ในสิ่งใด หรือคนใดมากเกินไป ยึดติดมัวเมา ชื่นชมย้ำจิตคิดทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับเรื่องนั้น คนนั้น…ภาพบางภาพมีความจริงครึ่งส่วนแต่ไปสร้างเรื่องจากจินตนาการ นำมาแต่งแต้มอีกหลายส่วน
แล้วก็วนเวียนฉายซ้ำไปซ้ำมาในสมองจนตนเองยังหลงคิดว่าเป็นเรื่องจริง และถ่ายทอดให้คนอื่นเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
พรรณามาถึงตรงนี้เพื่อที่จะบอกว่าคนเช่นว่านี้อาจเป็นคนที่เรารู้จักมานานแสนนาน โดยที่เราหลงชื่อเขามาตลอด วันหนึ่งมาพบความจริงว่าเรื่องที่เขาเล่าไม่เป็นเช่นนั้น แล้วเราก็สับสนว่าเราควรเชื่อใคร สุดท้ายก็เลยได้คำตอบว่าไม่ใช่เรื่องที่จะไปถามหาคำตอบ ไม่ใช่เรื่องที่จะเชื่ออะไร หรือเชื่อใคร แต่เป็นเรื่องที่หากว่าเราจริงใจ…บริสุทธิ์ใจต่อเขาแล้ว เราก็ควรมีเมตตาต่อเขา แม้กระทั่งตระหนักดีว่าเขาเอามีดมาจ่อข้างหลัง
จิตดี บารมีเกิด จริงอยู่เราเลือกดินที่จะปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงามได้…แต่บางกรณีเราเลือกที่จะเป็นคนดีแต่โง่ที่จะโยนเมล็ดพันธุ์พืชไปในดินทราย ที่แม้แต่น้ำยังไหลผ่านไป โดยดินยังโอบอุ้มน้ำไว้ไม่ได้เลย
ขออภัยหากการเขียนบันทึกนี้ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงเพียงพอ เพราะวัตถุประสงค์ของการเขียนครั้งนี้เพื่อให้ผู้อ่านเข้าสู่จินตนาการแห่งประสบการณ์ของแต่ละคน ซึ่งในสังคมคนทำงาน ย่อมพบพานผู้คนมากมายที่ล้วนหลากหลายแตกต่างจากลักษณะตน
หากท่านใดสนใจอยากรู้มากกว่านี้ ศิลาก็ยินดีเปิดเผยข้อเท็จจริง แต่ ณ เวลานี้ขอพักประเด็น “หลง” ไว้ก่อน จะมีภาคต่อไปเร็ว ๆ นี้…เพราะตอนนี้ศิลาได้ออกจากโลกแห่งจินตนาการแล้ว จึงเขียนบันทึกนี้ต่อไปไม่ได้…
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง “หลงใหล” ค่ะ
สวัสดีครับ อ.ศิลา
เพียงตามจิตตามตนพ้นได้หรือ
ถ้ายังยื้อรูปนามตามความเห็น
เป็นอะไรก็ได้ถ้า...เป็นให้เป็น
เพียง...อย่าเร้นหลบความจริงที่สิงใจ
พยายามปลอบใจตนเองเสมอค่ะว่า .. คนดีๆ ย่อมคู่ควรและเจอคนดีๆ
คงไม่มีใครมาคิดร้ายกับเราหรอกนะ:) .. และก็ยังไม่เคยเจอค่ะ แต่หากเจอ ... คงต้องพยายามคิดอย่างพี่ศิลาว่านะคะ
...หากว่าเราจริงใจ…บริสุทธิ์ใจต่อเขาแล้ว เราก็ควรมีเมตตาต่อเขา แม้กระทั่งตระหนักดีว่าเขาเอามีดมาจ่อข้างหลัง
สุข เกิดจากใจ เรา มิใช่ ผลกระทบ จากภายนอก ?
สวัสดีค่ะ คุณพี่ศิลาแสนสวย
บทความของพี่น่าสนใจมากค่ะ หลากอารมณ์และบางทีก็แอบหวาดเสียวเล็กๆ ยี่ก็คงอดใจไม่ไหวว่าจะต้องกลับไปอ่านอีกสัก 2-3 รอบ เพื่อการบรรเจิดค่ะ พี่คะ..อย่าลืมเขียนต่อนะคะ กำลังระทึกค่ะ ขอติดตามเรื่องราวแบบเกาะติดเลยนะคะ
ปล. พี่สวยมากค่ะ
สวัสดีครับ เคยได้ยินว่า ขอให้มี สติ และสัมปชัญญะ ทุกขณะลมหายใจเข้าออก คงจะช่วยได้นะครับ
สวัสดีค่ะคุณศิลา
อ่านเรื่อง ความหลง แล้ว ... เกิดหลายหลากความรู้สึกค่ะ
เข้าใจว่า การปรบมือข้างเดียวคงไม่ดัง...?
หลง เป็นสิ่งที่แก้ไขยากและเห็นได้ยากที่สุดค่ะ
คนไม่มีรากคิดว่าเธอโชคดีค่ะที่ได้ทำงานกับคุณศิลา เพราะอย่างน้อยคุณศิลาก็ยังมีใจเมตตา เดือดร้อน สงสารและอยากช่วยเธอ ....
ความรู้สึกดี ๆ จะสื่อถึงกันได้ค่ะ ...แค่นี้ก็ปูเป็นพื้นฐานแล้ว ถ้าฟังเธอให้มากขึ้น ... น่าจะได้ยิน บางสิ่งที่เธอจะสื่อ ซึ่งลึก ๆ แล้วก็คือต้นเหตุที่ทำให้เธอ หลง ค่ะ
จากนั้น .... เราช่วยใครไม่ได้เลยค่ะ ต้องเขาอยากเปลี่ยน อยากออกจาก วังวนของความหลง นั้นเอง
ขอให้เธอโชคดีค่ะ
เรื่องบางเรื่องก็มีเหตุผลในตัว เรื่องบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมาอธิบาย (เหตุผลไม่สามารถอธิบายเรื่องของความรู้สึกค่ะ)แต่บางครั้งก็อย่าให้เหตุผลอยู่เหนืออาราณ์ค่ะสู่ๆๆๆ
ขอบพระคุณท่านบวร
ที่ช่วยถ่ายทอดความคิดเห็นเป็นบทกวีอันงดงามให้ผู้พบพานได้สรรค์สร้างจินตนาการตามประสบการณ์ของแต่ละคนค่ะ ศิลาคงไม่ปรุงแต่งใด ๆ เพราะบทกวีมีความไพเราะและความหมายก็ต่อเมื่อผู้อ่านได้สัมผัสเองโดยไม่มีผู้ชี้นำค่ะ
ขอบพระคุณคุณ poo
ที่แวะมาเติมเต็มในบันทึกนี้ค่ะ...ความสุขจากภายในเป็นสุขนิรันดร์จริง ๆ ค่ะ
ขอบคุณคุณครูแป๋ม
ค่ะ (ไม่ใช่เรื่องชมว่าสวยนะคะ อิอิอิ) ขอบคุณที่สนใจติดตามเนื้อหา "หลง" ค่ะ ส่วนใหญ่เรื่องที่เล่าก็จะเป็นเรื่องสด ๆ ร้อน ๆ ตอนนี้ก็กำลังหาทางช่วยโดยขอชื่อจิตแพทย์และจะทำยังไงให้พี่คนนั้นเข้าใจว่าการไปพบจิตแพทย์ก็เพื่อให้ช่วยวิเคราะห์จิตใจที่มีผลกระทบต่อร่างกาย ไม่ได้หมายความว่าบ้า ซึงมีน้องคนหนึ่งอาสาจะทำหน้าที่ชักจูงใจ...เพราะตอนนี้เขาไม่ไว้ในศิลาเท่าไหร่เนื่องจากหลัง ๆ ทำตัวห่างเหินเขาไป...แล้วจะมาเล่าใหม่ค่ะ
ป.ล. จะจดจำไว้ขึ้นใจค่ะเป็นคนแรกใน G2K ที่ชมว่าศิลาสวยค่ะ
ขอบพระคุณคุณหนุ่มกรค่ะ
สติเราเราคงพอควบคุมได้ค่ะ แต่ตอนนี้ เราอยากจะช่วยให้คนอื่นคุมสติอยู่ คงได้แค่ช่วยห่าง ๆ...จะพยายามต่อไปค่ะ
ขอบพระคุณค่ะท่านอาจารย์พันคำ
เรียกชื่อยากเหมือนกันนะคะ Ubuntu จะตามไปขอความรู้อีกค่ะว่าจะโหลดหรือหามาได้จากที่ไหน เฮ้อ...ท้อนิดหนึ่งค่ะ เริ่มต้นใหม่อีกแล้ว ไม้แก่ (ด้านเทคโนโลยี) ยิ่งดัดยากอยู่ด้วย แล้วจะแวะไปรบกวนใหม่ค่ะ และขอบพระคุณค่ะที่สนใจเรื่อง "หลง" ศิลาได้มีโอกาสสัมภาษณ์คนศูนย์หัวใจเมื่อวานนี้สองคน (อยู่บันทึกถัดไป) เข้าใจเรื่องของ "ความรู้สึก" มากขึ้นค่ะ ถ้าแยกความจริงกับความฝันไม่ออก มันจะครอบงำจน "หลง" เลยค่ะ
อาจจะกลายเป็น ความหลงใหล หรือเปล่าคะเนี่ย
มาอีกรอบ เพราะต้องมนต์ อิ อิ ... ชอบอ่านบันทึกพี่ศิลาค่ะ
...
การเดินทางภายในกับภายนอก
เป็นแค่ปอกเปลือกกระเสือกกระสน
ยิ่งไขว่คว้ายิ่งค้นหาพบเปลือกปน
ยิ่งสงบยิ่งอดทน พบทางธรรม
...
พยายาม ฝึกใจ มิให้ หลงใหล แต่ ก็แหม น่ารักนี่คะ ไม่หลงก็ใจแข็งเกินแล้ว :)
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะคุณนิชา เรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์จะใช้ใจ (วางเหตุผลไว้ค่ะ) ส่วนเรื่องเกี่ยวกับงาน คงต้องใช้สมองจัดการค่ะ ...กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ใช้ใจพาไปจริง ๆ ค่ะ เพราะหากใช้เหตุผลเมื่อไร ก็จะต้องถามตัวเอง "ไปยุ่งเรื่องชาวบ้านทำไมเนี่ย เดี๋ยวโดนลูกหลง" แต่พอใช้ใจก็รู้สึกว่า "อยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร หากใจไปอยู่โลกอื่น"
ขอบพระคุณคุณคนไม่มีรากค่ะ
ตามที่แนะนำ ศิลาเข้าใจว่าควรฟังเสียงหัวใจเธอใช่ไหมคะ...ศิลาและทุกคนที่รอบข้างเธอเป็นที่ปรึกษาของเธอทั้งหมด และทุกครั้งที่เธอเล่าเรื่องรัก ๆ แบบลับ ๆ ตัวต่อตัวก็จะบอกว่า "อย่าบอกใครนะ" แต่วันดีคืนดีเจ้ากรรม อาการเธอหนัก ฟูมฟายตาขวาง แต่ละคนก็มาหารือกันแบบลับ ๆ ปรากฎว่าข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน...สรุปได้ว่า "ฟังเนื้อหา" เธอก็จะแยกไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จ ตอนนี้ คือใช้วิธีฟังผ่านเนื้อหาเข้าไปสู่จิตใจเธอและเห็นว่า "เธอขาดความรัก" แต่ก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้ เพราะการไม่ยอมรับโลกแห่งความเป็นจริงของเธอเอง...ไม่ท้อแต่รอเวลาอะไรบางอย่างอยู่ค่ะ...ดีใจที่มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ
"การเดินทางภายในกับภายนอก เป็นแค่ปอกเปลือกกระเสือกกระสน
ยิ่งไขว่คว้ายิ่งค้นหาพบเปลือกปน ยิ่งสงบยิ่งอดทน พบทางธรรม"
แวะมาอ่านก่อนครับ
ขอบคุณครับ คุณ Sila Phu-Chaya
เชื่อค่ะว่ามีคนแบบนี้ และก็จะพยายามทำความเข้าใจค่ะ ขอให้ช่วย เธอ ผู้นั้นสำเร็จนะคะ
ถ้าพ้นวิสัยจะช่วยไม่ได้ ก็แผ่เมตตาให้เธอแทนแล้วกันค่ะ