จริงอยู่เราเลือกดินที่จะปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงามได้…แต่บางกรณีเราเลือกที่จะเป็นคนดีแต่โง่ที่จะโยนเมล็ดพันธุ์พืชไปในดินทราย

“ฉันไม่รู้อารมณ์ของเธอหรอก           

 ถึงเธอหลอกว่าอย่างไรก็ไม่ถาม 

แม้เธอหลงแยกไม่ออกรูปหรือนาม   

เพียงเฝ้าตามจิตตนหลุดพ้นเอง”

                                                                              ศิลา ภู ชยา

 

บันทึกที่แล้ว  เปิดประเด็นเพื่อการแลกเปลี่ยนเรื่องอารมณ์โกรธ ตั้งใจว่าอีกสักพักใหญ่จะเข้าสู่ประเด็น “อารมณ์หลงใหล” แต่วันนี้ก็ต้องรีบเปิดประเด็นนี้ก่อน เพราะเจ้ากรรมมีคนที่มีอารมณ์หลงใหลมากระทบจิตเรา

 

เคยบ้างไหมที่ได้รู้จักคนที่แยกระหว่างความจริงกับความฝันไม่ออกคนที่เรานึกไม่ถึงว่าจะสามารถ format สมอง หรือสั่งจิตตนเองให้มีจินตนาการมากมายโดยตัวเขาเองก็ยังเชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริงและโยนความเชื่อนั้นให้คนรอบข้างเชื่อตาม

 

ศิลาชอบมีจิตนาการและเขียนอะไร ๆ ตามแรงบันดาลใจ และเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการนั้นได้เสมือนจริงการเข้าไปก็เพื่อไปพัฒนาจิตวิญญาณในอีกมิติหนึ่งซึ่งไม่ใช่การเพ้อฝัน แต่เป็นการสั่งจิตให้สัมผัสถึงอารมณ์สุนทรียะ ที่เราอาจขาดหายไป   โดยเมื่อออกจากโลกนั้นแล้ว ก็แยกได้ทันทีว่าเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง

 

ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนอีกประเภทหนึ่ง หลงใหลและมีความสุขในรูปกับนามคลั่งไคล้ในสิ่งใด หรือคนใดมากเกินไป ยึดติดมัวเมา ชื่นชมย้ำจิตคิดทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับเรื่องนั้น คนนั้นภาพบางภาพมีความจริงครึ่งส่วนแต่ไปสร้างเรื่องจากจินตนาการ นำมาแต่งแต้มอีกหลายส่วน

แล้วก็วนเวียนฉายซ้ำไปซ้ำมาในสมองจนตนเองยังหลงคิดว่าเป็นเรื่องจริง และถ่ายทอดให้คนอื่นเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

 

พรรณามาถึงตรงนี้เพื่อที่จะบอกว่าคนเช่นว่านี้อาจเป็นคนที่เรารู้จักมานานแสนนาน โดยที่เราหลงชื่อเขามาตลอด วันหนึ่งมาพบความจริงว่าเรื่องที่เขาเล่าไม่เป็นเช่นนั้น แล้วเราก็สับสนว่าเราควรเชื่อใคร สุดท้ายก็เลยได้คำตอบว่าไม่ใช่เรื่องที่จะไปถามหาคำตอบ ไม่ใช่เรื่องที่จะเชื่ออะไร หรือเชื่อใคร  แต่เป็นเรื่องที่หากว่าเราจริงใจบริสุทธิ์ใจต่อเขาแล้ว เราก็ควรมีเมตตาต่อเขา แม้กระทั่งตระหนักดีว่าเขาเอามีดมาจ่อข้างหลัง

 

จิตดี บารมีเกิด  จริงอยู่เราเลือกดินที่จะปลูกต้นไม้ให้เจริญงอกงามได้แต่บางกรณีเราเลือกที่จะเป็นคนดีแต่โง่ที่จะโยนเมล็ดพันธุ์พืชไปในดินทราย ที่แม้แต่น้ำยังไหลผ่านไป โดยดินยังโอบอุ้มน้ำไว้ไม่ได้เลย

 

ขออภัยหากการเขียนบันทึกนี้ไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงเพียงพอ  เพราะวัตถุประสงค์ของการเขียนครั้งนี้เพื่อให้ผู้อ่านเข้าสู่จินตนาการแห่งประสบการณ์ของแต่ละคน ซึ่งในสังคมคนทำงาน ย่อมพบพานผู้คนมากมายที่ล้วนหลากหลายแตกต่างจากลักษณะตน

 

หากท่านใดสนใจอยากรู้มากกว่านี้ ศิลาก็ยินดีเปิดเผยข้อเท็จจริง แต่ ณ เวลานี้ขอพักประเด็น “หลง” ไว้ก่อน จะมีภาคต่อไปเร็ว ๆ นี้เพราะตอนนี้ศิลาได้ออกจากโลกแห่งจินตนาการแล้ว จึงเขียนบันทึกนี้ต่อไปไม่ได้

 

ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง “หลงใหล” ค่ะ