แล้วเราล่ะทำบุญหรือบาป เราอยากช่วยแต่เราช่วยไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ป่วย

นี่ฉันกำลังทำบุญหรือบาป

 

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่มีประเด็นในใจของตัวเองที่ผุดขึ้นมา ว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกหรือผิด วันนี้มีผู้ป่วย admit ที่ ICU ด้วย COPD หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั่นเอง ผู้ป่วยเป็นผู้หญิงชาวเขา พอฟังภาษาไทยได้บ้าง สื่อสารกันลำบากมาก มีคนเฝ้าหนึ่งคนคือสามี พูด และสื่อสารกันไม่เข้าใจเช่นกัน วันนี้ผู้ป่วยเหนื่อยหอบมาก พ่น ยาพ่นให้แล้ว 4 dose ได้ยาฉีด dexamethasone 8 mg  อาการยังไม่ดีขึ้น เหนื่อยหอบมากขึ้นไปอีก ปอดทั้งสองข้าง wheezing ออกซิเจนเริ่มลดลง พยายามที่จะ advice เพื่อที่จะใส่ท่อช่วยหายใจ เพราะประเมินและตรวจร่างกายดูแล้ว ยังไงก็ไม่ไหวแน่นอน คุณตาสามีผู้ชายก็ไม่เข้าใจ อยู่กันสองคน ตามญาติไม่ได้ ญาติเอาผู้ป่วยมาทิ้งไว้ รพ.

ผู้ป่วย เริ่มก้าวร้าว ทั้งเตะ ทั้ง หยิกเจ้าหน้าที่ ยังไงก็ไม่ยอมใส่ท่อช่วยหายใจ ด้วยความเข้าใจว่าใส่แล้วจะต้องตาย เลยไม่ยอม ฉันพยายามตามเจ้าหน้าที่ที่เป็นชาวเขามาช่วยอธิบายใน ภาษาชาวเขา แต่ก็ไม่มีใครอยู่เวร สามีก็ไม่ยอม เราซึ่งเป็นพยาบาลอยากช่วยให้ผู้ป่วยหายเหนื่อย เพราะเราเข้าใจในโรคและการรักษา และการใส่ท่อจะช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้นแทนที่จะขาดอากาศหายใจไปทีละน้อย ฉันใช้เทคนิคทุกอย่างเพื่อพยายามจะอธิบาย ทั้งภาษาใบ้ ภาษามือ และการสัมผัส เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความไว้วางใจ  แต่ยังไงผู้ป่วย ก็ไม่ให้ความยินยอม ยังไงก็ไม่ยอมเป็นความเชื่อของเขา และขอเลือกที่จะตายอย่างนี้ ยังดีกว่าใส่ท่อ ตามสิทธิของผู้ป่วย เราเลยให้เขาได้เลือกและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจของเขา เพราะเขายังรู้สึกตัว  ประกอบกับสามียินยอมที่จะไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ  แล้วเราล่ะทำบุญหรือบาป เราอยากช่วยแต่เราช่วยไม่ได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ป่วยและญาติ ฉันเหมือนยังมีอะไรที่ยังติดข้างอยู่ข้างในใจ นี่คือประเด็นจากการทำงานในหอผู้ป่วยหนัก แล้วทุกท่านละคะ ถ้าเป็นท่านท่านจะตัดสินใจอย่างไร