การเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีความเสี่ยง ยิ่งนายกสภายิ่งเสี่ยงสูงที่จะถูกเอาผิดทางกฎหมาย ดังกรณีสภามหาวิทยาลัยมหิดลถูกฟ้องศาลปกครองต่อไปนี้
“สภามหาวิทยาลัย ในการประชุมครั้งที่ ๓๗๐ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๗ ได้มีมติให้นาย ... นักศึกษาชั้นปีที่ ๖ รหัส ...... พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต คณะ... ด้วยเหตุป่วย มีอาการทางจิต และให้มีสิทธิได้รับปริญญาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งต่อมานาย ... ได้ยื่นฟ้องมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน (สภามหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒) ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ .../.... เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยมหิดลครั้งดังกล่าว และขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดี กลับเข้ารับการศึกษาตามปกติ พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งให้มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้นกว่า ๗๐๐,๐๐๐.- บาท นั้น
ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาในคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. …/…. คดีหมายเลขแดงที่ อ. …/…. โดยพิพากษาว่า มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ (สภามหาวิทยาลัยมหิดล) ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต เป็นการตัดสินด้วยเหตุที่มีความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความเสียหายหรือผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของผู้ป่วย อันเป็นการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ทำให้มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ที่ให้ผู้ฟ้องคดีพ้นสภาพจากการเป็นนักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ที่พิพากษายกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสี่”
อาจารย์ครับ ได้เข้ามาอ่านแล้ว ได้ความรู้ดี ต้องรอบคอบ ต้องไม่ประมาท การทำหน้าที่ณ จุดนี้ต้องได้รับการตรวจสอบ ขอขอบพระคุณครับ
บทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่รับผิดชอบอยู่ในสภามหาวิทยาลัย
ขอบคุณครับ อาจารย์หมอ :)
ได้ความรู้เช่นกันครับ