เอาของมาเยอะระวังเสียค่าน้ำหนักเพิ่มนะครับ :)

ทางสายการบินทุกสายจะมีค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวผู้โดยสารต่อคนไว้เพื่อคำนวนน้ำหนักบรรทุกในแต่ละไฟลท์ ตัวอย่างนะครับ

น้ำหนักเฉลี่ยของผู้โดยสาร

ผู้ใหญ่                               73-75     กิโลกรัม/คน

เด็ก 2-14 ขวบ                        35     กิโลกรัม/คน

เด็กทารกแรกเกิด -2 ขวบ         10     กิโลกรัม/คน

การคำนวนก็คือ 

เอาน้ำหนักเครื่องเปล่า+ลูกเรือ+อาหาร  เรียกว่าน้ำหนักก่อนบรรทุก

บวกกับ

น้ำหนักผู้โดยสาร+สัมภาระ+พัสดุ(ถ้ามี)+เชื้อเพลิง จะเรียกรวมกับข้างบนว่าน้ำหนักจริงก่อนวิ่งขึ้น

ซึ่งเครื่องแต่ละรุ่นจะมีน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุดไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ แล้วแต่วิศวกรจะกำหนดมา

ยกตัวอย่างเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 นั้น น้ำหนักเจ้าตัวประมาณ 34000-35000 กิโลกรัม (แล้วแต่สายการบินนะครับ)จะสามารถรับน้ำหนักก่อนวิ่งขึ้นรวมน้ำหนักตัวมันเองได้ประมาณ  62000-64000

ฉะนั้นสายการบินจึงต้องกำหนดน้ำหนักสัมภาระ ไม่ให้ผู้โดยสารฝากใต้ท้องเครื่องเกิน 15-30 กิโลกรัมต่อ 1 ที่นั่ง เพราะเหตุผลข้างต้นนั่นเองครับผม

และที่เค้าเก็บค่าน้ำหนักเพิ่มหาก Load เกินนั้น ก็เหตุผลเดียวกันอย่างที่บอกครับ เครื่องแบกน้ำหนักเยอะ ก็เผาผลาญเชื้อเพลิงเยอะตามกันไปครับ

ขอกระซิบบอกอะไรบางอย่างครับ เรื่องน้ำหนักเกิน...

...ถ้าของที่เราจะโหลดใต้ท้องเครื่องนั้นเกินนิดนิดหน่อยๆ (สมมุติ เค้ากำหนดให้ไม่เกินคนละ 15 กิโลกรัม แล้วเราเกินมาเป็น 18-20 กิโลกรัม) ลองอ้อนพนักงานเพราะๆดูนะครับ ไม่มีใครใจร้ายเกินไปที่จะไม่ให้หรอกครับ

คือบางทีเกินมา พนักงานก็บอกไปตามหน้าที่แหละครับว่าเกินนะคะ ถ้าเราขอเค้านิดนึงส่วนใหญ่จะให้นะครับ แต่ถ้าใช้คำพูดอีกแบบเช่น คราวก่อนพี่บินมา เกิน 7-8 โล ยังไม่เสียตังค์เลย แค่นี้ก็เก็บตังค์กันด้วย...งกจังสายการบินเนี้ย!

หรือออกแนว

วีนหน่อยๆ พนักงานบางท่านที่ยิ้มๆอยู่ก็ยินดีจะเก็บตังค์ผู้โดยสารท่านนั้นทุกบาททุกสตางค์ครับ อิอิ เผลอๆ ถ้าวีนจนถูกชะตากันมาก อาจมีการเก็บตังค์ย้อนหลังได้นะครับ :)

คราวหน้าก็ยังเช็คอินไม่เสร็จนะครับ จะเล่าเรื่อง ของที่เอาขึ้นเครื่องได้-ไม่ได้ให้อ่านกัน

ขอบคุณมากๆเลยครับที่ติดตามอ่านกัน สวัสดีครับ