ร้องทุกข์ 1 ครั้งดีกว่าบ่นและเครียดพันครั้ง

เรื่องเล่า ของ อภิญญา  ไปมูลเปี่ยม เครือข่ายอาหารปลอดภัย  อำเภอเวียงสา  น่าน

  จากที่ตัวเองและทุกคนซึ่งเป็นผู้บริโภคล้วนถูกเอารัดเอาเปรียบจากการใช้สินค้า การใช้บริการทั้งของภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ จึงมีความคิดว่าทำไมประชาชนต้องยอมถูกกระทำในสิ่งเหล่านี้ทั้งๆที่มี พ.ร.บ สิทธิของผู้บริโภค ซึ่งสามารถใช้สิทธิได้ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม

 ที่ผ่านมาสมาชิกถูกเอารัดเอาเปรียบในรูปแบบต่างๆเช่น ไปซื้อเงาะ 2 กก.ชั่งจริงๆขาดไป 4 ขีด ซื้อเนื้อหมู 1 กก.ขาดไป 2 ขีดซื้อขนมที่มีเชื้อรา ซื้ออาหารกลับมาถึงบ้านมีกลิ่นบูดเน่า แม่ค้านำอาหารเก่ามาปรุงขายใหม่ สุขลักษณะของผู้จำหน่ายไม่ดี สกปรกแม่ค้าพ่อค้าพูดไม่ดี  รวมถึงการดื่มสุราสูบบุหรี่ทั้งผู้ค้าผู้ซื้อดูแล้ววุ่นวายไปหมด อาหารในโรงเรียนไม่ปลอดภัยสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์สกปรก อาหารมีการปนเปื้อนสารพิษ จากสิ่งเหล่านี้จึงเกิดชมรมคุ้มครองผู้บริโภคขึ้น

โดยเริ่มมีกิจกรรมในชุใชนดังนี้

1.    การสนับสนุนงบประมาณครั้งแรกจากสำนักงานอาหารและยาโดยการประสานงานของมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค จัดเวทีทิศทางผู้บริโภคอำเภอเวียงสาเป้าหมายคือผู้นำชุมชน อบต จำนวน 126 หมู่บ้าน 390 คนผลของการสัมมนาในครั้งนั้นทำให้ผู้บริโภครู้สิทธิของตนเองนำไปเผยแพร่และต้องการให้อำเภอเวียงสามีอาหารที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคโดยทุกคนที่เข้าสัมมนาสมัครเป็นสมาชิก ชมรมผู้บริโภคอำเภอเวียงสา ครั้งแรกเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2544

2.    จัดให้เยาวชนที่อยู่ในเขตตำบลกลางเวียงและต่างโรงเรียน จำนวน 80 คนออกสำรวจตลาดภายใต้โครงการ  บุกตลาดหาอาหารปลอดภัยเพื่อสำรวจ ร้านอาหาร แผงลอย มีการทดสอบอาหารที่ส่วนผสมของสารฟอกขาวในถั่วงอก  สารบอแรกซ์ในลูกชิ้น ฮอทดอก หมูยอ ไส้กรอก สำรวจร้านอาหารพบเจ้าของไม่ให้การต้อนรับพูดไม่เพราะร้านสกปรก เบื้องหลังการปรุงก่อนจำหน่าย ไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลอาหารซึ่งก่อนที่เยาวชนจะออกสำรวจได้รับข้อมูลด้านวิชาการก่อนออก ทำให้เยาวชนมีการตื่นตัว ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค การเลือกซื้ออาหารและนำความรู้ไปบอกกล่าวกับผู้ปกครองของตนเอง

3.    เริ่มจัดการอบรมแก่ผู้ประกอบการค้าอาหาร รุ่นที่ 1 วันที่ 2 ธค 2544  ทำให้เกิดการเปลี่ยนของ ผู้ประกอบการค้าอาหารที่มีการเปรียบเทียบจากผู้บริโภคผู้ผ่านการอบรมนำความรู้เรื่องสุชาภิบาลอาหารลัอาหารปลอดภัย การพัฒนาบุคลิกภาพ การพูด จา การส่งเสริมการขาย  ทำให้จำหน่ายสินค้าดีขึ้น บางคนเป็นหนี้รายวันมาก่อน หนี้เหล่านี้ก็หายไปและก็ไม่กลับมาหาผปก.เหล่านี้เมื่อมีรุ่น ที่ 1 ก็มีรุ่นที่ 2-3-4 ตามมาปัจจุบันเราครอบคลุมทั้ง 127 หมู่บ้าน ร้านชำ ร้านอาหารแผงลอย แม่บ้านทุกหมู่บ้าน ครูอาหารปลอดภัย ศูนย์เด็กเล็ก ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านการอบรมเป็นอบรมสัมมนาที่หาได้ยากเพราะวิธีการอบรม การส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมอบรม บางครั้งล้นห้องประชุม การประสานงานแค่เราแจ้งประชาสัมพันธ์ในวิทยุชุมชนเท่านั้นเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ก็ช่วยได้มากการอบรมเราไม่มีการจ้างมาอบรม งบประมาณในแต่ละครั้งเราขอสนับสนุนจาก เทศบาลตำบล  อปท. อบต. สจ. สส

สิ่งที่ภูมิใจกรรมการชมรมอาหารที่มาจากผู้ประกอบการค้าอาหารสามารถเป็นวิทยากรทั้งภาควิชาการและกระบวนการได้  มีการรวมกลุ่มทำสบู่จากน้ำมันเหลือใช้ที่ได้ความรู้มาจากชมรมจังหวัดสมุทรสงคราม

4.    การจัดงาน กิ๋นหอมต๋อมม่วน เพื่อความเข้มแข็งของชมรมและเปิดตัวให้ผู้บริโภคทั้งหลายได้ทราบถึงเรื่องอาหารปลอดภัยและมีการจัดมหกรรมอาหารที่ไม่มีบุหรี่และแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้อง 3 ครั้งโดยการนำทีมของคณะกรรมการชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารอำเภอเวียงสา

5.    การเชื่อมโยงด้านการสร้างสุขภาพเนื่องจากผู้ประกอบการค้าอาหารที่เข้ามาอบรมบ่นไม่ได้ออกกำลังกายตื่นเช้ามืดไปตลาดกลับมาก็สายนอนหลับตื่นมาอีกทีก็เตรียมอาหารเพื่อนำไปจำหน่ายบางคนอ้วนมาก เหนื่อย เพลีย ปวดแข้งปวดขา เวลาพักผ่อนไม่เพียงพอหหากมีงานกุศลก็ไม่ได้กลางวันจึงได้ประสานกับ เทศบาลตำบลกลางเวียงให้จัดสถานที่เต้นแอโรบิคขึ้นในเดือนธันวาคม 2544 โดยมีแกนนำแอโรบิคคนแรกคือคุณสายชล ศรีแก้วงเป็นครูฝึกสอน  ต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. มาดเนินการสานต่อขยายเครือข่ายในพื้นที่ตามตำบลต่างๆ ปัจจุบัน ชมรมแอโรบิคได้มอบให้กับเทศบาลตำบลเวียงสา ดำเนินการเต้นทุกวันเวลา 18.00-19.00 น.โดยมีแกนนำเป็นผู้ประกอบการค้าอาหาร อสม.

6.    ชมรมผู้ประกอบการค้าเติบโตตามกระแสเรื่องอาหารปลอดภัยการดำเนินงานที่ปฏิบัติคือทำงานเป็นทีมแบบบูรณาการการลงพื้นมี่เข้าไปเฝ้าระวังอาหารปลอดภัยตามบ้านของผู้ผลิตอาหารก่อนที่จะนำมาจำหน่ายในตลาดเป็นเทคนิคที่ประสบความสำเร็จถือเป็นการเยี่ยมเยือนแนะนำในสิ่งที่ดี การลงพื้นที่ทำเป็นคำสั่งจากนายอำเภอเป็นคณะทำงานด้านความปลอดภัยของอาหารทั้งนี้ต้องมีคณะกรรมการที่มาจากผู้ประกอบการค้าทุกครั้งในการลงพื้นที่เพื่อลดข้อขัดแย้ง ทีมงานมีตั้งแต่ จนท.เทศบาล อบต  ตำรวจ กศน. เกษตร พัฒนาชุมชน รพ. สาธารณสุขอำเภอโดยจัดเป็น 2 ทีม การมอบป้ายครั้งแรกนำไปมอบในตลาดสดโดยมีนายอำเภอหัวหน้าหน่วยราชการ วิสาหกิจ นายกเทศบาลและนายกอบต.ร่วมงานทุกครั้ง

7.    กิจกรรมในส่วนของการช่วยเหลือเพื่อประกอบกิจการค้าอาหาร ธนาคารออมสินเวียงสาได้ช่วยเหลือให้กู้เงินโดยทุกคนที่กู้ต้องผ่านการอบรมใบประกาศเป็นการการันตีการกู้และการมีการอบรมอาชีพให้สมาชิก

8.    สมาชิกของชมรมผู้ประกอบการค้าเปิดรับสมัครปีละ 100 บาท สมัครเฉพาะเดือนมกราคม ของทุกปีใครก็ได้ที่ผ่านการอบรมเข้ามาเป็นสมาชิกได้ สิทธิของสมาชิกนั้น มหกรรมอาหารจำหน่ายสินค้าไม่เสียค่าใช้จ่าย จำหน่ายบริเวณในงาน  ไปศึกษาดูงานเลือกผู้เป็นสมาชิกก่อน

9.    ชมรมจัดทำผ้ากันเปื้อนเพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกชมรม ปัจจุบันผู้ผ่านการอบรมได้มีการแต่งกายที่ถูกต้องสวมหมวกคลุมผม ใส่ผ้ากันเปื้อน ร้อนหนาวก็ใส่ออกมากตี1 ตี 2 จะบ่ายจะเย็นฝนตกฟ้าร้อง ขี่จักรยาน มอเตอร์ไซค์ ใส่อย่างนี้ทุกวันวันไหนไม่ได้ใส่เวลาขายของมันเหมือนกับไม่ใช่ตัวเรา ผู้ประกอกการหลายๆคน บอก ใส่เสื้อ 7 วัน 7 สี สวยงามเกิดความแตกต่างระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย พูดจาดี ไม่ทะเลาะกัน   เกิดต้นแบบบุคคลต้นแบบร้านอาหารปลอดภัยด้วยเศรษฐกิจพอเพียง  เกิดโรงเรียนอาหารปลอดภัย เกิดหมู่บ้านอาหารปลอดภัย  กลุ่มแม่บ้านจัดทำอาหารในพื้นที่ งานบุญ งานสีดำ แต่งกายถูกต้องสวมหมวกใส่ผ้ากันเปื้อน ผู้ที่ผ่านการอบรมของแม้จะไม่ใส่เสื้อแขนกุด เสื้อไม่มีแขน

10.การจัดกิจกรรมในพื้นที่มีการจัดมหกรรมสร้างสุขภาพ ด้วย นโยบาย 3 ต้อง 6 ไม่ ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ ต้องกินอาหารสุกสะอาดปลอดภัย ต้องมีอารมณ์ดีเป็นนิจ

ไม่กินเค็มไม่กินหวานไม่กินมัน ไม่อ้วน ไม่สูบ(เสพสารเสพติด) ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

11 การศึกษาดูงานของชมรมฯ 2 ปี ได้ของบประมาณจากท้อง ถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลตำบลเวียงสา จาก สจ. จาก สส.จากองค์การบริหารส่วนตำบล ไปศึกษาดูงานตลาดสดน่าซื้อและผลิตภัณฑ์สุขภาพไปครั้งละ 120-150 คนต่อ 1 ครั้ง

12.เป็นพี่เลี้ยงให้กับกลุ่มผู้ประกอบการค้าต่างอำเภอในจังหวัดน่าน

ข้อมูลจาก ทัวร์อาหารปลอดภัย  จดหมายข่าวอาหารปลอดภัย ของศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร กระทรวงสาธารณสุขปีที่ 1 ฉบับที่ 3 ประจำเดือน กค-กย 49

หัวข้อ    กิ๋นหอม ต๋อมม่วน  เมืองน่าน

การเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาสุขภาพ 

          จากจุดเล็กๆในสังคมชนบทอย่างที่ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้กลายเป็นที่มาของเครือข่ายอาหารปลอดภัยซึ่งมีแนวร่วมทั้งระดับอำเภอและจังหวัดอย่างเหนียวแน่น เป็นการพลิกวิกฤติสู่โอกาสได้อย่างลงตัวและสอดรับกับนโยบายภาครัฐเป็นอย่างดี

        อภิญญา ไปมูลเปี่ยม ผู้รับผิดชอบ งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงสา ย้อนเรื่องราวความเป็นมาว่า

         ช่วงกลางปี 2544 ชาวบ้านตำบลกลางเวียงจำนวนมากล้มป่วยด้วยโรคอุจาระร่วงเนื่องจากกินอาหารในตลาด ตลาดถูกสั่งปิดชั่วคราว 3 วัน เพื่อสอบสวนโรคและต่อมาไม่ค่อยมีใครกล้าซื้ออาหารจากตลาดมากินอีก ทำให้ตลาดซบเซา การทำมาค้าขายการทำมาค้าขายของพ่อค้าแม่ค้าที่นี่เป็นไปด้วยความลำบาก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงสาจึงเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยการจัดทำโครงการบุกตลาดหาอาหารปลอดภัยใช้พลังเด็กและเยาวช นเป็นตัวขับเคลื่อนซึ่งได้รับงบประมาณดำเนินงานจากสำนักงานอาหารและยาผ่านมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค

              กิจกรรมหลักของโครงการนี้คือการจัดอบรมเด็กๆและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 80 คนให้มีความรู้เรื่องสุขาภิบาลอาหารและการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารดดยชุดทดสอบเบื้องต้นแล้วกระจายกำลังกันออกไปตรวจสอบตามร้านอาหารแผงลอย ตลาดต่างๆในชุมชนซึ่งพบว่าอาหารไม่สะอาดและมีสารปนเปื้อนอยู่หลายชนิด นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้ายังมีกิริยามารยาทไม่สุภาพกับประชาชนที่ไปจับจ่ายซื้อของ  ดังนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเวียงสาจึงจัดอบรมผู้ประกอบการค้าอาหารในตลาดเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจพร้อมทั้งจัดตั้งชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารอำเภอเวียงสา ขึ้น ให้สามารถรวมตัวทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างใกล้ชิดและได้จัดงานกิ๋นหอมต๋อมม่วน ซึ่งในความหมาย คือ การรวมตัวกันกินอาหารที่ดีและมีความปลอดภัย มีการประชาสัมพันธ์งานผ่านทางวิทยุกระจายเสียงและสื่ออื่นๆทำให้ประชาชนตื่นตัวไปร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างกระแสอาหารปลอดภัยในเวียงสาและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนรับรองคุณภาพมาตรฐาน อาหาร สะอาด รสชาติ อร่อย  ของกระทรวงสาธารณสุข

  ขณะเดียวกัน เครือข่ายอาหารปลอดภัยอำเภอเวียงสาได้ขยายเครือข่ายออกไปต่างอำเภอ อาทิ อ.ปัว อ.ท่าวังผา กิ่งอ.ภูเพียง อ.นาน้อย อ. แม่จริม รวมทั้งในเขตอำเภอเมืองน่าน โดยเน้นการออกตรวจอาหารในแหล่งจำหน่ายและหากพบว่าร้านในมีสารปนเปื้อนหรือปฏิบัติไม่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหารจะมีการตักเตือนในเบื้องต้น ซึ่งผู้ขายอาหารส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศนโยบายอาหารปลอดภัยออกมาอย่างชัดเจนและมีการส่งเสริมสนับสนุนองค์ความรู้เรื่องอาหารปลอดภัยให้กับประชาชน จึงทำให้การทำงานของเครือข่ายง่ายขึ้น นอกจากการตรวจสอบอาหารในตลาดหรือร้านอาหารแล้วสมาชิกเครือข่ายยังใช้วิธีไปซื้ออาหารมาตรวจสอบสารปนเปื้อนสร้างผู้นำอาหารปลอดภัยจากสมาชิกกลุ่มเน้นการดึงเอาผู้ประกอบการค้าอาหารซึ่งเคยมีปัญหาขายอาหารไม่สะอาดมาเป็นแนวร่วมในระดับกลุ่มเพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความมีจิตสำนึก  รับผิดชอบต่อผู้บริโภคนอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งด้านงบประมาณในการจัดอบรมแม่ค้ารวมถึงการจัดคณะไปศึกษาดูงานต่างพื้นที่ เป็นต้น

              อย่างไรก็ตาม การทำงานของเครือข่ายจะทำได้เฉพาะสถานที่จำหน่ายอาหารที่เป็นหลักแหล่งเท่านั้น หากส่วนของรถเร่ขายอาหารไปตามบ้านเรือนในชุมชน รวมทั้งตลาดนัดยั งคงเป็นปัญหา เนื่องจากอาหารส่วนใหญ่ที่นำมาขายไม่มีคุณภาพและความปลอดภัย ซึ่งควบคุมได้ยาก แต่เครือข่ายฯ ก็ยังคงหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าวเพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามกระแสหากเป็นการปลูกจิตสำนึกและให้คุณค่าวัฒนธรรมอาหารปลอดภัยให้เกิดขึ้นในชุมชน  

ตู้ ปณ 1 อ.เวียงสา  หรือ โทร 054-781755

 

 

 

 

 

 

  

  

  

 

  <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"> </p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"></p> <p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"></p>