เป็นการปฏิบัติตนธรรมดาๆ กลมกลืนไปกับวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ช่วงที่ไปทำงานที่เพชรบูรณ์ (อ่านที่นี่) ได้มีโอกาสนั่งคุยกับลุงกลิ่น หัวหน้า "กลุ่มเบาหวานบ้านใกล้" คนหนึ่งของครบุรี หากใครได้ชม VDO “หมอฝอย” จะเห็นภาพลุงกลิ่นสวมเสื้อสีเหลืองขณะอยู่ในค่าย  ร่วมร้องเพลงในประโยค “....ต้องใช้ยาใจ” และกล่าวฝากเพื่อนๆ เบาหวานว่า “กินอาหารก็ให้เป็นเวลา กินยาก็เป็นเวลา....ถึงเวลาเราจะต้องนึกได้ทันทีว่าเราต้องทำอะไร ขอให้ร่างกายสุขภาพดีแบบตานี่....”

ปัจจุบันลุงกลิ่นปัจจุบัน ๗๗ ปี ภรรยาอายุอ่อนกว่า ๕ ปี มีลูก ๔ คน แยกกันไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพและเชียงใหม่ ลูกสาวคนโต อ้วน อยู่แหล่งท่องเที่ยว กินจุบกินจิบ เป็นเบาหวานก่อนหน้าลุงกลิ่นเสียอีก

ลุงกลิ่นรู้ตัวว่าเป็นเบาหวานเมื่อปี ๒๕๔๗ ตอนนั้นไปอยู่กับลูกที่จังหวัดเชียงใหม่ มีอาการเหนื่อย เพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ลูกพาไปโรงพยาบาลมหาราช ไปเห็นคนมาเข้าคิวทำบัตรกันเยอะมาก จึงเปลี่ยนไปที่คลินิกแทน ได้เจาะเลือดแล้วรอ ๒ ชม. หมอบอกว่าเป็นเบาหวาน จัดยาให้เป็นยาเม็ดสีฟ้า ให้กินก่อนอาหาร ไม่ได้บอกอะไรอีก

๒ ปีต่อมากลับมาบ้านที่ครบุรี ถึงรู้ว่าการปฏิบัติตัวควรเป็นอย่างไร หมอชวนเข้าค่าย แล้วรับการตรวจตามนัด ได้ออกกำลังกาย ลดการกิน กินเป็นเวลา ออกกำลังกายก็เป็นเวลา

ลุงกลิ่นตื่นตีห้ากว่า วิ่งเหยาะๆ ตามเรี่ยวแรงที่มี พอรู้สึกเหนื่อยก็ยืดเส้นยืดสาย วิ่งหรือเดินต่ออีก รวมๆ แล้วประมาณ ๓๐-๔๐ นาที ตามปกติจะไม่นั่งๆ นอนๆ ถ้าว่างก็จะขี่จักรยานไปหาเพื่อน ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องต่างๆ

การกินก็เอาแบบที่หมอบอก แต่ก่อนกินมาก กินจนอิ่ม ถ้าเคยกิน ๕ ทัพพี ก็เหลือสัก ๓ อีก ๒ ก็ไม่ได้ไปไหน เอาผักมาใส่แทน ก็อิ่มเท่ากัน ผลไม้ เช่น มะม่วงก็กินครึ่งลูก กิน ๓ มื้อต้องตรงเวลา เช้า ๗ โมง ใกล้เที่ยง และ ๔ โมงเย็น กลางคืนไม่มีกิน กินแล้วไม่มีซ้ำ

กินยาก่อนอาหาร ๓๐ นาที ถ้าด่วนก็ ๒๐ นาที

ทำงานจักสาน ทำกรงนก ถ้าเหนื่อยก็เปลี่ยนบรรยากาศไปคุยกับเพื่อนๆ แล้วกลับมาทำงานต่อ

ตอนนี้น้ำตาลอยู่ระหว่าง ๑๑๐-๑๒๐ น้ำหนักประมาณ ๕๕ แต่ก่อนมานี่ชั่งดูได้ ๕๓ ความสูง ๑๖๐

บอกลูกให้ลดการกิน กะข้าว ตัดจากเดิมครึ่งหนึ่ง เอาผักมาแทน

ฟังลุงกลิ่นเล่าเรื่องการดูแลตนเองแบบสบายๆ รู้สึกเหมือนเป็นการปฏิบัติตนธรรมดาๆ กลมกลืนไปกับวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะลุงกลิ่นเข้าใจทั้งตนเองและเข้าใจเบาหวาน

ดิฉันได้รู้จากหมอฝนว่าเดี๋ยวนี้ชาวเบาหวานอำเภอครบุรี เช่น ลุงหยาด ผู้ใหญ่ชุณห์ ได้รับการติดต่อจากโรงพยาบาลต่างๆ ให้ไปเป็นวิทยากรโดยตรงเลย เพราะเรื่องเล่าของท่านเหล่านี้เผยแพร่ผ่านหนังสือและ VDO ของเครือข่าย บางท่านทิ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือไว้ให้ด้วย การติดต่อจึงง่าย แต่ด้วยความที่ทุกคนรักใคร่ผูกพันกับหมอฝน เมื่อได้รับการติดต่อก็จะโทรศัพท์แจ้งและปรึกษาหมอฝนทุกครั้ง

คืนวันที่ ๒๐ มกราคม ช่วงที่อยู่เพชรบูรณ์ ผู้ใหญ่ชุณห์โทรศัพท์มาแจ้งหมอฝนว่ามีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลในจังหวัดปราจีนบุรีติดต่อมาให้ทั้งผู้ใหญ่ชุณห์ ลุงหยาด และคนอื่นๆ...ไปเป็นวิทยากร ฟังว่าจะจัดค่ายหรืองานที่อยุธยา ผู้ใหญ่ชุณห์กะว่าจะขับรถกันไปเอง

ดิฉันแนะนำว่าทีมสุขภาพควรติดต่อระหว่างกันด้วย จะได้รับรู้และช่วยกันดูแลความปลอดภัยของชาวเบาหวาน และเผื่อวันข้างหน้าจะได้ทำงานร่วมกัน อีกทั้งหากจะเชิญชาวเบาหวานไปไหนน่าจะอำนวยความสะดวกจัดรถรับ-ส่งให้ด้วย

วัลลา ตันตโยทัย