หลายๆท่านที่เคยที่วัดญาณฯแล้วคงจะสงสัยว่า เปลี่ยนไปอย่างไร เปลี่ยนไปในแง่ของมุมมอง, ความคิดที่มีครับ เมื่อวานหลังจากไปตึกคอมพัทยาซื้อเจ้า Wacom Bamboo Fun CTE-450 สีบรอนซ์เงิน

ที่อยากได้เป็นหนักหนาเนื่องจากเห็นงานสวยๆของอาจารย์ปัณยา ไชยะคำ
ขอขอบคุณภาพโดยคุณระมาด-ธรรมรัตน์ สุขนิยม (ชมรมนักนิยมธรรมชาติ)
ผมใช้ถนนเส้นทางจากปากทางเข้าวัดญาณฯไปสู่ถนนหมายเลข ๓๓๑ ลัดกลับบ้านครับ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะต้องเดินดูนกรอบๆวัดญาณเสียหน่อยนึง(เดินย้วยๆก็อย่างน้อย ๑ ชั่วโมง) ก็เล่นพกกล้องสองตากับ A Field ของ Craig Robson ติดรถมานิ และก็เหมือนกับทุกๆครั้งผมจอดรถที่ลานจอดของวิหารเซียนเพื่อรอดูเหยี่ยวที่มาทำหน้าที่ประจำวัน เหยี่ยวจะร่อนอยู่เหนืออ่างเก็บน้ำเพื่อจับปลากลับรังไปให้ลูกน้อยหรือเป็นอาหารมื้อเย็น แต่ก่อนไม่เคยจะสนใจเจ้านกชนิดนี้ครับ เพราะคิดว่ามันคือสัตว์ผู้ล่าที่โหดร้าย
แต่พอมาได้เห็นการทำงานที่น่าทึ่งของมันก็หลงใหลในความสง่างามยิ่งถ้าดูผ่านกล้องสองตาที่ไม่ต้องมีกำลังขยายมากหรอกครับเอาแค่ ๗ ถึง ๘ เท่ากำลังดี (วันนั้นไปดูกล้องของ Olympus EXWP-I 7*42 ที่ร้านขายกล้องถ่ายรูปบนห้างจำพวกซูเปอร์สโตร์มาก็ใสดีครับ) เหยี่ยวจะกระพือปีกสองครั้งจากนั้นจะปล่อยตัวร่อนเป็นวงกลมสอดส่ายสายตาที่คมกริบมองหาเหยื่อที่อยู่ใต้น้ำ หากพบปลาก็จะพุ่งตัวลงไปใช้กรงเล็บที่ตีนทั้งสองข้างจับขึ้นมาจากนั้นก็บินวนซักสองสามรอบก็จะบินกลับรังไป หากว่าบริเวณที่ร่อนวนนั้นไม่พบเหยื่อก็จะขยับย้ายจุดไปที่อืื่่น มันล่าเพื่อยังชีพอยู่รอดไ้ด้และเพื่อลูกของมันโดยที่จับหนึ่งตัวก็นำกลับไปรัง ไม่มีรถมาบรรทุก ไม่มีตระกร้าใส่กลับไปหลายๆตัว ช่างเรียบง่ายและพอเพียง
เหยี่ยวที่พบที่นี่ใต้ปีกเป็นสีขาวมากกว่าครึ่งหัวก็เป็นสีขาวมันจับปลาด้วยสองตีนครับ ต่างจากเหยี่ยวดำ(Black kite)ที่เคยเห็นที่บ้านอาจารย์ปัณยาที่ราชบุรี เหยี่ยวดำบินวนเหนือทุ่งนาในตอนกลางวันที่แดดค่อนข้างแรง บ้างทีจะเห็นเหยี่ยวหลายตัวมาเกาะพักที่ต้นไม้(ในรูป)เป็นเวลานานทีเดียว รูปนี้ถ่าย Minolta Dynax5D แก่ๆ ด้วยเลนส์ซูมทางยาวโฟกัส ๒๔-๑๐๕ มม. เหยี่ยวอยู่ห่างไประยะประมาณร้อยเมตร เหยี่ยวในรูปก็เล็กๆๆๆไปหน่อยคร้าบ

ผมไปถึงประมาณห้าโมงเย็น เหยี่ยวยังไม่มาครับ เดินดูนกยางกรอกพันธุ์จีน(Chinese Pond Heron)ที่เกาะตามต้นไม้ชายน้ำ บางทีก็หลบอยู่ในดงต้นธูปฤาษี บ้างก็บินร่อนล้อกันสองตัวเหนือพื้นน้ำไม่สูงนักประมาณสองฟุต ยังมีนกเด้าดินทุ่งเล็ก(Paddyfield Pipit)ที่จะเดินหากินที่เนินหญ้าบางครั้งก็บินต่ำๆย้ายไปยังจุดอื่น เจ้านี่มีสีขนที่กลมกลืนไปกับหญ้าแห้งของฤดูแล้งต้องคอยสังเกตเวลาที่มันบินจึงจะพบตัว
วันนี้เหยี่ยวยังไม่มาครับ ผมย้ายที่ไปที่หน้าพระอุโบสถเดินดูประติมากรรม "บัวสี่เหล่า" ของอ.ปัณยาเสียหนึ่งรอบ

ดูนกรอบๆอ่างน้ำด้านหน้า พบนกแซงแซวสีเทา(Ashy Drongo) กับเจ้าแซงแซวหางปลา(Black Drongo) เกาะตามสายไฟหรือยอดต้นปาล์มคอยโฉบจับแมลงเล็กในอากาศอย่างคล่องแคล่ว นกตะขาบทุ่ง(Indian Roller)บินโชว์ปีกสีขาบสดใสโผไปเกาะกิ่งแห้งๆของต้นโพธิ์ นกตีทอง(Coppersmith Barbet) เกาะบนกิ่งแห้งๆอีกกิ่งส่งเสียงดัง "ต๊ง ต๊ง" กังวานไม่สมตัวที่มีขนาดเล็กวัดจากปลายปากถึงขนหางเส้นที่ยาวที่สุดของมันได้ ๒๒-๒๓ เซนติเมตร(ที่มาหนังสือนกเมืองไทยโดยคณะบุคคลหมอบุญส่ง เลขะกุล)

ขอขอบพระคุณภาพ "Coppersmith Barbet สวยๆ" โดยฝีมือของอาจารย์สุชิน ประธานชมรมสรรค์สร้างป่าสวยด้วยเยาวชนแห่งโรงเรียนชลราษฎรอำรุง บอร์ด Thailand Wilderness Study, www.trekkingthai.com
ผมเห็นเหยี่ยวมาบินวนเหนืออ่างเก็บน้ำแล้วครับ พอเดินไปเกือบจะถึงหน้าโรงพยาบาล เจอตัวเด็ดเลยครับ เจ้า Common Hoopoe กะรางหัวขวานนั่นเอง ลืมเหยี่ยวไปซะหมด

ขอขอบพระคุณ "ภาพนกกะรางหัวขวานสวยๆ" โดยฝีมือของอาจารย์บุญรอด โรงเรียนบ้านลาดวิทยา จังหวัดเพชรบุรี บอร์ดเพื่อนกันวันดูนกเวบไซต์ www.trekkingthai.com
Hoopoeจะเดินอยู่ตามพื้นมองดูคล้ายไก่แจ้ประหลาดๆที่มีปากยาวเรียวโค้ง ผมเห็นมันใช้ปากยาวๆนี้กระแทกเจาะๆดินเพื่อหาจับแมลงกิน แต่วันนั้นเห็นเจาะพื้นอยู่นานทัเดียวจิกเอาตัวอะไรยาวๆขึ้นมาด้วยทีแรกคิดว่าไส้เดือน แต่กลับกลายเป็นตะขาบครับตะขาบรุ่นๆ เจ้า Hoopoe จิกๆพาดกับพื้นอยู่พักก็ขย้อนตะขาบลงท้องไป ยืนมองการทำงานของมันร่วมๆยี่สิบนาทีน่าจะได้ครับ
เดินมานั่งริมอ่างน้ำด้านหน้า น้ำพุเปิดอยู่แต่แผ่วมากท่าทางหัวน้ำพุคงจะตันแล้ว ผมนั่งบนขอบตลิ่งดูอาทิตย์ดวงโต แดง สวย สีไม่บาดตาค่อยๆลับขอบฟ้าไป ได้ Chinese pond heron สองตัวบินไล่กันเหนือผิวน้ำช่วยให้บรรยากาศดูไม่เหงาเท่าไร ตอนนั้นผมเอนตัวลงนอนแนบอยู่กับแม่แล้วครับ แม่พระธรณี อากาศเย็นสบายบนพื้นหญ้า ได้เวลากลับบ้านมาเล่นของเล่นใหม่ WACOM BAMBOO FUN ตามประสาคนขี้เห่อครับ :)
ภาพนกสวยมากจริงๆค่ะ ขอบคุณที่สรรหามาให้ชมนะคะ
งานของอาจารย์ปัณยาก็สื่อความได้ลึกซึ้งมาก ดีจังที่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวไปในที่เหล่านี้
พี่นั้นนานๆจะถ่ายภาพนกได้ชัด ดูออกว่าเป็นนกอะไร ฝากภาพนกเป็นฝูงดูไกลๆมาก็แล้วกันนะคะ
สวัสดีครับพี่นุช ดีใจครับที่พี่ชอบเจ้าตีทองกับHoopoe
ท่านที่ถ่ายภาพไว้ก็คงจะดีใจที่มีคนชอบภาพสวยๆของท่าน
ขอบพระคุณท่านทั้งสองมา ณ ที่นี้ด้วยอีกครั้งหนึ่งครับ
บันทึกนี้อยากจะสื่อให้คนชลบุรีหรือผู้ที่มาที่วัดญาณฯได้ทราบว่าที่นี่ก็เป็นแหล่งดูนกที่ดีอีกที่หนึ่ง ผมอิฉาคนกรุงเทพฯตรงที่เขามีสวนดีๆเช่นสวนรถไฟ เป็นสวนของครอบครัวที่จะมาทำกิจกรรมดีๆ ผมคิดว่าที่ชลบุรีน่าจะมีสวนแบบนี้ซักหลายแห่งบ้างครับ จะมีเทศบาลหรือ อบต.ไหนบ้างนะที่เน้นงานด้านสิ่งแวดล้อม สวนสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน สนามเด็กเล่น มากกว่าอาคารสำนักงานเทศบาลที่หรูหรา บ่นอีกแล้วครับ
ลืมถามว่าเจ้าเครื่องมือใหม่รูปร่างน่ารักข้างบนนั้นเขาใช้ทำอะไรคะ
ตอบพี่นุชครับ
มันเป็นปากกาเมาส์ที่เหมาะสำหรับไว้ใช้วาดรูปครับ
เจ้าพวกนี้จะรับรู้แรงกดหนักเบาที่หัวปากกา
ได้เวลาที่ใช้ในโปรแกรมที่ support เช่น
Photoshop ที่จะมีเครื่องมืออย่างBrush
นั้น tablet จะทำให้เราสามารถลงเส้นที่มี
หนักเบาได้เหมือนใช้พู่กันจริงๆ ที่ซื้อเพราะ
เห็นอาจารย์ปัณยาวาดรูปสวยๆในคอมพิวเตอร์
เลยอยากทำมั่งครับ จะซื้อของไต้หวันนั้นหลายคน
เขาก็ว่าอาจจะโดนไฟดูดได้เวลาใช้งานและที่ปากกา
ก็ยังต้องใส่ถ่านและระยะยาวก็จะมีปัญหาสั่น
เวลาลากเส้นเสียอีก คิดไปคิดเลยยอมกัดฟันซื้อของ
WACOM เลยดีกว่าครับ ตอนนี้ผมก็ใช้แทนเมาส์ไปก่อนครับ
พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าในกระดานด้านล่างจะแทนหน้าจอคอมพิวเตอร์
เวลาที่เราเลื่อนปากกาไป(สูงจากกระดานประมาณ ไม่เกิน 5 มม.)
ก็จะเหมือนเราเลื่อนเคอร์เซอร์ไปบนหน้าจอหากจะคลิกเลือกก็จิ้มลง
ที่กระดานได้เลย สะดวกดีเหมือนกันครับ
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ นะคะ
กำลังหาอยู่พอดีว่านกที่เคยเห็นที่วัดญาณ ชื่อนกอะไร ดูสวยและแปลก
ก็มาเจอที่นี่แล้ว คือ นกกะรางหัวขวานนี่เอง น่ารักจริงๆค่ะ