ชื่อเรื่องชุดฝึกทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และเขียนสื่อความ จากสื่อสิ่งพิมพ์
โรงเรียนบ้านห้วยบงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์เขต 1สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ชื่อผู้ศึกษา นางศรีสวัสดิ์ แก้วงาม
ปีการศึกษา 2550
บทคัดย่อ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
สังคมในปัจจุบันเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ข่าวสาร ข้อมูลต่างๆสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างรวดเร็วตลอดเวลาการให้การศึกษาในการรับสารด้วยการใช้สติปัญญา มีการคิดวิเคราะห์พิจารณาไตร่ตรอง เพื่อให้เข้าใจและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม ตลอดจนสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้แก้ปัญหาชีวิตและสังคมได้ จึงจะเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนให้ดีและมีสุขได้ การศึกษาจึงเป็นรากฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืนเพราะการศึกษาเป็นการพัฒนาความรู้ ความคิด สติปัญญา รวมทั้งค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ให้คนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการคิดปรับตัวและแก้ปัญหาได้สอดคล้องเหมาะสมกับการดำเนินชีวิต การจัดการศึกษาจึงต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิด และคิดเป็น เพราะการคิดเป็นปัจจัยสำคัญทำให้เกิดการเรียนรู้ และเป็นพื้นฐานหลักในการตัดสินใจแสดงพฤติกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เล็งเห็นถึงความสำคัญของการคิด จึงได้วางแนวการจัดการเรียนรู้ในมาตรา24ข้อ2ไว้ว่าให้มีการฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา ดังนั้นการคิดจึงเป็นทักษะที่ควรส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้เติบโตเป็นเยาวชนที่ “คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น” และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
สารานุกรมวิกิพีเดีย (wikipedia) ให้คำนิยามไว้ว่า “การคิด (thought)” เป็นทักษะที่สมองจัดกระทำกับข้อมูลโดยผ่านการไตร่ตรอง ใคร่ครวญและหาเหตุผล ซึ่งการคิดเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้สร้างมโนทัศน์ (form concept)เพื่อนำมาแก้ปัญหาต่างๆที่มนุษย์พบเจอด้วยความเป็นเหตุเป็นผล และสุดท้ายเพื่อตัดสินใจกระทำการใดๆลงไป แล้วจึงถ่ายทอดมาสู่การปฏิบัติ การคิดสามารถแบ่งได้เป็น2ระดับ(จันทร์เพ็ญเชื้อพานิช, 2544 :15) คือ
1. ทักษะการคิดพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วย ทักษะการสื่อสาร เช่น ทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียน ฯลฯ และทักษะที่เป็นแกนหรือทักษะขั้นพื้นฐานทั่วไป เช่น ทักษะการสังเกต การจำแนก การตีความ และการสรุปความ ฯลฯ
2. ทักษะการคิดขั้นสูง เช่น ทักษะการสังเคราะห์ การจัดโครงสร้าง การพิสูจน์ และการประยุกต์ ฯลฯ ทักษะการคิดขั้นสูงประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นพื้นฐานให้ทักษะการคิดระดับอื่น คือทักษะการคิดวิเคราะห์ (analytical) เพราะความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นสมรรถภาพเบื้องต้น และเป็นความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียน เพื่อที่จะพัฒนาความสามารถในการคิดประเภทอื่นๆ รวมทั้งความสามารถในการคิดไตร่ตรอง คิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์
จากความสำคัญดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กำหนดให้วิชาภาษาไทยเป็นวิชาบังคับแกนในหลักสูตรการศึกษาทุกระดับชั้น สำหรับหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราช 2521 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2533) ซึ่งได้กำหนดจุดมุ่งหมายของวิชาภาษาไทยโดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะทั้งสี่ คือ “ฟัง พูด อ่าน และเขียน” ในส่วนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ได้กำหนดภาษาไทยเป็นสาระการเรียนรู้ที่ต้องเรียนทุกระดับชั้นเช่นกันโดยในระดับช่วงชั้นที่ 3 (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) ได้กำหนดให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะด้านการ “อ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด” ซึ่งในการฝึกทักษะดังกล่าว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการคิดเป็นพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะการอ่าน การฟัง และการดู ซึ่งเป็นทักษะการรับสาร เพราะถ้าไม่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์สารหรือวิเคราะห์ภาษาในสาร นำภาษาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมอาจเกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตได้ดังนั้นการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนรู้จักคิดจึงเป็นการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของหลักสูตรทั้งสองฉบับข้างต้น
ทว่าการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในปัจจุบันยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร เห็นได้จากการรายงานการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (GAT) ปีการศึกษา 2548-2549 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ยังมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด คือคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 50ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเป็นปัญหาที่อาจเกิดมาจากสาเหตุหลายประการ เช่น สาเหตุด้านผู้เรียน ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านผู้สอนฯลฯ ซึ่งปัญหาที่พบเสมอในการเรียนภาษาไทยคือปัญหาที่เกิดจากกลวิธีการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนทั้งนี้เพราะการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนยังยึดติดกับการสอนแนวเก่าคือการสอนแบบท่องจำจึงทำให้ผู้เรียนไม่รู้จักคิด และส่งผลอื่นๆตามมา รุ่ง แก้วแดง (2543 : 108)ได้กล่าวเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันว่า
“ครูจะมุ่งให้เด็กจำเนื้อหาให้ได้มากๆเพราะครูถูกฝึกมา การสอนแบบยั่วยุ สนับสนุน กระตุ้นให้เด็กรู้จักคิด เป็นเรื่องที่ครูไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนมาก่อน ทั้งครูพ่อแม่ และทุกคนในสังคมจึงคุ้นกับระบบการศึกษาแบบเดิมที่ใครท่องจำได้มากที่สุดจะเป็น คนที่เก่งที่สุดการสอบก็จะเป็นการทดสอบความจำมากกว่าอย่างอื่น”
ซึ่งสอดคล้องกับวิชัย วงษ์ใหญ่ (2542 : 2) ที่ว่า
“การจัดการศึกษาที่ผ่านมาไม่สนองตอบกระบวนการพัฒนาผู้เรียน ผู้สอนส่วนใหญ่จะใช้รูปแบบและวิธีการเรียนการสอนที่เน้นผู้สอนเป็นศูนย์กลาง เน้นการถ่ายทอดความรู้และเนื้อหา โดยละเลยการมุ่งเน้นให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพ ไม่นำเหตุการณ์และปัญหาจากชุมชนเข้ามาเรียนรู้ ไม่สนใจวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ค่านิยมและภูมิปัญญาไทย เป็นผลทำให้กระบวนการเรียนรู้ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง การศึกษามุ่งผลิตคนเพื่อป้อนตลาดแรงงานอันเป็นผลทำให้ ผู้เรียนมีความรู้แต่ไม่มีความคิด”
ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาของการจัดการการศึกษาในระดับชาติ จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัญหานี้จะเกิดกับสถานศึกษาโดยทั่วไป โรงเรียนบ้านห้วยบงที่ผู้รายงานรับราชการอยู่ก็เช่นกันเห็นได้จาก “รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รอบ 1 (พ.ศ. 2547)” ของโรงเรียนบ้านห้วยบง ซึ่งหลังจากการประเมินมาตรฐานการศึกษาในมาตรฐานที่ 4 ,5 ปรากฏว่า อยู่ในระดับ “ปรับปรุง” และ “พอใช้” ด้วยเหตุนี้ผู้รายงานจึงคิดว่าการที่ผู้รายงานสอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 มาเป็นเวลานานพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียนสื่อความ ซึ่งผู้รายงานสังเกตได้จากการทดสอบ การทำแบบฝึกหัด หากเป็นคำถามเชิงวิเคราะห์แล้วนักเรียนจะตอบไม่ตรงประเด็น หรือถ้าตอบได้ก็อยู่ในประเด็นแคบๆ แม้ว่าจะเป็นการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนจะคิดวิเคราะห์ไม่เป็น จึงทำข้อสอบผลคะแนนออกมาต่ำกว่าเกณฑ์
ด้วยเหตุนี้ผู้รายงานจึงคิดที่จะพัฒนาชุดกิจกรรมขึ้นมาจำนวนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น ด้วยการสร้างนวัตกรรมการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความที่เรียก ณ ที่นี้ว่า “ชุดกิจกรรม” ขึ้น โดยใช้หลักการคิดวิเคราะห์อย่างง่ายคือ “วิเคราะห์โครงสร้างความสัมพันธ์และหลักการใช้เทคนิค 5W 1H” และ “การคิดวิเคราะห์ที่บอกโครงสร้างระดับยอด” แบบต่างๆ ให้กับผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนมีการพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามสาระการเรียนรู้ภาษาไทย จะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้สาระการเรียนรู้อื่นๆได้ดีขึ้น และจะมีผลกับการประเมินมาตรฐานที่4, 5 ให้อยู่ในระดับคุณภาพดีต่อไป
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
รายงานฉบับนี้ต้องการสร้างและพัฒนาชุดฝึกทักษะฯ “พัฒนาการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ประสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” สำหรับนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 7 ชุดได้แก่
ชุดที่ 1 การคิดวิเคราะห์ข่าว
ชุดที่ 2 การคิดวิเคราะห์โฆษณา
ชุดที่ 3 การคิดวิเคราะห์บทความ
ชุดที่ 4 การคิดวิเคราะห์สารคดี
ชุดที่ 5 การคิดวิเคราะห์บทร้อยกรอง
ชุดที่ 6 การคิดวิเคราะห์นิทานพื้นบ้าน
ชุดที่ 7 การคิดวิเคราะห์เรื่องด้วยแผนภาพความคิดที่บอกโครงสร้างระดับยอด
โดยประเมินผลของชุดฝึกทักษะดังกล่าวเพื่อหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะผ่านการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน รวมถึงศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อชุดกิจกรรมดังกล่าว โดยวัตถุประสงค์สูงสุดคือให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ และสามารถสังเคราะห์ความรู้ที่ได้ประสานเข้ากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
มีงานให้ download ได้ค่ะ ที่ http://www.krusu.com/contents/essay_public_docs/detail_esay.asp?id=909