วันแรกของอาชีพครู

       พ่อกับปู่ลับสายตาไป ผมก็หันหลังกลับบ้าน อยากเดินสำรวจหมู่บ้านก็กลัวจะไม่ปลอดภัยจากหมา ซึ่งมีหลายตัวที่ไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งหมู่บ้านยังไม่สว่างมากนัก ผมเดินใกล้จะถึงตัวบ้านก็มองเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง จำได้ว่าเป็นน้องสาวถัดจากเหรียญ ชื่อ "หลิน" ในมือถือเสียมเดินเข้าป่าหลังบ้าน ค่อนข้างจะรีบร้อน ผมนึกสงสัยว่าเขาถือเสียมไปทำอะไร แต่เมื่อมองไปรอบๆ บริเวณบ้านก็นึกออก บ้านป่าไม่มีห้องส้วมเธอคงถือเสียมไปปลดทุกข์นั่นเอง

        ผมขึ้นไปบนบ้านไม่รู้จะทำอะไร เมื่อคืนก็นอนค่อนข้างดึกและตื่นแต่เช้าอีก จึงเกิดอาการง่วง ผมเลยเอนตัวลงนอนต่อ ตื่นอีกทีก็เมื่อได้ยินเสียงเหรียญปลุกให้กินข้าว ผมตื่นดูนาฬิกาก็ตกใจแปดโมงแล้ว จึงรีบเข้าไปล้อมวงกินข้าว ซึ่งพ่อเหรียญ เหรียญและน้องชายเหรียญคนถัดจากหลิน ชื่อ "ชิน" นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

        หลังกินข้าวผมรีบแต่งตัวลวกๆ และถามเหรียญถึงที่ตั้งของโรงเรียนบ้านคำบาก แล้วรีบเดินไปตามทางที่เหรียญชี้บอก ไม่ไกลนักผมก็เห็นอาคารเรียนหนึ่งหลัง ขนาดสองห้องเรียน อยู่ท้ายหมู่บ้านและด้านหลังอาคารมองเห็นภูเขาเป็นทิวยาว

        "ครูมาแล้ว......ครูมาแล้ว" เสียงนักเรียนร้องบอกกันดังเซ็งแซ่ พร้อมกับวิ่งกรูกันขึ้นไปบนอาคารเรียน เสียงดังโครมคราม ติดตามด้วยเสียงเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ หลังจากนั้นก็เงียบ....เงียบ..จริงๆ เหมือนกับไม่มีสิ่งที่มีชีวิตบนอาคารเรียน ผมแปลกใจมาก เด็กวิ่งขึ้นบนอาคารเรียน เข้าห้องเรียนทำไม และทำไมถึงเงียบขนาดนี้

        ผมเดินขึ้นอาคารเรียนและตัดสินใจเข้าห้องที่มีป้ายแขวนหน้าห้องว่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พอก้าวเท้าเข้าไปก็ได้ยินเสียงหัวหน้าชั้นบอกทำความเคารพ ผมตกใจ เ๊อ๊ะ...เริ่มเรียนกันเลยเหรอ ไม่เข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ไหว้พระกันเลยเหรอ....

       ผมทราบภายหลังว่า ครูคนเดียวของโรงเรียนบ้้านคำบาก พักอยู่ที่บ้านห้วยข่า ไม่มีที่พักที่บ้านคำบาก เช้าเดินจากบ้านห้วยข่ามาสอนเย็นเดินจากบ้านคำบากกลับบ้านห้วยข่า นั่นคือเดินวันละเกือบสามสิบกิโลเมตร เป็นอย่างนี้มาหลายเดือนแล้ว

อ่านต่อ ตอนที่ 9 เพลงชาติที่โรงเรียนบ้านคำบาก