แสงทองแห่งสันติภาพคงฉายแสงส่องโลกนี้ตราบนานเท่านาน

บทบาทของศาสนาต่อบุคคลและครอบครัว( ต่อ )

            ลองหลับตาแล้วนึกทบทวนดูทีว่า  ถ้าโลกนี้ไร้ซึ้งคนนับถือศาสนาต่าง ๆ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกนี้บ้าง  วิถีชีวิตคนเราจะหมุนวนไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองหรือเสื่อมลงไป  เมื่อผู้คนในโลกนี้ไร้ศีลธรรมแล้วจะน่าอยู่อาศัยหรือไม่...ทำให้หวนมามองดู  อิทธิพลของศาสนาที่คนเองนับถือดูว่าจะเป็นอย่างไร

มองในด้านศาสนาคริสต์ดังนี้

1 . เป็นคำสอนที่มุ่งเน้นให้คนเรามีความรักกันและกัน  ทำให้สังคมมีความสงบสุข

 2 . มุ่งสอนให้คนเกรงกลัวต่อบาปกรรม  ทำให้สังคมมนุษย์มีความเจริญก้าวหน้าทางด้านจิตใจ

3 . การบัญญัติกฎ 10 ประการ  ก่อเกิดผลดีต่อการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ในสังคมอย่างมีสันติภาพ

4 . นักบวชในศาสนาล้วนดำเนินตนสร้างสังคมช่วยเหลือก่อเกิดวงการแพทย์ช่วยแก้ปัญหาความทุกข์ของผู้คนในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

5 . บาทหลวงสอนหนังสือจนก่อเกิดมีสถานศึกษาขยายความรู้อย่างมีแบบแผนเป็นแบบอย่างในการแสวงหาวิทยาการในสาขาต่าง ๆ

6 . การที่ศาสนิกชนเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์  เพื่ออบรมจิตใจตนให้มีความสะอาดจิตใจ  ทำให้สังคมมีสันติสุขไปด้วย

มองในด้านศาสนาอิสลามดังนี้

1 . สังคมชาวมุสลิมมีพลังเข้มแข็งเนื่องจากชาวมุสลิมเคร่งครัดต่อระเบียบประเพณี  ก่อเกิดความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันสูงมาก

2 . ในสังคมมุสลิมต่างมีความเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันตามหลักซะกาต  ที่เน้นการบริจาคอย่างน่าชื่นชม

3 .  ในสังคมของชาวมุสลิมไม่มีเรื่องอบายมุขจึงเป็นเหตุให้สังคมมีคุณภาพ

4 . การยึดถือสิ่งสูงสุดโดยความเป็นหนึ่งเดียวทำให้สังคมชาวมุสลิมมีพลังที่มั่นคงแข็งแรง

5 . หลักคำสอนที่ไม่เอาเปรียบใคร  จึงไม่มีการเสียเปรียบหรือได้เปรียบทางชนชั้นของชาวมุสลิม

6 . การยกฐานะผู้อื่นให้เทียมเท่าตนเอง ก่อเกิดสังคมไม่มีการแตกแยกเป็นสังคมย่อย

          ถ้าทุกคนได้ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาที่ตนเองให้ความเคารพนับถือ  และหมั่นศึกษาอบรมให้เข้าถึงแก่นแของสัจธรรมในศาสนาของตนแล้ว  แสงทองแห่งสันติภาพคงฉายแสงส่องโลกนี้ตราบนานเท่านาน