ชายใดไม่เที่ยวเทียวไป ทั่วแคว้นแดนไพร ยากจะประสบพบสุข
คืนนั้นผมนอนหลับสนิทจนรุ่งเช้า พอตื่นก็ลุกขึ้นนั่งมองหาคนนอนข้างๆ ไม่มีใครแล้ว พ่อผม ปู่ จ่าตำรวจคนนั้นไม่ทราบไปไหน ผมดูนาฬิกา โอ้โฮ....เจ็ดโมงแล้ว ผมรีบเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว พอกลับออกมาก็เห็นครูใหญ่ พ่อและปู่นั่งอยู่นอกชาน ครูใหญ่ทักผมว่า
"หลับดีไหม...กินข้าวเช้าก่อนแล้วค่อยเดินต่อ อีก 11 กิโลเมตร เท่านั้นเอง" ผมรับปากแล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนเสร็จก็พอดีภรรยาครูใหญ่ยกสำรับข้าวมาวางไว้ที่กลางบ้าน พร้อมทั้งกล่องข้าวสามกล่อง และขันอลูมิเนียมใส่น้ำขันใหญ่เหมือนเมื่อคืนนี้
เราทั้งหมดนั่งล้อมวงทานข้าว แต่ไม่มีจ่าตำรวจครูใหญ่บอกว่า เขาไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว กับข้าวเช้ามีน้ำพริกผักลวกเหมือนเย็นวานนี้ และมีไข่เจียวร้อนๆ อีกหนึ่งจาน ระหว่างทานข้าวครูใหญ่บอกผมว่า
"อยากไปส่งถึงบ้านคำบาก แต่วันนี้มีงานด่วนต้องรีบทำส่งอำเภอ วันหน้าจะไปเยี่ยมนะ" และให้กำลังใจผมว่า
"เราผู้ชายมันต้องหาประสบการณ์ให้ชีวิต ก่อนที่ผมจะมาอยู่ที่นี่ ผมไปทั่วภาคอีสานแล้ว การที่ไม่ได้อยู่บ้าน มันเป็นธรรมดาของลูกผู้ชาย"
เราลาครูใหญ่และภรรยาออกเดินต่อ ในเวลาประมาณแปดนาฬิกา ก่อนลงจากบ้านภรรยาครูใหญ่ได้เอาห่อใบตองห่อใหญ่ใส่มือผมและบอกว่า เป็นห่อข้าวสำหรับไว้กินตอนกลางวัน จะได้ไม่ลำบาก ผมขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ ท่านยิ้มตอบ ท่านผู้อ่านครับ ภรรยาครูใหญ่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่การพูดจา รอยยิ้มและแววตา ช่างอบอุ่นและมีไมตรีจิตอย่างล้นเหลือ
ในระหว่างเดินในหมู่บ้าน ชาวบ้านหลายคนตะโกนทักทายเรา ทุกคนยิ้มให้ หลายคนกำลังเปิดประตูคอกควายเพื่อนำมันไปเลี้ยง นักเรียนไม่ใส่รองเท้า หลายคนเสื้อมีรอยปะ เก่า สีขาวแก่ กระดำกระด่าง เดินหยอกล้อผ่านเราไป ผมอดคิดไม่ได้ว่าโรงเรียนบ้านคำบากเด็กคงจะเหมือนที่นี่
"รีบเดินเข้า" พ่อบอกผม "อีกหน่อย...พอเขาปล่อยควายมันจะเดินลำบาก" ผมรีบเดิน แต่ไม่ทันแล้ว มีฝูงควายข้างหน้าเจ็ดแปดตัวเดินอยู่เต็มทางเดิน และมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งตะโกนไล่ให้รีบเดินแข่งกับเสียงเกราะที่แขวนอยู่คอควายตัวใหญ่
พวกเราต้องหลบมันลงข้างทาง ควายทุกตัวอ้วนพี เสียงเกราะ ที่ชาวบ้านเรียก "กะลอ" ดัง โกร่ง เกร่ง ๆ ตามจังหวะก้าวเดินของมัน ควายตัวใหญ่ทุกตัวมีเกราะ แต่ตัวเล็กไม่มีเกราะ (ผมทราบภายหลังว่า เกราะมีไว้ให้เจ้าของรู้ว่ามันอยู่ไหน ส่วนตัวเล็กที่ไม่มีเกราะเพราะมันจะอยู่กับแม่มัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องใส่เกราะ)
พอเราเดินพ้นหมู่บ้านหนองเม็ก สภาพสองข้างทางเดินก็เปลี่ยนไป จากที่เมื่อวานนี้เป็นป่าโปร่ง สลับกับทุ่งนาบ้าง แต่ตอนนี้สองข้างทางเป็นป่าค่อนข้างทึบ ร่มรื่น
พ่อกับปู่คุยพลางเดินพลาง ส่วนผมคิดถึงเมื่อคืนนี้ที่จ่าตำรวจทำนาย แล้วหวนนึกถึงการเรียนครูของตัวเอง ทำไมผมไม่จบพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งๆ ที่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนเบญจมมหาราช (ผมสะกดชื่อโรงเรียนไม่ผิดนะครับ เดิมเขียนอย่างนี้) ผมสอบได้ไม่เกินลำดับที่แปดในจำนวนสี่สิบคน หรือว่าชะตาชีวิตของผมเป็นอย่างนี้
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมและแนะนำร้านอาหาร
เรื่องราวที่ได้อ่าน ได้สัมผัสวิถีชาวบ้านมากขึ้น ชอบค่ะ..ควายทุกตัวอ้วนพี เสียงเกราะ ที่ชาวบ้านเรียก "กะลอ" ดัง โกร่ง เกร่ง ๆ แถวๆบ้านไม่ค่อยเห็นชาวบ้านเลี้ยงควายแล้วค่ะ เริ่มหายไปจากชนบทบ้างแล้ว
สวัสดีครับ คุณอนงค์
เป็นสัจธรรมครับ มีเกิด ต้องมีดับ ท่านพุทธทาสบอกว่า "เป็นเช่นนั้นเอง"
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับ
"เราผู้ชายมันต้องหาประสบการณ์ให้ชีวิต ก่อนที่ผมจะมาอยู่ที่นี่ ผมไปทั่วภาคอีสานแล้ว การที่ไม่ได้อยู่บ้าน มันเป็นธรรมดาของลูกผู้ชาย"
ให้กำลังใจเข้าท่าเนาะ ครูใหญ่ มีประสบการณ์มาก่อน
ภรรยาครูใหญ่เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่การพูดจา รอยยิ้มและแววตา ช่างอบอุ่นและมีไมตรีจิตอย่างล้นเหลือ
ครูใหญ่เขามีประสบการณ์ ในการเลือกเมียดี และอาจจะสอนเมียง่าย ถึงแม้จะชาวบ้านธรรมดา แต่ถ้าเชื่อฟัง สามี และให้เกียรติสามี ก็ให้เกียรติผู้มาเยือนด้วย
ควายตัวใหญ่ทุกตัวมีเกราะ แต่ตัวเล็กไม่มีเกราะ (ผมทราบภายหลังว่า เกราะมีไว้ให้เจ้าของรู้ว่ามันอยู่ไหน ส่วนตัวเล็กที่ไม่มีเกราะเพราะมันจะอยู่กับแม่มัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องใส่เกราะ)
ได้ความรู้คะ เกราะ เรียกว่า “กะลอ”และได้ความรู้บทความข้างต้น
หวนนึกถึงการเรียนครูของตัวเอง ทำไมผมไม่จบพร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งๆ ที่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนเบญจมมหาราช (ผมสะกดชื่อโรงเรียนไม่ผิดนะครับ เดิมเขียนอย่างนี้) ผมสอบได้ไม่เกินลำดับที่แปดในจำนวนสี่สิบคน หรือว่าชะตาชีวิตของผมเป็นอย่างนี้ (อยากรู้ที่รำพันตรงนี้ ดีหรือไม่ดี)
ไปอ่านบทต่อไปก่อนนะคะ ดื่มกาแฟตาแข็งแล้ว นอนดึกอีกแล้ว แล้วทุกบทจะตามมาอ่านคำตอบอีก อย่านอนดึกนะคะ
ครูใหญ่ ท่านนี้ดีต่อผมมากครับ ผมได้รับความกรุณาจากท่าน จนท่านย้ายไปเป็นหัวหน้าหมวดการศึกษาที่อำเภอรอบใน (ใกล้เมือง)
หรือว่าชะตาชีวิตของผมเป็นอย่างนี้ ก็รำพึงตามประสา อยากให้คนอ่านรู้ว่า ผมก็เรียนโรงเรียนอันดับหนึ่งของเมืองอุบล (ปักหน้าอกว่า อ.บ.๑) ฮ่า ฮ่า
อ้าว... บอกอย่านอนดึก แล้วคุณสุ.. นอนดึกทำไมครับ