สถานที่ท่องเที่ยว ทุ่งเเสลงหลวง ...พิษณุโลก...

ทุ่งสะวันนาแห่งพื้นป่าไทย
|
|
อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงมีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอ วังทอง อำเภอนครไทย อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอเขาค้อ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ มีสภาพธรรมชาติ ทิวทัศน์และลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามหลายแหล่ง เช่น ถ้ำ น้ำตก ทุ่งหญ้าโล่งใหญ่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด มีเนื้อที่ประมาณ 789,000.00 ไร่หรือ 1,262.40 ตารางกิโลเมตรสำหรับชื่อของอุทยานแห่งชาติเป็นชื่อของทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ทางด้านทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งสันนิษฐานว่าตั้งขึ้นโดยอาศัยชื่อพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งในทุ่งหญ้าแห่งนี้ คือต้นแสลงใจ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ผลสุกสีแสด เมล็ดให้สารสตริคนินซึ่งเป็นสารเบื่อเมา คาดว่าในสมัยก่อนมีต้นแสลงใจขนาดใหญ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นเนินสูงๆ ต่ำๆ มีป่าหลายชนิด และสัตว์ป่าชุกชุมจึงตั้งชื่อว่า “ทุ่งแสลงหลวง”
ให้สมกับเป็นพื้นที่ที่รวบรวมความหลากหลายของธรรมชาติไว้
ต่อมาอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงได้มีหนังสือที่ 49/2517 ลงวันที่ 17 เมษายน 2517 รายงานว่าตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 357 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 กำหนดให้บริเวณที่ดินป่าทุ่งแสลงหลวงเป็นอุทยานแห่งชาติจากการ ตรวจสอบของอุทยานแห่งชาติ ปรากฏว่าการประกาศมิได้ระบุบางตำบลที่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติไว้ด้วยกรมป่าไม้จึงได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติในคราวประชุมครั้งที่ 5/2517 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2517 มีมติให้ขยายบริเวณที่ดินส่วน ที่มิได้ระบุในประกาศคณะปฏิวัติให้ถูกต้องโดยมีพระราชกฤษฎีกาให้ยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติและกำหนดบริเวณที่ดิน ทุ่งแสลงหลวงในท้องที่ตำบลวังนกนางแอ่นตำบลชมภู อำเภอหล่มสัก ตำบลท่าพล อำเภอเมือง ตำบลวังโปร่ง อำเภอชนแดนจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นอุทยานแห่งชาติโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 92 ตอนที่ 101 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม2518
รวมพื้นที่789,000 ไร่

ต่อมากองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าได้มีหนังสือที่ กห 0334/137 ลงวันที่ 7 มกราคม 2514 ขอใช้พื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงที่หมู่บ้านเข็กน้อย อำเภอนครไทยจังหวัดพิษณุโลก เพื่อจัดตั้งกองร้อยชาวเขาอาสาสมัคร กรมป่าไม้จึงได้นำเสนออนุกรรมการอุทยานแห่งชาติในคราวประชุมครั้งที่ 1/2514 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2514 มีมติเห็นควรให้ ทำการเพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวให้ทางราชการทหารโดยออกประกาศพระราชกฤษฎีกาให้เป็นพื้นที่หวงห้ามทางราชการทหารต่อไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน โดยได้มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 357 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 เพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงบางส่วนและกำหนดเขตอุทยานแห่งชาติขึ้นใหม่ รวมเนื้อที่ประมาณ 789,000 ไร่เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 89 ตอนที่ 190 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515ความเป็นมา: มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กำหนดป่าทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเพชรบูรณ์ และป่าอื่นๆ ในท้องที่จังหวัดต่างๆ รวม 14 ป่า เป็นอุทยานแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2503 กรมป่าไม้จึงได้ให้ เจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจและหมายแนวเขตป่าทุ่งแสลงหลวงเพื่อกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ และได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดป่าทุ่งแสลงหลวง เนื้อที่ประมาณ 801,000 ไร่เป็นอุทยานแห่งชาติโดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าทุ่งแสลงหลวงในท้องที่ตำบลวังนกนางแอ่นตำบลชมภู ตำบลบ้านมุง อำเภอวังทอง ตำบลหนองกระท้าว อำเภอนครไทยจังหวัดจังหวัดพิษณุโลก และตำบลท่าผล อำเภอเมือง ตำบลน้ำชุน อำเภอหล่มสักตำบลวังโปร่ง อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 80 ตอนที่ 11 ลงวันที่ 29 มกราคม 2506 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 3 ของประเทศ
|
|

|
|
ลักษณะภูมิประเทศ
|
|
|
|
พื้นที่อุทยานแห่งชาติตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ซึ่งเป็น เทือกเขาที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้และเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดเพชรบูรณ์ความสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยอดสูงสุดคือ บริเวณเขาแคสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,028 เมตรเนื่องจากภูเขาบริเวณนี้เป็นภูเขาหินทรายลักษณะของภูเขาจะเป็นภูเขายอดตัดหรือมีที่ราบบริเวณยอดเขา แต่บริเวณร่องเขาจะลึกและมีความลาดชันสูง เนื่องจากหินทรายเป็นหินที่ง่ายต่อการถูก กัดเซาะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของลำน้ำที่สำคัญหลายสาย เช่น ห้วยเข็กใหญ่ ห้วยเข็กน้อยลำน้ำทุ่ม คลองชมภู คลองน้ำปอย คลองวังทอง และห้วยกอก เป็นต้น
|
|
|
|
|
|
ลักษณะภูมิอากาศ
|
|
|
|
ในระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน เป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 29 องศาเซลเซียส ฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม มีปริมาณน้ำฝนอยู่ในช่วง1,300-1,700 มิลลิเมตรต่อปี โดยมีปริมาณมากที่สุดในเดือนกันยายน และในฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์โดยทั่วไปอากาศจะหนาวเย็นมากเหมาะแก่การไปท่องเที่ยว
|
|
|
|

|
|
พืชพรรณและสัตว์ป่า
|
|
|
|
สภาพป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงประกอบด้วย 1. ป่าดิบเขาพบขึ้นอยู่ในที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไปชนิดไม้สำคัญที่พบเป็นไม้เด่นได้แก่ หว้าหิน ก่อหิน ก่อเดือย ก่อตาหมูหว้าดง ทะโล้ ตำแยต้น กระดูกไก่ สนสองใบ ฯลฯ พืชพื้นล่างเป็นพวกมอส เฟิน เถาวัลย์หวาย และว่านชนิดต่างๆ
2. ป่าดิบชื้นพบในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตรขึ้นไป และตามร่องน้ำหรือที่ลาดเขาที่มีความชุ่มชื้นสูง ชนิดไม้สำคัญที่พบได้แก่ ก่อตลับ ตาเสือ มะไฟดำดง ชะมวง มะกอก ยมหอม ยางโดน กระเบากลัก จำปาป่า ตะเคียนหิน อบเชย พญาไม้ ฯลฯพืชพื้นล่างและพืชอิงอาศัยได้แก่ ข้าหลวงหลังลาย ชายผ้าสีดา มะพร้าวนกคุ่มม้ากระทืบโรง หวาย เฟิน และพืชในตระกูลขิงข่า เป็นต้น
3. ป่าดิบแล้งพบกระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 500 เมตรขึ้นไปชนิดไม้สำคัญที่พบได้แก่ ยอป่า เต็งตานี มะหาด ยางโดน ยางนา แคทราย กระบากมะกล่ำต้น ขี้อ้าย ก่อข้าว กฤษณา ฯลฯ

4. ป่าสนเขาขึ้นอยู่ในที่สูง 700 - 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะเป็นป่าโปร่งสลับทุ่งหญ้า มีสนสองใบ เหียง เหมือดแอ เหมือดคน ส้านใหญ่ ชะมวง ตับเต่าต้น ฯลฯ ขึ้นอยู่ พืชพื้นล่างเป็นหญ้าขนหญ้าคมบาง หญ้าคา พง บุก กระเจียว และเฟิน เป็นต้น
5. ป่าเบญจพรรณพบขึ้นอยู่ในระดับความสูง 400-700 เมตรจากระดับน้ำทะเล พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ประดู่ แดง ตะแบกเปลือกบาง กระบาก ซ้อ ปอสำโรง เก็ดดำ ตีนนก แต้ว พลับพลา ชิงชันพะยูง โมกมัน ฯลฯ พืชพื้นล่างเป็นพวกไผ่ชนิดต่างๆ กลอย กระทือ ว่านมหากาฬโด่ไม่รู้ล้ม เป็นต้น
6. ป่าเต็งรังพบขึ้นอยู่ในระดับความสูงประมาณ 400 เมตร ชนิดไม้สำคัญที่พบได้แก่ รัง เหียง กราด พลวง เต็ง มะม่วงป่า ตับเต่าต้นส้านใหญ่ มะเกิ้ม งิ้วป่า มะขามป้อม ฯลฯ พืชพื้นล่างได้แก่ หญ้าเพ็ก หญ้าคา หญ้าขนบุก กวาวเครือ กระเจียว ไพล เป็นต้น
7. ทุ่งหญ้าเป็นพื้นที่โล่งกว้างใหญ่ ประกอบด้วยหญ้าชนิดต่างๆมีไม้ใหญ่ขึ้นอยู่ในสภาพแคระแกร็นประกอบด้วย เหมือดคน ส้านใหญ่ เหียง มะขามป้อมพืชพื้นล่างเป็นพวกหญ้าขน หญ้าคมบาง หญ้าคา พง กระเจียว กลอย บุก ก้ามกุ้ง ก้ามปูว่านมหากาฬ ข่าป่า อบเชยเถา คราม และเป้งเป็นต้น

สัตว์ป่าที่พบในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ประกอบด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ ช้างป่า กระทิง ลิงกังค่างแว่นถิ่นเหนือ กวางป่า หมูป่า กระต่ายป่ากระแตธรรมดา กระรอกหลากสี กระเล็นหนูท้องขาว ค้างคาวขอบหูขาวกลาง นกเขาเปล้าธรรมดา นกแอ่นตาล นกตะขาบทุ่งนกนางแอ่นบ้าน นกปรอดเหลืองหัวจุก นกแมลงหัวเทา เต่าหับ ตะพาบน้ำ ตะกวดตุ๊กแกบ้าน กิ้งก่าบ้าน จิ้งเหลนหลากหลาย งูลายสอธรรมดา งูทางมะพร้าวธรรมดางูเขียวหัวจิ้งจก อึ่งกรายลายเลอะ เขียดอ่อง กบหนอง ปาดแคระธรรมดา เป็นต้นในบริเวณแหล่งน้ำพบปลาที่อาศัยอยู่หลายชนิด เช่น ปลาซิว ปลาพุง ปลาขาว ปลาเขียวปลามุด ปลาติดหิน ปลารากกล้วย และปลากั้ง เป็นต้น
|

ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
.....ขอให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพครับ.....
นำท่องเที่ยวโดย ด.ช. วัชระ นีระพันธ
ปลายฟ้าจ๋า ภาพสวยจัง
แต่ถูกกลบ ด้วยพื้นหลังจ้ะ
ตัวหนังสือ พี่ก็มองไม่เห็นนะ
....
พิษณุโลก เมืองงาม น่าเที่ยว
ทุ่งแสลงหลวง ดอกหงอนนาค
อยากไปเยือน ... ขอบคุณค่ะ
....
มีความสุข วันตรุษนะคะน้อง
สวัสดีครับ
ทุ่งเเสลงหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแหล่งหนึ่งครับ
ถ้ามีโอกาสคงได้ไปครับ
ครู ... อย่าลืมอ้างอิง นะครับ :)
แวะมาเที่ยวค่ะ
บรรยากาศสวยจังนะคะ
มีสิ่งดีๆเสมอๆนะ
เมื่อ จ. 26 ม.ค. 2552 @ 18:04
1094616 [ลบ]
ขอบคุณสำหรับกำลังใจและดอกไม้สวย ๆ ค่ะ
สวัสดีค่ะ... น้อง
°o.O ปลายฟ้า O.o°
* ชื่นชมคุณครูผู้สอนที่ให้โอกาสนักเรียนได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
* ฝากบอก ด.ช. วัชระ นีระพันธ ด้วยนะคะเก่งมาก
* เก่งทั้งคุณครูและนักเรียนจ้ะ
สาวสวยมวยไทย
เมื่อ จ. 26 ม.ค. 2552 @ 22:01 1095246 [ลบ]
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทาย มีความสุขในการทำงานะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^_^
สวัสดีค่ะ..
ภาพสวย เนื้อหาดี...
ดูแล้วอยากไปเที่ยว สงสัยจะเป็นหนาวหน้า...
เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 14:03
เมื่อ อ. 27 ม.ค. 2552 @ 16:37
สวัสดีครับอาจารย์ หลานด.ช. วัชระ นีระพันธ ค้นคว้าข้อมูลได้ดีมากครับ ฝากบอกด้วยครับ
สวัสดีค่ะ
* แวะมาเที่ยวอุทยานค่ะ
* นกเม้าท์น่ารักนะคะ
* แล้วนี้อะไรคะ
สวัสดีค่ะ
* แวะมาเที่ยวอุทยานค่ะ
* นกเม้าท์น่ารักนะคะ
* แล้วนี้อะไรคะ