planet.kapook.com
เวลาประมาณ 5 ทุ่มของ...คืนอันหนาวเหน็บเดือนมกราคม
ครูแป๋มได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา หลังจากที่เผลอหลับ (งีบ) ให้ทีวีทำหน้าที่ดูเราแทน
พลันได้ยินเสียงคุ้นๆของพระภิกษุรูปหนึ่งที่ครูแป๋มโปรดปราน
การเทศน์ธรรมะของท่านมาก ขยี้นัยน์ตาเล็กน้อยพอเป็นพิธี
รีบกระโดดหยิบสมุดจดงานเล่มโปรดทำการฟังและบันทึก
สิ่งที่ท่าน กำลังกล่าวพอดี ความว่า..
" เวลาเกิดปัญหาขึ้น
มนุษย์โดยมาก...มักมองออกไป...นอกตัว
แต่...ทางพระพุทธศาสนา...สอนให้มอง...เข้ามาในตัว
ถ้าเรามองออกไปนอกตัว เราจะเป็นนักโยนปัญหา หรือปัดความรับผิดชอบ
แต่ถ้าเรามองเข้ามาในตัว เราจะเป็นนักแก้ปัญหา
ใครก็ตามเวลาที่กิดปัญหา แล้วปัดความรับผิดชอบ เขาจะไม่รู้จักโต
แต่ใครก็ตามที่เวลาเกิดปัญหาแล้ว พยายามที่จะหาวิธีแก้ไข
จะเติบโตจากการแก้ปัญหาทุกครั้งไป"
จำไว้......ปัญหามีไว้แก้ไข
โดย : ว. วชิรเมธี

เป็นนักคิดหลักปรัชญาคุณค่าเลิศ
น้อมประเสริฐธรรมทานมาขานไข
แก้ปัญหาปัญญาคล่องเชาว์ว่องไว
แสนจับใจงามสมค่า "ปัญญาชน"
ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้ครับ
.
ปัญหา มีไว้เพื่อพิจารณา
มองดู คิด แล้วหาทางแก้
ไม่ได้มีไว้กลุ้ม
(ไม่แน่ใจว่าได้มาจากพระรูปเดียวกันหรือเปล่าค่ะ)
สวัสดีคุณครูค่ะ
ปัญหา คือ อีกด้านหนึ่งของ ปัญญา ครับ
ทุกชีวิตล้วนเคยเจอกับปัญหา
เกิดปัญญาเพราะหาทางได้แก้ไข
หากเคยท้อก็ขอจงต่อสู้ไป
ผู้ยิ่งใหญ่ในหัวใจของตัวเอง
สู้ค่ะสู้.....พวกเราชาวนักแก้ปัญหา....อย่าท้อนะคะ
ค่ะคุณกระติก ก็เป็นอีกแง่มุมของการมองปัญหา ดีค่ะมองหลายๆมุม (เอ..ครูแป๋มว่ามุมนี้น่าจะเป็นของแม่ชีศันศนีย์นะคะ เคยอ่านเจอค่ะ)
ค่ะท่านรอง เพราะเมื่อเกิดปัญหา ต้องนำปัญญาทำการแก้ไขจึงจะประสบผล แต่ต้องมีสติด้วยนะคะ "สติมา ปัญญาเกิด"ค่ะ
เข้ามาแวะทักทายหมายอ่านซ้ำ
เพื่อหวังจำ "ปัญญามีไว้แก้ไข"
คุณครูแป๋มแย้มไว้แสนจับใจ
สติให้ปัญญาเกิดประเสริฐคุณ
ปัญหาเป็นเรื่องน่าปวดหัว ถ้าเลือกได้ขอไม่มีปัญหา
ปัญหามีแล้วต้องแก้ไข ถ้าไม่มีปัญหาผมว่าดีกว่านะเพราะไม่ต้องเสียเวลาแก้ไข
ปัญหามีแล้วกลุ้ม ถ้าไม่ต้องการกลุ้ม ก็ไม่สร้างปัญหา
วิธีแก้ปัญหา...
1.หนีปัญหา
2.ไม่สร้างปัญหา
3.ไม่รับรู้ปัญหา
4.บวชพระ สวดมนต์ นั่งสมาธิ
5.ไปไหว้เจ้า ขอพรหลวงปู่
6.เข้าหาธรรมชาติ คิดอย่างธรรมดา
7.อยู่อย่างคนเดินดินกินข้าวแกง
สวัสดีค่ะท่านดร.ทินโน
ชอบมากค่ะกับแนวคิดที่เด็ดเดี่ยวของท่าน แถมแยกเป็นรายข้อได้เป็นอย่างดี ดูไปท่านเป็นตัวของตัวเองดีจังค่ะ แต่จะว่าไปคนเราไม่มีใครอยากมีปัญหาหรอกนะคะ บางทีเจ้าตัวปัญหาก็เข้ามาหาเรา อาจจะด้วยตัวของเราเอง ผู้อื่นนำมาให้ แต่ทุกปัญหาจะทำให้เราแกร่งขึ้น หากดำเนินการแก้ไขด้วยสติ "สติมาปัญญาเกิด" ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ครูแป๋ม
ขอเรียนอย่างให้กำลังใจทุกคน ชีวิตมนุษย์ แสนวิเศษสุด ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำ และวิธีคิดของเราเอง ศาสนา เป็นเครื่องปรุงแต่งให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ที่สุดไม่ว่าศาสนาใดๆล้วนสร้างคนให้เป็นคนดีมีเหตุมีผล ที่น่าคบหาสมาคม เป็นที่รักของใครๆ ข้อคิดเล็กๆน้อยๆของผมจะช่วยคุณได้เมื่อคุณต้องรู้จัก ตัวคุณเองเสียก่อน ถ้าคุณไม่รู้จักตัวเองแล้วไซ้ ไม่มีใครแก้ปัญหาให้คุณได้......ปัญหาและอุปสรรค์.... เหมือนกับ การบ้าน ที่ครูให้เราทำ
1.การบ้านแบบง่ายๆ ก็เหมือนการบ้าน ชั้นปฐม
2.การบ้านที่ยากขึ้นมานิดหนึ่ง ก็เหมือนการบ้าน มัธยม
3.การบ้านที่ยากแล้วต้องแก้ปัญหาอย่างมีระบบก็เหมือนการบ้านระดับ ปริญญาตรี
4.การบ้านที่ยากมากต้องมีการวิเคราะห์แก้โจทย์ที่ซับซ้อนขึ้น ต้องพิจารณาแง่มุมต่างๆมากขึ้นก็เหมือนการบ้านระดับ ปริญญาโท ที่ต้องใช้เวลา นำไป take home และศึกษาเพิ่มเติมจาก การสำรวจเอกสารต่างๆ
5.การบ้านที่สุดมหาโหด ต้องทุ่มเทความรู้ความสามารถและศักยภาพต่างๆอย่างเต็มที่ ต้องนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างจินตนาการ(model)ต้องดึงทุกสรรพสิ่งที่มีมาบูรณาการแม้กระทั่งต้องมีที่ปรึกษาชั้นยอด มาสร้างมิติ ที่มีการตกผลึกอย่างแท้จริง ถ้าใครผ่านการบ้านเหล่านี้ได้ นั่นแหละเราจึงเรียกว่า DOCTOR PhD.
ฉะนั้นถ้าเราคิดว่าปัญหาคือการบ้าน คือบทเรียน ที่ต้องทำ เพื่อไปสู่ระดับที่สูงขึ้นหรือสูงกว่า เราจะรู้สึกสนุกกับปัญหา ปัญหาจะสร้างเราให้มีทักษะในการคิดแล้วทำให้เราฉลาดคิดมากขึ้นตามความยากง่ายแห่งปัญหา ปัญหาที่ยากๆแล้วเราสามารถแก้ได้และผ่านมันไปด้วยดี เราจะรู้สึกภูมิใจ และจดจำวิกฤตเหตการณ์เหล่านั้นไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย.......นี่แหละ จึงเรียกว่า กูรู ขนานแท้ (ปัญหาจะสร้างแบบแผน เมื่อมีประสบการณ์ เราสามารถ เขียนแผนที่ในการแก้ปัญหาได้ SOLVE MAPPING)
ด้วยความปราถนาดี
และสามารถติดต่อผมได้ที่
www.drtinno.com
www.techedu.rmutk.ac.th
www.phangngaassociation.com
e-mail:[email protected]
เรียนท่านทินโนที่เคารพ
ขอบคุณแง่คิดดีๆจากท่านอีกครั้ง หากมีข้อสงสัยประการใด ขอความกรุณาล่วงหน้าที่จะรบกวนขอคำแนะนำดีๆจากท่าน หวังว่าคงไม่รังเกียจครูน้อยๆ คนนี้นะคะท่าน
สวัสดีครับครูแป๋ม
ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงครับ
เข้ามาตอนปวดศรีษะข้างเดียวพอดีครับ อ่านของแต่ละท่านแล้วก็พอทำให้ยิ้มได้บ้างครับ แต่ที่ปวดยังแก้ไม่ได้ครับ สมาธิก็แล้ว กินยาพอช่วยได้หน่อยนึงแต่พอหมดฤทธิ์ยาก็ปวดใหม่ ไม่รู้เครียดอะไร ก็พยายามปล่อยและวางแล้ว แต่สงสัยสมองกับใจไม่สัมพันธ์กัน เลยทำได้แค่ปล่อยวางในใจแต่ในสมองยังทำงาน เดี๋ยวจะลองแบบใหม่ๆต่อไปครับ
กระผมคิดว่าคนที่เคยมีปัญหาย่อมจะเข้าใจคนที่มีปัญหาในระดับเดียวกันมากกว่า แต่อาจไม่สามารถใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดียวกันได้ จริงหรือเปล่าครับ
สวัสดีค่ะท่านวุฒิชัย
ยากับครูแป๋มเป็นศัตรูกันมาแต่ชาติปางไหนไม่อาจทราบได้ ยามกังวลอะไรจะใช้การทำในสิ่งที่ตนเองชอบ เช่นการฟังเพลงเพราะๆ ทานอาหารจานโปรด ไม่ก็แต่งตัวสวยๆ (แหะ..แหะ) แล้วก็จะหายเครียดไปได้เองค่ะ หากยังไม่หาย การนอนหลับพักผ่อนบ้างก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ลองดูค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ นะคะ
เมื่อก่อนเวลามีปัญหา ผมมักมองไปนอกตัวครับ คิดแต่ว่าคนอื่นผิด ต้องแก้ที่คนอื่น
เดี๋ยวนี้ ก่อนโทษคนอื่น ต้องมองที่ตัวเองก่อนครับ
เปลี่ยนตัวเองง่ายกว่าครับ แทนที่จะไปเปลี่ยนคนอื่น ซึ่ง
เปลี่ยนได้ยาก
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆครับ
คุณก็ให้แง่คิดดีๆแก่แป๋มค่ะ
ท่านรองวิชชาที่เคารพ
แป๋มขอเสริมค่ะว่า
"เราต้องอยู่กับสิ่งนั้นให้ได้
ปรับแนวคิดเปลี่ยนวิธีการซะ"
ไม่แน่เราอาจค้นพบนวัตกรรม
ที่เป็นความรู้ใหม่ๆเป็นคนแรก
ก็ได้นะคะท่าน
ใช่ค่ะ ปัญหามีไว้ให้แก้ไข (ขอเสริมว่า..ไม่ใช่มีไว้แก้ตัว ) การได้พบกับคุณครูแป๋ม ได้พูดคุยกันในช่วงที่เป็นการพักของเหล่าวิทยากรในการมาเข้าค่ายพัฒนาอัจฉริยภาพนิสิตใหม่ ทำให้ปริมได้เห็นวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยปัญญาของคุณครูแป๋มอย่างน่าทึ่งค่ะ ทั้งสุขุมและใจเย็น ทำให้รอบคอบในการจัดการ จนในที่สุด ผู้ร้ายที่เป็นกลุ่มเด็กขี้อิจฉาแกล้งเพื่อนต่างๆนาๆ ต้องออกมาสารภาพผิดเองค่ะ เก่งจริงๆ.
สวัสดีค่ะครูแป๋ม
ชอบเรียนวิชาที่ครูสอนมากเลยค่ะ
สอนสนุกค่ะ
ดอกกุหลาบเดี่ยวสีชมพูสวยมากนะค่ะ ^^-^^
ขอให้ครูมีความสุขมากๆค่ะ
ดูแลรักษาสุขภาพด้วยนะคะ.