ยามหนาวของหนึ่งในเช้าตรู่....ยังมองไม่เห็นแสงแรกแห่งอรุณ....นกกาหลุบหลบตัวอยู่ในเรือนรังแห่งตน ....เหมือนครูอิงที่หลบตัวอยู่ใต้ผ้าห่มนวมอันหนาเทอะทะ......หลับตา แต่ความคิดคำนึงมิได้หลับใหลไปด้วย  ครุ่นคิดทบทวนเหตุการณ์ของวันวานที่เพิ่งผ่านไป....กับวันใหม่ที่กำลังคืบคลานเข้ามา.....ในเวลาอันใกล้ พร้อมกับแสงแรกแห่งอรุณ

          เริ่มทดท้อกับสภาพการณ์ในการปรับตัวในที่ทำงาน....กับสภาพแวดล้อมที่ดูขัดตา ขัดใจ  จนยากที่จะแก้ไข  ระหว่างทางสองแพร่ง....จะทำตัวเรื่อย ๆ เฉื่อยๆ  แบบสบาย ๆ หรือจะยังคงยึดมั่น  มุ่งมั่น  กับอุดมการณ์ในการทำงาน  บางครั้งแรงไฟเริ่มอ่อนแรง........แสงดาวแห่งศรัทธา เริ่มล่าถอย  เริ่มเข้าใจว่า....ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น...ทำไมถึงเป็นเช่นนี้

          เดินทางในชั่วโมงที่เร่งรีบ  กับภาระกิจรายทางของความเป็นแม่ของลูกชายสองคน......ถึงที่ทำงานยามเช้า    หมอกครึ้มตระหลบอบอวล     คงชวนชื่นใจมิใช่น้อย  หากจะเป็นหมอกธรรมชาติอันเกิดจากฤดูหนาว แต่หน้าเศร้าเพราะมันเป็นหมอกคละคลุ้งด้วยฝุ่นใยมะพร้าว  คละเคล้ากับฝุ่นด้นหินเกร็ดกรวด  จากแรงกระทำของนักเรียนตัวน้อย ๆ ที่หวังให้โรงเรียนสะอาด ด้วยการทำเวรเขตรับผิดชอบของตน

          ใบไม้ร่วงพรูลู่ตามแรงลม  ทับถมให้เป็นภาระของหนูน้อยทยอยกันเก็บโกย  เนื้อตัวขมุกขมอม..เหยียบย่ำผืนหญ้าแห้ง ๆ  ที่เปียกน้ำค้าง  เสียงกริ่งรัวยาวเป็นอาณัติสัญญาณแห่งการฝึกระเบียบวินัย...ที่ดูเหมือนจะเป็นกิจกรรมซ้ำซาก....สำหรับเด็กเล็ก ๆ...แต่ก็ต้องฝึกตั้งแต่เล็ก ๆ

           เด็กหลายคนเนื้อตัวขมุกขมอม....รอยยับย่นบนเสื้อผ้า....เป็นสื่อแสดงให้เห็นว่า  เพิ่งขุดขึ้นมาจากตะกร้าผ้าใช้แล้ว.....กลิ่นอับ ๆ ยังโชยมาแตะจมูกของครู 

            เสื้อผ้าใหม่ที่ครูสรรหามาให้เล่า.....คงถูกเก็บพับไว้สวมใส่ ในโอกาสสำคัญ ๆ กระนั้นหรือ....แล้วโอกาสสำคัญนั้นเมื่อไหร่จะมา..........มันคงเป็นคำถามที่ไร้คำตอบ