หมูคงจะขอบใจคนมุสลิมมาก ที่ไม่ทำให้กลายเป็นหมูรับบาป ในทางกลับกันแพะก็แช่งมุสลิมทุกวัน ทำบุญเป็นไม่ได้จะกินแต่แกงแพะ หมูคงขำแพะจะแย่สมน้ำหน้าเจ้าแพะรับบาป....อิอิ

                หลังจาก มุสลิมกินหมู 1” ผ่านไปผมได้รับคำตอบหนึ่งก็คือพี่น้องร่วมชาติเข้าใจมุสลิมดีมากๆ จากหัวข้อมีหลายท่านได้เฉลยไปแล้วโดยไม่รู้ตัว แต่สิ่งที่ผมพอใจคือ หัวข้อทำให้หลายๆท่านเกิดความสงสัย ...ไม่มีอะไรหรอกครับ มันเป็นกลยุทธของผมเอง

                แต่ดูเหมือนว่าในคอมเมนท์บางท่าน มุสลิมก็ไปกินหมูกันจริงๆด้วย(โดยไม่ได้ตั้งใจ) และที่ดีใจคือมีบางท่านสามารถนำคำศัพท์เฉพาะมาเรียกได้เช่น อาหารฮาล้าล หรือบางท่านก็รับรู้ว่ามันมีเครื่องหมายที่บอกว่าอาหารฮาล้าล บางท่านก็กระตุ้นให้ผมอยากเขียนมากขึ้น มีท่านหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดคือคุณนายดอกเตอร์ บอกว่าผมเขียนได้มีชีวิตชีวา  บางก็ว่าเขียนได้ชวนอ่านชวนติดตาม  บางท่านก็ว่าดีที่นำเสนอเรื่องศาสนาแนวนี้ หรือมีท่านหนึ่งบอกว่าผมเขียนเรื่องศาสนามีความสมานฉันท์ ล่าสุด อ.ยูมิบอกว่าอ่านแล้วคมดีจริง ที่ผมสรุปคอมเมนท์ของท่านตรงนี้เพื่อยืนยันว่าที่ผมมีกำลังใจเขียนก็เพราะท่านทั้งหลายนี่แหละครับ..จะบอกให้...

                เรื่องความสะอาด ในอิสลามเน้นมาก ถึงขนาดท่านศาสดาเปรียบเทียบว่า ความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธา คือเอาความสะอาดไปเทียบชั้นกับความศรัทธา แต่ถ้าท่านมีเพื่อนเป็นมุสลิมแล้วรกรุงรัง รอบบ้านสกปรก อันนี้ต้องโทษคน ไม่ใช่ศาสนา  อย่างเช่นมุสลิมต้องนมาซการละหมาด(นมาซ) วันละห้าครั้ง ทุกครั้งที่จะละหมาดจะต้องอาบน้ำละหมาด ปกติท่านน่าจะล้างหน้าอย่างน้อยๆสองครั้งคือตื่นนอนกับตอนที่กลับจากทำงาน หรือสามครั้งตอนพักเที่ยง

                น้ำจึงเป็นปัจจัยหลักของมุสลิม ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดในทุกเรื่อง แต่ถ้าไม่มีน้ำหรือจะต้องเก็บน้ำไว้กินอย่างเดียว ศาสนาก็มีทางออกให้ ในความคิดผมนะครับ มุสลิมน่าจะทำตามกระแสพระราชดำรัสได้ดีมากๆ หากมุสลิมเข้าใจเจตนาของศาสนา ในเรื่องการอนุรักษ์ป่าและน้ำของพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านให้ความสำคัญกับแหล่งน้ำ ซึ่งมุสลิมก็ต้องใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลังในการทำความสะอาดอยู่แล้ว

                เอาละมาถึงตรงนี้ ถ้าท่านจะทำอาหารให้นายเบดูอินทานสักมี้อหนึ่ง(กำลังหิวพอดี) ท่านต้องต้องทราบว่านายเบดูอินทานอะไรได้หรือไม่ได้ ถ้าคิดจะแกงไก่ หรือเนื้อท่านก็ต้องไปซื้อที่คนมุสลิมเขาเชือด ถ้าลำบากมากก็ปลา แต่ถ้าลำบากมากอีกก็น้ำปลา น้ำปลาก็ลำบากอีกต้องดูว่ามีเครื่องหมายฮาล้าลหรือไม่ ก็ให้นายเบดูอินมันกินข้าวเปล่าๆไปเถอะ..ฮ้า..

                สมมุติท่านได้เนื้อมา แผงเนื้อคนมุสลิมขาย   ถ้าท่านเข้าใจวิธีทำความสะอาด แบบนี้รับรองว่านายเบดูอินฟาดข้าวหมดเป็นหม้อๆเลยละ เอาเนื้อมาล้างให้สะอาด ครั้งสุดท้ายให้รดน้ำเดิน(ไหลผ่าน)ใช้ได้แล้ว จากนั้นดำเนินการแบบเขากินเจ (บริสุทธิ์) เอาหม้อใหม่ๆมาเลย ที่ยังไม่ได้เคยแกงหมูมาก่อน ถ้วยจานช้อนก็เช่นกัน เท่านี้ท่านก็สามารถประกาศให้นายเบดูอินทราบอาหารมื้อนี้ฮาล้าล 100 % มีคนที่เข้าใจความละเอียดอ่อนแบบนี้เขาจะเตรียม เครื่องครัวต่างหากไว้เลย บางท่านบอกว่าโอ้ย..ยุ้งมาก ก็อย่าไปชวนนายเบดูอินไปกินข้าวเลย  ท่านอาจจะบอกว่าลำบากต้องเตรียมถ้วยจานใหม่อีก ผมเสนออย่างนี้ก็แล้วกัน ท่านที่มีถ้วยจานชามสังขโลก ช้อนทอง ขันลงหิน ฯลฯที่ตั้งโชว์ไว้ในตู้ เอาออกมาก่อนก็ได้..ฮา

                ที่ผมว่านี้คือหลักการ...ความจริงเวลาเราผ่าไฟแดง ที่กล้าผ่าเพราะเห็นว่ารถไม่สวนมา กับไม่เห็นตำรวจ ท่านคงเข้าใจนะครับ แต่ถ้าเรากำลังขับรถมาอย่างเร็ว(หิวจะตาย)รถคันหลังก็เหยีบมาเต็มที่ เจอะไฟแดงพอดี  ผมถามท่านว่าจังหวะนี้ท่านจะเอาอย่างไร ถ้าหยุดเบรกสนั่นหวันไหว คันหลังอัดเละแน่ ถ้าไปเลย ไม่มีรถสวนมาก็โชคดี แต่ถ้ารถฝั่งไฟเขียวกำลังมาแรง เสร็จแน่ๆ ผมเทียบเคียงตรงนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นว่า เมื่อคราวคับขัน เราต้องใช้วิจารณญาณของเราให้ดี ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ผมเดินทางบ่อยๆแถมยังร่วมงานกับท่านที่มิใช่มุสลิมเป็นส่วนใหญ่ ผมก็จะยึดหลักการเป็นอันดับแรก คือหาร้านอาหารมุสลิมหรืออาหารฮาล้าลก่อน สารคามกับพิษณุโลก ผมไม่ห่วง หรือภาคใต้ยิ่งไม่ต้องห่วงใหญ่ ถ้าไม่มีผมจะดูต่อไปว่าอะไรทานได้บ้าง ท่านชวนผมไปบ้านไม่ต้องซีเรียส

                ผมว่าเรื่องอาหารมุสลิมไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะคนที่ไม่ทานเนื้อ หรือหมู พุทธถ้าว่ากันตามจริงก็ไม่ทานนะครับ เพราะจะเป็นการส่งเสริมให้มีการฆ่าสัตว์ ผิดศีลอีก สายสันติอโศก นี่ก็มังสวิรัติไปเลย ท่านที่นับถือเจ้าแม่กวนอิม ก็ไม่ทานเนื้อ แต่ถ้าเป็นอาหารฮาล้าลรับประทานกันได้ทั่วโลก แขก จีน ไทย ฝรั่ง นิโกร ชาวดอย ชาวดิน

                ร้านอาหารฮาล้าล ส่วนใหญ่คนมุสลิมจะรู้ถ้าหากไม่เขียนว่าร้านอาหารมุสลิม เขาก็จะติดนามของพระเจ้าและศาสดาเป็นภาษาอาระบิก หรือไม่ก็ตัวบทของคำภีร์อัลกุรอ่าน เป็นภาษาอาระบิกเช่นกัน

                ผมมีเพื่อนไปเปิดร้านอาหารอยู่ในแหล่งที่มีมุสลิมอาศัยอยู่ วันหนึ่งเจ้าเพื่อนก็โทรศัพท์มาหาผม ..ฮัลโหล..เบดูอิน(ในบทจริงไม่ได้เรียกชื่อนี้) มีเรื่องจะปรึกษา...พอผมถามเรื่องราวจนเข้าใจแล้วได้ความว่า เปิดร้านอาหาร ขายไม่ดีเลย คนเข้าแต่ร้านอื่นๆที่อยูใกล้ๆกันหมดเลย เห็นร้านมุสลิมคนเข้ากันแน่ไปหมด ไปแอบดูปรากฏว่าเขามียันต์ คล้ายๆกับที่ร้านพี่น้องชาวพุทธไปเอาของหลวงพ่อคูณมาติด ที่ว่าร้านนี้ดี รวย ทำนองนี้..เจ้าเพื่อนจะให้ผมหายันต์มาติดบ้าง เอายันต์ของมุสลิมด้วยนะ ดูมันเน้น ผมเลยบอกว่าแกลองไปเอามาติดซิ แล้วขายแกงหมูพรรคพวกได้พังร้านแกให้หรอก ที่เขาติดไม่ใช่ยันต์หรือของขลังอะไรหรอก เป็นแค่สัญลักษณ์ให้รู้ว่าร้านมุสลิม แล้วคนที่เข้าไปกินส่วนใหญ่ก็เป็นมุสลิม...เท่านั้นแหละเจ้าเพื่อนเลยบางอ้อไปออกท่าน้ำนนทบุรีเลยครับ...ฮา....

                ผมว่าถ้าท่านเลิกทานหมู หมูคงดีใจแน่ๆ ถึงอย่างไรก็ตาม มุสลิมกับหมูก็เอื้ออาทรต่อกันที่สุด มุสลิมก็ไม่ฆ่าหมู ไม่ทานหมู หมูคงจะขอบใจคนมุสลิมมาก ที่ไม่ทำให้กลายเป็นหมูรับบาป ในทางกลับกันแพะก็แช่งมุสลิมทุกวัน ทำบุญเป็นไม่ได้จะกินแต่แกงแพะ หมูคงขำแพะจะแย่สมน้ำหน้าเจ้าแพะรับบาป....อิอิ

อ้าว..เฉลยไม่ได้สักที บันทึกหน้าเฉลยแน่ๆครับกระโผ้ม...