|
|
การเลี้ยงนกกระจอกเทศ ผลิตเนื้อเพื่อการจำหน่าย
ในเกษตรกรอำเภอปากช่อง
เทวา ฉวิงรัมย์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์
ความเป็นมา
นกกระจอกเทศ จัดเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ (ก่อนสมัยพุทธกาล) ที่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ในโลกจนถึงยุคโลกาภิวัตน์ (ในสมัยปัจจุบัน) เป็นสัตว์ป่าที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอัฟริกา ซึ่งจะเห็นว่าในทวีปอัฟริกาลักษณะของป่าจะค่อนข้างเป็นป่าโปร่ง มีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ค่อนข้างแห้งแล้ง และมีบางส่วนเป็นทะเลทรายอีกด้วย สำหรับในประเทศไทย คนไทยเราเองจะได้พบเห็นนกกระจอกเทศก็ในหน่วยงานราชการ สถานที่ท่องเที่ยว และสวนสัตว์เท่านั้น ส่วนประเทศไทยก็มีการเลี้ยงนกกระจอกเทศกันอยู่บ้างแล้ว แต่ก็มีไม่มากนัก
การใช้ประโยชน์จากผลผลิตนกกระจอกเทศ สามารถใช้ได้เกือบทุกส่วน เช่น เนื้อรสชาติอร่อยเหมือนเนื้อวัวแต่มีโคลเลสเตอรอลต่ำกว่ามาก ไข่สำหรับบริโภค หนังทำเครื่องนุ่งห่มและเครื่องใช้ เปลือกไข่ และขนทำเครื่องประดับ เป็นต้น
ในปัจจุบันการเลี้ยงนกกระจอกเทศในประเทศไทย เริ่มมีการเลี้ยงแพร่หลายมากขึ้น มีการทำฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศขึ้นหลายต่อหลายฟาร์ม ทั้งธุรกิจการค้าด้าน หนังนกกระจอกเทศ ไข่นกกระจอกเทศ เนื้อนกกระจอกเทศ ขนนกกระจอกเทศ และการแปรรูปรูปเป็นอาหาร เครื่องประดับ เครื่องใช้ รวมถึงสินค้าจากหนังนกกระจอกเทศด้วย ซึ่งเกษตรกรไทยเองก็ได้มีการเริ่มเลี้ยงนกกระจอกเทศในระบบฟาร์มเพื่อการผลิตจำหน่ายกันมากขึ้น ได้มีการจัดการฟาร์มในแต่ละฟาร์มที่หลากหลายแตกต่างกันไป ตามแต่ปัจจัยของเกษตรกรในแต่ละคน การเลี้ยงนกกระจอกเทศ ก็เหมือนกับการเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น โคเนื้อ โคนม แพะ สุกร เป็ด ไก่ ฯลฯ ที่ย่อมจะมีโรงเรือน อาหารและการให้อาหาร การจัดการเลี้ยงดู ชนิดพันธุ์ที่เลี้ยง เหล่านี้ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญในการผลิต ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงจำเป็นต้องให้ความสำคัญ
สำหรับการผลิตเนื้อนกกระจอกเทศ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างรายได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีการนำเนื้อนกกระจอกเทศมาประกอบอาหารกันมากขึ้น ส่วนใหญ่พบตามร้านอาหารใหญ่ๆ โรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ภัตตาคาร ซึ่งเมนูอาหารก็มีมากมายแล้วมีราคาต่อจานค่อนข้างสูง สำหรับเนื้อนกกระจอกเทศ.-(ต่อ..ตอนที่2.)
" ปลิวลม "