ปัญหาหนักใจของคนไทยในการเรียนภาษาจีนกลางอย่างแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องของการออกเสียง ด้วยเพราะว่าภาษาจีนกลางเป็นภาษาที่มีลักษณะเป็นอักษรภาพซึ่งไม่สามารถอ่านจากการสะกดตามเสียงพยัญชนะกับสระตรงๆได้เหมือนอย่างในภาษาไทย ดังนั้นการเรียนรู้เรื่องการออกเสียงโดยอาศัยตัวอักษรโรมันถอดเสียงของอักษรจีนกลาง (พินอิน) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้เรียนในชั้นต้น
การออกเสียงภาษาจีนกลางที่ผู้เรียนหลายๆคนว่ากันว่ายากนั้นแท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะหากเรารู้จักกลวิธีการเรียนรู้ระบบเสียงโดยใช้ประโยชน์ของวิชาสัทศาสตร์ (วิชาแขนงหนึ่งของภาษาศาสตร์) เข้ามาช่วยอธิบาย ความยากก็จะถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและพร้อมที่จะฝึกออกเสียงได้อย่างเป็นระบบ
ตามธรรมชาติของเสียงที่ออกจากปากมนุษย์เพื่อใช้ในการสื่อสารนั้นโดยปกติจะมีเสียงที่ทับซ้อนหรือเสียงที่มีความเหมือนกันอยู่หลายเสียงด้วยกัน อย่างในระบบการออกเสียงภาษาจีนกลางและภาษาไทยเองก็เช่นกัน ซึ่งในวันนี้เราจะเริ่มทำความรู้จักเสียงพยัญชนะและการออกเสียงในภาษาจีนกลางก่อนสัก 8 เสียงที่มีอยู่แล้วในภาษาไทย คนไทยจึงออกเสียงได้อย่างสบายๆโดยเทียบเสียงได้กับเสียงพยัญชนะไทย ดังนี้
เสียงพยัญชนะกลุ่มที่ 1: เสียงที่เกิดจากริมฝีปากบนกับล่าง
b: ป p: พ m: ม f: ฟ
เสียงพยัญชนะกลุ่มที่ 2: เสียงที่เกิดจากปลายลิ้นกับปุ่มเหงือก
d: ต t: ท n: น l: ล
เหลือเสียงอีก 4 กลุ่มเราค่อยเรียนรู้กันในวันต่อๆไป
Ni Hao ค่ะ มารอเข้าชั้นเรียนด้วยคน : ) Wo Jiao Wang Shang Shang อยากเรียนรู้ระบบ pinyin ตอนเรียนสมัยเด็กมันรุ่นเก่าไปหน่อยค่ะ เรียนระบบของไต้หวัน แต่คิดว่า pinyin ง่ายกว่ามากทีเดียวสำหรับคนอ่านภาษาอังกฤษได้มาก่อน
อันที่จริงคนไทยคนไหนๆก็เรียนระบบเสียงพินอินได้สบายๆครับ ไม่จำเป็นต้องอ่านภาษาอังกฤษถูกมาก่อนก็ได้ (คนไทนเราส่วนใหญ่ก็ออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ค่อยถูกนัก)ทั้งนี้เพราะระบบเสียงพินอินไม่ได้ออกเสียงเหมือนภาษาอังกฤษเท่าใดนัก ยังไงๆก็ต้องจำใหม่ทั้งระบบอยู่ดี และถ้าวิเคราะห์ดีๆแล้ว เสียงที่มีอยู่แล้วในภาษาไทยเรานี้แหละที่จะทำให้เราเรียนรู้เสียงในภาษาจีนกลางได้อย่างเป็นระบบมากกว่าด้วยซ้ำ