Dialogue เป็นการ “Thinking Together” คำว่า “Thinking” ในที่นี้หมาย “การสืบค้น” ตัวตนภายในของเรา ไม่ใช่เอาความคิดที่มาจาก “ความรู้เดิม ประสบการณ์เดิม” เป็นหลัก
หากจะพูดว่า Dialogue คือการฟัง ก็หมายถึงการฟังอย่างสบายๆ ฟังโดยไม่ตัดสิน ฟังโดยไม่มี Inner Voice ฟังโดยไม่ใช้ความพยายามหรือตั้งใจมากจนเกินไป เพราะความตั้งใจก็คือความคิด มิใช่หรือ? ความพยายามก็คืออีกความคิดหนึ่ง - ใช่ไหม? ความคิดมัก “ต้องการ” อะไรบางอย่างเสมอ ! เราจะ “รับรู้” เราจะเป็น “ผู้สังเกตการณ์” โดยไม่ต้องการอะไร - จะได้ไหม? สังเกตไปแบบดิบๆ สดๆ เป็น “Pure Observation” จะได้ไหม?
ท่านกฤษณะมูรติใช้คำว่า “Thoughs create thoughs” คือความคิดสร้างความคิดสืบต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับการตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดไปแล้วมันก็งอกขึ้นมาใหม่ ยิ่งตัดก็ยิ่งแตกกิ่งก้าน เหมือนกับการกินข้าว กินอิ่มแล้วก็หิวใหม่ วนเวียนไปไม่รู้จักจบ . . . จริงๆ แล้ว “การกิน” มันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่พอเราไปตั้ง “เงื่อนไข” เช่น กินเนื้อชนิดนี้ได้ ชนิดนี้ไม่ได้ ไม่ควรกินช่วงเวลานั้นเวลานี้ นี่คือสิ่งที่เป็น “ผลผลิต” ของความคิดทั้งสิ้น
ความคิดต้องการให้มีการ “สืบต่อ” ไปเรื่อยๆ มันไม่ต้องการให้ “มายา” เหล่านี้จบลง มันกลัวว่าถ้าขาดการสืบต่อเราก็อาจจะพบกับ “ความจริง” ? ความคิดไม่ต้องการให้เราเห็น “ความเป็นทั้งหมด (The Whole)” มันรังแต่สร้างการแบ่งแยก มันสร้าง “ตัวฉัน” และ “ตัวท่าน”Me & You กู และมึง !!
เรียน อ.ประพนธ์ ค่ะ
สวัสดีครับคุณติ๋วและคุณศิลา Happy (Chinese) New Year ครับ . . .
เรื่องความคิดนี่ ทั้ง osho และ krishnamurti พูดไว้บ่อยมาก . . . ผมว่าตรงนี้คือส่วนที่สำคัญที่สุด เมื่อใดที่ เราิเข้าสู่สภาวะ "No Thought" ได้ โลกทั้งโลกคงจะเปลี่ยนไปอย่างที่เราไม่เคยจินตนาการไว้เลย . . .
"action that is not touched by thought" . . . น่าสนใจมากครับ