ความคิดไม่ต้องการให้เราเห็น “ความเป็นทั้งหมด (The Whole)” มันรังแต่สร้างการแบ่งแยก
        แรกทีเดียวผมก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ต่อ แต่พอถูกอาจารย์ หมอสกล สิงหะ กระตุกไว้ท้ายบันทึกที่แล้ว ก็เลยลองนำประเด็นต่างๆ ที่จดไว้ มาถ่ายทอดต่อให้ฟังดังต่อไปนี้ . . 

Dialogue เป็นการ “Thinking Together” คำว่า “Thinking” ในที่นี้หมาย การสืบค้น ตัวตนภายในของเรา ไม่ใช่เอาความคิดที่มาจาก ความรู้เดิม ประสบการณ์เดิม เป็นหลัก

หากจะพูดว่า Dialogue คือการฟัง ก็หมายถึงการฟังอย่างสบายๆ ฟังโดยไม่ตัดสิน ฟังโดยไม่มี Inner Voice ฟังโดยไม่ใช้ความพยายามหรือตั้งใจมากจนเกินไป เพราะความตั้งใจก็คือความคิด มิใช่หรือ? ความพยายามก็คืออีกความคิดหนึ่ง - ใช่ไหม? ความคิดมัก ต้องการ อะไรบางอย่างเสมอ ! เราจะ รับรู้ เราจะเป็น ผู้สังเกตการณ์ โดยไม่ต้องการอะไร - จะได้ไหม? สังเกตไปแบบดิบๆ สดๆ เป็น “Pure Observation” จะได้ไหม?

ท่านกฤษณะมูรติใช้คำว่า “Thoughs create thoughs” คือความคิดสร้างความคิดสืบต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับการตัดแต่งกิ่งไม้ ตัดไปแล้วมันก็งอกขึ้นมาใหม่ ยิ่งตัดก็ยิ่งแตกกิ่งก้าน เหมือนกับการกินข้าว กินอิ่มแล้วก็หิวใหม่ วนเวียนไปไม่รู้จักจบ . . . จริงๆ แล้ว การกิน มันก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่พอเราไปตั้ง เงื่อนไข เช่น กินเนื้อชนิดนี้ได้ ชนิดนี้ไม่ได้ ไม่ควรกินช่วงเวลานั้นเวลานี้  นี่คือสิ่งที่เป็น ผลผลิต ของความคิดทั้งสิ้น

ความคิดต้องการให้มีการ สืบต่อ ไปเรื่อยๆ มันไม่ต้องการให้ มายา เหล่านี้จบลง มันกลัวว่าถ้าขาดการสืบต่อเราก็อาจจะพบกับ ความจริง ? ความคิดไม่ต้องการให้เราเห็น ความเป็นทั้งหมด (The Whole)” มันรังแต่สร้างการแบ่งแยก มันสร้าง ตัวฉัน และ ตัวท่านMe & You กู และมึง !!