“เจ้าป๊อก” พระนักพัฒนาแห่งอันดามัน
บาว นาคร*
ข่าววงการเกี่ยวกับพระสงฆ์ในปัจจุบันนั้น ล้วนแต่เป็นข่าวที่ตีแผ่ออกมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเสื่อมเสียในวงการคณะสงฆ์ไทย ซึ่งส่วนใหญ่สื่อได้นำเสนอข่าวแต่เพียงภาพลบอย่างเดียว แต่ว่ายังมีอีกมากมายที่พระสงฆ์เป็นผู้ที่ได้ทำประโยชน์อย่างมากมายให้กับสังคมเช่นกัน ซึ่งไม่ค่อยเป็นข่าวและยกย่องเชิดชูพระสงฆ์เหล่านั้นที่ทำประโยชน์แก่สังคม ตัวอย่างเช่น พระสมุห์โกศล ณาณวโร แห่งวัดป่าท่านุ่น จ.พังงาเป็นพระสงฆ์นักพัฒนาทั้งด้านการกีฬา การพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมทั้งการพัฒนาสังคมในเรื่องการต่อต้านยาเสพติด ซึ่งเมื่อได้อ่านประวัติโดยสังเขปของท่านแล้ว จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึกที่เขียนโดยเจ้าพระยา ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2550 ที่เขียนไว้ว่า
เด็กหนุ่มยุค 20-30 ปีที่แล้ว แสวงหาความหมายของชีวิต ทำตัวแบบ "ฮิปปี้" หรือเป็น "ชาวบุปผาชน" บูชาดอกไม้ ใช้ชีวิตสบาย เรื่อยๆ เปื่อยๆ คลั่งหญ้าสวรรค์ “กัญชา” ไว้ผมยาวถึงกลางหลัง ปฏิเสธกระแสโลก เป็นลูกที่ขัดใจพ่อแม่ ท้าทายศีลธรรมและพร้อมแหกกฎเกณท์สังคม
“ป๊อก” โกศล เกิดทรัพย์ เด็กหนุ่มจากดินแดนด้ามขวาน จ.พังงา ผู้หลงใหลกับงานศิลปะ เดินทางสู่กรุงเทพฯ เพื่อตามฝันเป็นจิตรกร เข้าเรียนวิชา “จิตรกรรมไทย” ละเลงลวดลายขีดเขียนเส้นศิลป์จารึกความงาม เป็นศิษย์ของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่วิทยาลัยเพาะช่าง
พอเรียนจบเมื่อปี 2527 หนุ่มผมยาวจากพังาประเดิมอาชีพแรกตามความฝัน ใช้พู่กันเลี้ยงชีพ ไปวาดภาพให้กรมศิลปากรที่ วัดชินวรารามวรวิหาร จ.ปทุมธานี ชีวิตคนหนุ่มไร้ราก ยึดหลัก 3x8 คือ รอบ 24 ชั่วโมงของวัน ทำงาน 8 ชั่วโมง กินเหล้า 8 ชั่วโมง และนอน 8 ชั่วโมง
พอเสร็จงานมือวางพู่กัน "หนุ่มป๊อก" มือจับแก้วเหล้าแทนทันที กินเหล้าสนุกปาก กินมากขนาดไหน นอนซมรับน้ำเกลือที่โรงพยาบาล คือคำตอบ จนภาพวาดผนังโบสถ์ไม่เสร็จสักที เป็นแบบนี้อยู่หลายปี ในขณะที่สุขภาพเริ่มย่ำแย่ เวลาการวาดล่วงเลย 5 ปี
วูบความคิดของจิตรกรหนุ่ม สาเหตุที่วาดภาพไม่เสร็จเสียที เพราะกินเหล้า หากไม่กินเหล้าคงมีเวลาทำงานมากขึ้น ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องกินเหล้าอีก
คำตอบในปี 2532 คือบวช "หนุ่มป๊อก" จึงตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อจะได้ใช้เวลาวาดภาพอย่างเต็มที่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ จากเดิมที่ไม่มีวี่แววว่าจะวาดเสร็จสักที ปรากฏว่าภายในปีเดียวเท่านั้น จิตรกรห่มเหลือง พระสมุห์โกศล ญาณวโร วาดเสร็จจนได้
ศิลปินบูชาศิลปะ นักบวชบูชาพระธรรม นักบวชจาก จ.ปทุมธานี ตัดสินใจเดินทางกลับถิ่นด้ามขวานที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2535 ยังคงทำงานด้านศิลปะ แต่ยิ่งบวชนานขึ้น เริ่มเห็นปัญหาสังคมมากขึ้น
ในยุคนั้น เฮโรอีนกำลังระบาดหนักที่ภาคใต้ เยาวชนถลำลึก บางคนถึงขนาด ฉีดเข้าเส้น เมื่อความอยากยาเรียกร้อง สติย่อมขาดพร้อมก่ออาชญากรรมเพื่อให้ได้เงินมาซื้อยา ทำอย่างไรจึงจะดึงเยาวชนพ้นจากมหันตภัยยาเสพติด กีฬา ดนตรี ศิลปะ คือคำตอบ
ออกจากเกาะภูเก็ต พระสมุห์โกศลเดินทางกลับบ้านเกิดมาอยู่ที่ วัดป่าท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา พร้อมกับเดินเกมรุก ดึงเยาวชนคืนคนดีสู่สังคมพังงา ตั้งชมรมกีฬา ปี 2537 "ชมรมกีฬายุวธรรม ภาค 17" ซึ่งภาค 17 ในวงการดงขมิ้น ครอบคลุม 5 จังหวัดแดนใต้คือ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง ภูเก็ต จะจัดแข่งขันกีฬาบ่อยครั้ง เด็กที่เคยติดยาเมื่อได้มาเล่นกีฬา ปัญหานี้จึงค่อยๆ ลดลงไป เฮโรอีน เริ่มซา แต่ปรากฏว่า ยาบ้า เขามาแทนที่
พระสมุห์โกศล ลุยงานหนักอีกครั้ง จับเด็ก ชวนเยาวชน มาเล่นฟุตบอล โดยมีทีมงานอย่าง สมควร อุดมผล โค้ชพิการขา นั่งรถเข็นสอนฟุตบอลให้เด็กๆ รวมทั้งส่งเสริมจัดแข่งขันฟุตบอลบ่อยครั้ง โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นเด็กไทยพุทธ หรือไทยมุสลิม จนคน จ.พังงา เรียกพระรูปนี้ว่า "เจ้าป๊อก" ( "เจ้า" ภาษาใต้ หมายถึงพระ)
"กีฬาเป็นสื่อสากล ทุกชนชาติ ทุกชาติ ศาสนา ทุกเผ่าพันธุ์เล่นกันได้ ไม่ต่างกับยาเสพติด ที่ไม่เลือกว่าเป็นมนุษย์หน้าไหน หากคิดเสพก็ติดด้วยกันทั้งนั้น" เจ้าป๊อก เปิดประเด็น
โครงการดึงเด็กจากยาเสพติดให้มาเล่นกีฬาเริ่มได้ผล จนวันนี้ เด็กไม่น้อยที่ผ่านโครงการของเจ้าป๊อก ขึ้นไปติดเป็นนักเตะของ จ.พังงา ทำฟุตบอลอย่างเดียวยังไม่พอ "เจ้าป๊อก" ยังเดินหน้าทำอย่างอื่นอีกหลายโครงการ มีการจัดตั้งค่ายมวย "ยุวธรรมยิม" สอนมวยไทย มวยสากล ผลิตนักมวย ซึ่งนักชกในโครงการของ "เจ้าป๊อก" เคยได้แชมป์ประเทศไทย
อย่าง กิตติ คีรีรัตน์ เหรียญทองกีฬาแห่งชาติ ที่ กทม. ปี 2545 เข้าโครงการดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิก เอกรัฐ ปัจฉาพันธ์ ได้เหรียญทองกีฬาเยาวชนที่พังงาเมื่อปี 2545 และอีกหลายคนที่ได้ขึ้นไปชกที่กรุงเทพฯ อย่าง มะขามเพชร อยุวธรรมยิม ฯลฯ
คนห่มเหลืองผู้นี้ใจใหญ่กว่าเจ้าของธุรกิจชั้นนำในระหว่างการจัดแข่งขันฟุตบอลรายการหนึ่ง ฝ่ายจัดเงินไม่พอ จึงไปหา "เจ้าป๊อก" เจ้าอาวาสวัดวัดป่าท่านุ่น หอบเงิน 4 หมื่นบาท ใส่ย่ามที่ปักรูปโลโก้ช้างงาดำของสมาคมฟุตบอลไปยังสนามฟุตบอล เพื่อให้ฝ่ายจัดยืมไปใช้ก่อน พร้อมบอกว่า "นี่เงินจากการทอดกฐินนะโยม อาตมาเอามาให้ก่อน จัดฟุตบอลเสร็จก็เอาไปคืนวัดก็แล้วกัน เพราะอาตมายังต้องใช้ทำประโยชน์กับการพัฒนาวัด พัฒนาเยาวชนให้พ้นภัยยาเสพติด"
นักบวชมากพรรษารูปนี้ ใจใหญ่กว่าทะเลอันดามัน ทำโดยไม่หวังผลทางชื่อเสียงและลาภยศ เป็นพระที่ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง บางครั้งนั่งรถจากพังงา เพื่อพานักเตะไปเข้าเรียนที่กรุงเทพฯ และโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา เป็น พระที่ปากพร่ำสอนเรื่องธรรมมะ และช่วยวาดฝันให้เด็กด้อยโอกาส
เท่านั้นไม่พอ ยังสร้างโอกาสให้ “วงดนตรีลูกทุ่ง” ชื่อ "ลูกทุ่งยุวธรรมโชว์" รับเดินสายทั่วปักษ์ใต้มา 3 ปีแล้ว สนนราคาคืนละ 2 หมื่นบาท บางทีนักมวยในค่ายก็เป็นนักร้อง เป็นการสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ดึงเยาวชนออกจากยาเสพติด และสร้างโอกาสในชีวิต
ตอนนี้ "เจ้าป๊อก" มีงานใหญ่ที่กำลังจะทำคือ ทำให้วัดป่าท่านุ่น กลายเป็นโรงเรียนกีฬา สร้างสนามกีฬา "ลานนกเอี้ยง" นงคราญ เพชรพูนทรัพย์ อดีตนักเตะสาวทีมชาติไทย ลูกศิษย์เจ้าป๊อก ที่เสียชีวิตจาก คลื่นยักษ์สึนามิ
สนามแห่งนี้เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะให้เยาวชนมาฝึกซ้อมและใช้แข่งขันฟุตบอล 7 คน ทำเพื่อให้เยาวชนหนีห่างปัญหายาเสพติด แม้ว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์
นอกจากนั้นยังได้รับรางวัล พลตรีสำเริง ไชยยงค์ ประจำปี 2551 หนึ่งในโครงการเชิดชูผู้ทำความดี ของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม ด้านการส่งเสริมกีฬา
จากที่ได้กล่าวมานั้น ถือได้ว่า พระสมุห์โกศล ณาณวโร (เกิดทรัพย์) ถือว่าเป็นพระสงฆ์ที่เป็นนักพัฒนาอย่างแท้จริง ทั้งทางด้านการส่งเสริมกีฬา ดนตรี การพัฒนาเด็กและเยาวชน และการพัฒนาสังคม และทำอย่างไรจะให้มีกระบวนการสนับสนุนและถ่ายทอดความดีและการทำประโยชน์ให้แก่สังคมซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างให้ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้และรับทราบถึงเรื่องของพระสงฆ์ที่ได้ทำประโยชน์ต่อสังคมต่อไป
อ้างอิง
http://www.komchadluek.net/2007/05/29/l007_100529.php?news_id=100529 - 52k
http://www.siamfootball.com/index.php?option=com_content&task=view&id=61&Itemid=7
http://www.phangnga.m-society.go.th