ชาติหน้ามีหรือไม่ ? (ปายาสิราชัญญสูตร) ตอนที่ ๑๕ ตอนจบ
ปายาสิราชัญญสูตร ตามที่เล่ามาตามลำดับนั้น มีนัยสำคัญ ๓ ประเด็นด้วยกัน กล่าวคือ
- ปัญหาว่า ชาติหน้า ผีส่างเทวดา หรือผลกรรมดีชั่ว มีหรือไม่ ?
- เหตุผลในการยึดถือและการสละความเชื่อถือเดิมทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่าไม่ถูกต้อง
- เรื่องการทำบุญทำทานบางประเด็น
ซึ่งเบื้องต้นนั้น ผู้เขียนต้องการที่จะเล่าเพียงนัยแรก แต่เรื่องราวติดพัน จึงเล่าต่อมาอีกนิดหน่อยจนใกล้จะจบแล้ว และในตอนจบนี้ ผู้เขียนขอคัดลอกสำนวนพระไตรปิฏกฉบับภาษาไทยให้อ่านกัน
[๓๓๐] ก็โดยสมัยนั้น ท่านพระควัมปติเถระไปพักกลางวันยังเสรีสกวิมานอันว่างเปล่าเนืองๆ ลำดับนั้น ปายาสิเทวบุตรเข้าไปหาท่านควัมปติถึงที่อยู่ แล้วอภิวาท ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ท่านควัมปติได้กล่าวถามปายาสิเทวบุตรว่า
- ท่านผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร ฯ
- ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าคือเจ้าปายาสิ ฯ
- ดูกรท่านผู้มีอายุ ท่านเป็นผู้มีความเห็นอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ โลกหน้าไม่มี เหล่าสัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี มิใช่หรือ ฯ
- เป็นความจริง ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นผู้มีความเห็นอย่างนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ โลกหน้าไม่มี เหล่าสัตว์ผู้ผุดเกิดขึ้นไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดี ทำชั่วไม่มี แต่ว่า พระผู้เป็นเจ้ากุมารกัสสปได้ไถ่ถอนข้าพเจ้าออกจากทิฐิอันลามกนั้นแล้ว ฯ
- ดูกรท่านผู้มีอายุ ก็อุตตรมาณพซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในทานของท่าน ไปเกิด ที่ไหน ฯ
- ข้าแต่ท่านผู้เจริญ อุตตรมาณพซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในทานของข้าพเจ้านั้น ให้ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานด้วยความนอบน้อม มิได้ให้ทานอย่างทิ้งให้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ คืออยู่ร่วมกับพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์
- ส่วนข้าพเจ้า มิได้ให้ทานโดยเคารพ มิได้ให้ทานด้วยมือของตน มิได้ให้ทานด้วยความนอบน้อม ให้ทานอย่างทิ้งให้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ก็เข้าถึงซึ่งความอยู่ร่วมกับพวกเทวดาชั้นจาตุมหาราช คือได้วิมาน ชื่อเสรีสกะอันว่างเปล่า ท่านควัมปติผู้เจริญ ถ้าอย่างนั้น ท่านไปยังมนุษยโลก แล้วโปรดบอกอย่างนี้ว่า
- ท่านทั้งหลายจงให้ทานโดยเคารพ จงให้ทานด้วยมือของตน จงให้ทานโดยความนอบน้อม จงอย่าให้ทานอย่างทิ้งให้ เจ้าปายาสิมิได้ให้ทานโดยเคารพ มิได้ให้ทานด้วยมือของตน มิได้ให้ทานโดยความนอบน้อม ให้ทานอย่างทิ้งให้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงความอยู่ร่วมกับพวกเทวดา ชั้นจาตุมหาราช คือได้วิมานชื่อเสรีสกะอันว่างเปล่า ส่วนอุตตรมาณพ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในทานของเจ้าปายาสินั้น ให้ทานโดยเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดยความนอบน้อม มิได้ให้ทานอย่างทิ้งให้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ คืออยู่ร่วมกับพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ฯ
ลำดับนั้น ท่านควัมปติมาสู่มนุษยโลกแล้ว ได้บอกอย่างนี้ว่า
- ท่านทั้งหลาย จงให้ทานโดยเคารพ จงให้ทานด้วยมือของตน จงให้ทานโดยความนอบน้อม จงอย่าให้ทานอย่างทิ้งให้
- เจ้าปายาสิ มิได้ให้ทานโดยเคารพ มิได้ให้ทานด้วยมือของตน มิได้ให้ทานโดยความนอบน้อม ให้ทานอย่างทิ้งให้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงความอยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นจาตุมหาราช คือได้วิมาน ชื่อเสรีสกะ อันว่างเปล่า
- ส่วนอุตรมาณพซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในทานของเจ้าปายาสินั้น ให้ทานโดยความเคารพ ให้ทานด้วยมือของตน ให้ทานโดยความนอบน้อม มิได้ให้ทานอย่างทิ้งให้ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ คืออยู่ร่วมกับพวกเทพชั้นดาวดึงส์ ฯ
จบ ปายาสิราชัญญสูตร (คลิกที่นี้)
จิรํ สนฺติฎฺฐตุ พุทธสาสนํ
เจริญพร
นมัสการ
สาธุ
เจริญพร
ผมมั่นใจ100% ว่าชาติหน้ามีจริง...
การเชื่อ หรือ ไม่เชื่อ ว่าชาติหน้ามีหรือไม่นั้น ไม่อาจยืนยันด้วยข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ได้ และความเชื่อก็คือความเชื่อ นั่นคือความเชื่อมิใช่ความจริง...
ในทางจริยศาสตร์ให้ความสำคัญแต่เพียงว่า ความเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นๆ เพียงพอต่อการนำมาใช้ในการดำรงชีวิตของเราให้มีความสุขสงบ เจริญก้าวหน้า เป็นคุณและไม่เป็นโทษต่อเพื่อนมนุษย์อย่างไร... คุณค่าทำนองนี้ต่างหากที่สำคัญยิ่งกว่า ทั้งสามารถยืนยันด้วยข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ได้...
เจริญพร