รักข้ามขอบฟ้า


อบรมเกษตรอินทรีย์ชาวต่างชาติ

ปีใหม่ต้อนรับเราด้วยความหนาวเหน็บอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหนาวพัดแรงจนน่ากลัว และยิ่งมูลนิธิของเรามีทำเลที่ตั้งอยู่กลางทุ่งโล่งอย่างนี้ ลมหนาวก็ดูเหมือนจะพัดแรงเป็นทวีคูณ แขกกลุ่มแรกที่มาอบรมที่มูลนิธิข้าวขวัญเป็น แขก จริงๆ ทั้งหน้าตา และภาษาพูด เนื่องจากว่ามูลนิธิข้าวขวัญของเรากำลังจะยกระดับสู่ความเป็นอินเตอร์ (อิอิ) ชาวนากลุ่มแรกที่มาอบรมก็เลยเป็น กลุ่มชาวนาจากต่างประเทศ แต่เพื่อไม่ให้ความเป็นอินเตอร์ของเราก้าวกระโดดไปไกลนัก ชาวต่างประเทศที่ว่าก็เลยเป็นแถบเอเชียด้วยกันคือ มีทั้ง ปากีสถาน อินเดีย เนปาล บังคลาเทศ มองโกเลีย  อินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ จีน พม่า รวมทั้งกัมพูชา การอบรมทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา จึงเกิดความโกลาหลวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เริ่มจาก ภาษา การมาจากต่างที่ ต่างถิ่น ทำให้เรากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมากพออยู่แล้ว แต่ภาษาพูดที่ไม่เหมือนกัน กลับยิ่งเป็นเหมือนกำแพงมหึมาขวางกั้นเราไว้ และแน่นอนว่านั่นอาจทำให้มิตรภาพเปราะบางลงอย่างช่วยไม่ได้  และเรื่องอาหารการกิน ก็เป็นอีกหนึ่งความแตกต่างที่ใหญ่หลวง เนื่องจากความไม่คุ้นเคย หรือความไม่ถูกปาก แต่เราก็พยายามตอบสนองตามความต้องการของ

แขก ที่มาให้อย่างสุดความสามารถ ทั้งเริ่มจาก ขนมปังปิ้ง ที่ปกติไม่ใช่สิ่งที่ชาวเราคุ้นเคยและคิดว่าชาวนาไทยส่วนใหญ่ก็คงไม่นิยมชมชอบนัก ก็ถูกจัดหามาเพื่อให้แขกอุ่นใจว่า ยังมีอาหารที่เขาพอจะคุ้นเคยอยู่บ้างในต่างบ้านต่างเมืองเช่นนี้ (ขนมปังปิ้งเนี่ยนะ อิอิ)

 

 

 

 

เมื่อถึงคราวที่ต้องเรียนรู้ภาคปฏิบัติ หลักสูตรแรกคือ โฉบแมลง หลายคนก็แสดงทักษะให้เห็นว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญมาจากบ้านเมืองของเขา (55555 เชี่ยวชาญมากกกกกกกกกก) แต่ละคนก็สนุกสนานกับการเดินลุยโคลนตมและถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้สัมผัสกลิ่นโคลนสาบควายที่เมืองไทยมาแล้ว (หอมหวนน่าหลงใหล) สาวมองโกเลียคนหนึ่งถึงกับตื่นตาตื่นใจที่มองไปเจอต้นกล้วยที่มีกล้วยเป็นเครือๆยาวห้อยระย้าอยู่ริมทาง เลยไม่ลืมที่จะชักกล้องออกมาถ่ายเก็บไว้ (มองโกเลียไม่มีกล้วย???) เป็นภาพที่น่ารักดีค่ะ

 

 

พอถึงช่วงกลางสัปดาห์ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะคลี่คลายขึ้น จากแรกที่เหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นเราไว้ ก็ราวกับว่าขนาดของกำแพงลดลง กลายเป็นเพียงรั้วไม้เล็กๆอาจจะเป็นเพราะว่าทุกคนเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันจากความแตกต่าง เรียนรู้ที่จะให้และแบ่งปันกัน เราจึงเห็นรอยยิ้มของแต่ละคนผุดขึ้นมาอยู่เสมอ อันที่จริง แขก ที่มาส่วนใหญ่นั้นพูดภาษาอังกฤษได้ดี แต่ก็เป็นอังกฤษสำเนียงแขกที่ฟังแล้วชวนให้ปวดหัววิ้งๆๆ (ขนาดภาษาอังกฤษที่เจ้าของภาษามาเองยังไม่กระดิกหูเลยค่ะ นี่ใส่สำเนียงแขกเข้าไปด้วย โอ้ แม่เจ้า อิอิ)

 

 

 

 

 

ที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งคือ แขกที่มานั้น ส่วนใหญ่ชอบความสนุกสนานบันเทิงมากเป็นพิเศษ มิน่าล่ะเนอะ เวลาดูหนังอินเดียทีไร เห็นแต่ร้องเพลงวิ่งไล่กันข้ามเขาเป็นลูกๆทุกที (เกี่ยวกันไหมเนี่ย) และทุกคนก็ยังมีมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม เมื่อถึงปลายสัปดาห์ความสัมพันธ์ของทุกคนที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองก็ดูเหมือนจะแน่นกระชับยิ่งขึ้น จากการถ้อยทีถ้อยอาศัย ก่อเกิดเป็นตำนานรักข้ามเผ่าพันธุ์ (รักแบบพี่น้อง)

 

 

 

 

 

แท้ที่จริงแล้วเมื่อมองข้ามปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาษา สีผิว และเชื้อชาติ เราทุกคนต่างก็คือมนุษย์เผ่าพันธุ์เดียวกัน เป็นเหมือนญาติที่พลัดหลงกันไปไกล สิ่งที่สำคัญคือ การเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจ เอื้ออาทร และ แบ่งปัน ทำให้นึกถึงคำพูดหนึ่งค่ะ ที่บอกว่า แตกต่างแต่ไม่แตกแยก และพวกเราเองในฐานะเจ้าของสถานที่ก็รู้สึกอิ่มใจเหลือเกิน ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนรู้ในครั้งนี้ค่ะ

 

 

               

 

 

    

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 236272เขียนเมื่อ 20 มกราคม 2009 13:24 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:10 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (10)

ขอแสดงความยินดีต่อการทำชื่อเสียงให้แก่ชาวนาไทย การเผยแพร่ KM ชาวนา และการแบ่งปันความรู้แก่ชาวโลก

วิจารณ์

อย่าลืม ขอแบ่งปันความรู้จากเขา เอามาปรับใช้ในบริบทของเราด้วยนะครับ และขอฝากความระลึกถึงชาว มขข. และนักเรียนโรงเรียนชาวนาสุพรรณบุรีทุกคนด้วย

เมื่อวันที่ ๑๘ ม.ค. นายกฯ ปะทิว บอกผมว่าที่ ต. วัดดาว มี รร. ชาวนา ถึง ๖ แห่ง ผมดีใจมาก ที่ KM ได้เป็นประโยชน์แก่พี่น้องชาวนา ขอให้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต และขอให้เรียนรู้เรื่องตลาดหรือการขายผลผลิตด้วย

วิจารณ์

  • กำลังจะทวงอยู่เชียว
  • ฮ่าๆๆๆ
  • ฝีมือพัฒนาไปมากน้องนิดเอหรือน้องชมพู
  • ไม่เสียแรงที่ผมไปหลงทาง
  • เจอลีลาชาวแขกเข้าไปไม่ธรรมดา
  • อบรมครั้งต่อไปวันที่เท่าไรครับ
  • รอดูอีกครับ
  • ครั้งหน้าไปจะไปโฉบแมลง
  • เอาข้าวขวัญ
  • ไปแนะนำไว้ที่นี่ด้วย
  • http://www.okkid.net/blog_journal_detail.php?journal_id=864&member_id=699
  • เอาสะเดามหาวิทยาลัย
  • ฝากพี่เดชาและพี่ๆน้องๆให้หน่อย

สวัสดีค่ะ

มาชื่นชม เรียนรู้ กิจกรรมดีๆค่ะ

น่าสนุกดีจังเลยนะคะ

เป็นภาพที่น่ารักมากเลยค่ะ

เคยฟังเพลงเด็กหญิงต้นข้าว ไหมค่ะ

^_^ ชอบพอๆกับ " รักข้ามขอบฟ้า" รักคือสื่อภาษาสวรรค์...

เรียนอาจารย์ขจิตค่ะ

ยกความดี ความชอบ ให้น้องนิดค่ะ เพราะชมพู่เองก็ยังไม่หายเมื่อยมือจากการสื่อภาษากับพี่น้องเลยค่ะ

เป็นไงคะ อาจารย์ ลูกศิษย์ใช้ได้ใช่มั๊ยเอ่ย ชมพู่กับน้องนิดปรึกษากันว่า โปรแกรมต่อไป จัดคอร์สอบรมภาษาอังกฤษ น่าจะเป็นพัฒนาการเรียนรู้ขั้นต่อไป ว่าแต่อาจารย์ จะเมตตาน้องชมพู่กับน้องนิดอีกสักรอบมั๊ยคะ คราวหน้าจะขับรถไปส่งถึงกำแพงแสนเลย (ไม่ให้หลงขาดโดยเด็ดขาด) อิ อิ อิ

หนุ่มไทยคงปลื้มนะคะ..อิอิ

เรียนอาจารย์หมอวิจารย์ที่เคารพ

ขอขอบพระคุณ สำหรับความเมตตาและความห่วงใยต่อมูลนิธิข้าวขวัญมาโดยตลอด เราจะพยายามทำงานให้ดีขึ้น และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน โดยไม่เลือกชั้น วรรณะ ฝากความระลึกถึงทีมงาน สคส.ทุกคนด้วยนะคะ และอยากให้มีโอกาสมาเยี่ยมชมกิจกรรมของพวกเราอีก มาทานข้าวมะลิแดงปลอดสารเคมี

....ท่ามกลางบรรยากาศรีสอร์ท ที่แสนจะโรแมนติก....

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ เพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราชาวข้าวขวัญต่อไป

ได้เลยน้องชมพู น้องนิด รับคำท้า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เอาข้าวหอมมะลิแดงและข้าวกล้องงอก มาโชว์บางนะครับ มีคนสนใจมากๆๆๆๆๆ

มาชมกิจกรรมดีๆ

ข้าวขวัญแบ่งปัน

ข้ามขอบฟ้า ...

ขอบคุณค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

ปาด....คืออินเตอร์แท้อาจารย์พรชัย...อีนี้ปวดหัวแท้น้อนายจ้า..5555..อาจารย์ทุกท่านเก่งอยู่แล้วครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี