ดาบตำรวจชิต “เซอร์ปิโก้ เมืองเพชร”
การต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคประชาชน
บาว นาคร **
จากปรากฎการณ์การฆาตกรรมผู้นำภาคประชาชนในการต่อสู้เรียกร้องและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่มีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทยซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มอิทธิพลหรือการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและที่สำคัญในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติเกี่ยวกับสิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน ในมาตรา 62 ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิติดตามและร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ บุคคลซึ่งให้ข้อมูลโดยสุจริตแก่องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมได้รับความคุ้มครอง และในมาตร 66-67 โดยสรุปนั้น ได้บัญญัติไว้เกี่ยวกับสิทธิชุมชนในการรวมตัวกันเป็นชุมชนท้องถิ่นและมีส่วนร่วมกับรัฐในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิทธิของชุมชนที่จะฟ้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรอื่นของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง เป็นต้น
แต่เมื่อมองย้อนไปดูจากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมานั้น ผู้ถูกกระทำล้วนเป็นประชาชน แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ ผู้นำชุมชนที่ออกมาคัดค้านหรือต่อต้านโครงการของรัฐที่ดำเนินการโดยไม่ชอบธรรม จนถึงที่สุดคือการลอบสังหารหรือฆ่าประชาชนเหล่านั้น ดังเช่น ข้อค้นพบจากการศึกษาจากโครงการศึกษาผลกระทบและความรุนแรงในการตรวจสอบคอร์รัปชั่นของภาคประชาชน พบว่า การคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในระดับท้องถิ่นไม่ได้มาจากอำนาจนอกระบบหรือที่เรียกว่าผู้มีอิทธิพล หรืออิทธิพลมืดดังที่มักจะได้รับการอธิบายเพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว รูปแบบการคอร์รัปชั่นในท้องถิ่นอิงอยู่กับกลไกหรือระบบของอำนาจรัฐ โดยมีตัวแทนของทุนท้องถิ่นปรากฎอยู่ภายใต้กลไกระบบราชการ ตัวตนเหล่านี้มีทั้งด้านมืดและด้านสว่าง กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คืออำนาจสว่างและอำนาจมืดนั้นถึงที่สุดแล้วเป็นอำนาจเดียวกัน การตัดการผลประโยชน์ของทุนท้องถิ่นในเบื้องต้นเกิดขึ้นภายใต้อำนาจที่จับต้องได้และเป็นทางการ เช่น การเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานราชการต่างๆ ฯลฯ ขณะเดียวกันสายสัมพันธ์เหล่านี้ได้เชื่อมต่อกับอำนาจทางการเมืองในระดับประเทศ
ขณะที่ตัวตนด้านมืดจะปรากฎตัวหรือแสดงออกอย่างเด่นชัดเมื่อการแสวงหาผลประโยชน์ถูกขัดขวาง โดยมีรูปแบบการใช้อำนาจที่ยังคงอิงแอบกับอำนาจรัฐอยู่ด้วย เช่น การละเลยการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งโยกย้ายข้าราชการที่ขัดขวางออกนอกพื้นที่ รวมทั้งการแสดงตนด้านมืดอย่างเปิดเผยชนิดที่เรียกว่า “ไม่มีหลักฐาน ไม่มีใบเสร็จ” เช่น การข่มขู่ การทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งท้ายที่สุดใช้ยุทธวิธีปลิดชีวิต และนั่นดูเหมือนจะเป็นวิธีสุดท้ายที่สะท้อนวิธีคิดของรัฐและทุนที่ใช้สยบพลังประชาชนให้สงบราบคาบ กรณีศึกษาเกือบทั้งหมดสะท้อนการทุจริตที่เกิดขึ้นภายใต้นโยบายการจัดการทรัพยากรที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ ได้แก่ ป่าชายเลน กรณีการจากไปของนายจุรินทร์ ราชพล ทรัพยากรหินในกรณีของนรินทร์ โพธิ์แดง และพิทักษ์ โตนวุธ การจัดการที่ดินเพื่อฝังกลบขยะกรณีของนายสุวัฒน์ วงศ์ปิยะสถิตย์ และการทุจริตการประมูลการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลในกรณี ของนางฉวีวรรณ ปึกสูงเนิน จนกระทั่งกรณีของนายเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มท้องถิ่นรักษ์บ่อนอก กรณีการต่อสู้คัดค้าน โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ "เจริญ" ยังได้เข้าไปตรวจสอบกรณีกลุ่มผู้มีอิทธิพลและนายทุน ซึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ออกเอกสารสิทธิ โดยมิชอบในที่ดินสาธารณะ บริเวณคลองชายธง ในพื้นที่ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของที่ตั้งโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอก จนเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 "เจริญ" ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสี่แยกบ่อนอก
จนมาถึงกรณีของดาบตำรวจชิต ทองชิต อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งประวัติการต่อสู้ของ ดาบตำรวจชิต หรือที่ได้รับฉายาว่า "เซอร์ปิโก้ เมืองเพชร" ได้เริ่มเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2530 ขณะปฎิบัติหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจตำบลบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ได้ร่วมกับพวกจับกุมตำรวจขนของหนีภาษี (บุหรี่ต่างประเทศ) คดีสิ้นสุดมีเงินสินบนรางวัล แต่ถูกผู้บังคับบัญชาอมเงินสินบน 834,000 บาท และยักยอกของกลางไป จึงได้ต่อสู้อย่างยาวนานถึง 12 ปีจนประสบความสำเร็จ จากนั้น ในเดือนพฤษภาคม 2541 ได้ออกมา รณรงค์ต่อต้านระบบส่วยรถบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราที่กำหนด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและงบประมาณของแผ่นดินที่ต้องสูญเสียอย่างมากมายมหาศาล เป็นผลให้ถูกผู้บังคับบัญชาที่เสียประโยชน์วางแผนฆ่า แต่ไม่เป็นผล จากนั้นได้ถูกผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้งตั้งกรรมการสอบ 4 ครั้ง และตำแหน่งสุดท้ายก่อนลาออกจากราชการ คือ ผู้บังคับหมู่สถานีตำรวจภูธร ท่าไม้รวก จ.เพชรบุรี เพราะไม่อยากนั่งกินนอนกินไปวันๆ รอรับแต่เงินเดือน โดยไม่มีงานให้ทำ "ดาบชิต" ได้มาเข้าร่วมกับเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น(คปต.) และ กรรมการ ป.ป.ช. ภาคประชาชน เพราะเชื่อว่า คนเราเมื่อยังมีชีวิตและลมหายใจ ต้องต่อสู้และตอบแทนคุณแผ่นดิน กระทั่งวันที่ 15 ม.ค. 2552 ได้ถูกคนร้ายลอบยิงและเสียชีวิต หมู่ที่ 7 บ้านห้วยยางโทน ต.ยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรีนั้น นับเป็นประชาชนที่เสียชีวิตจากต่อต้านคอร์รัปชั่นในสังคมไทยอีกรายหนึ่งแล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกกับประชาชนที่ได้อุทิศชีวิตของตนเองเพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของส่วนรวมต้องพบจุดจบเช่นเดียวกัน แต่ว่ากระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐและการมีส่วนร่วมในการปกป้องผลประโยชน์ของท้องถิ่นและประเทศของภาคประชาชนยังมีการต่อสู้และดำเนินต่อไป ทางรัฐบาลจะมีการออกกฎหมายและมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อมาคุ้มครองการต่อสู้ภาคประชาชนและการมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังเสียที และมีมาตรการอย่างไรที่ทำให้กระบวนการสอบสวนเพื่อนำผู้กระทำผิดอย่างจริงจังจากเจ้าหน้าที่และที่ผ่านมากระบวนการตรวจสอบภาคประชาชนนั้นมักจะถูกมองจากเจ้าหน้าที่ของรัฐในฐานะที่เป็นฝ่ายตรงกันข้าม และที่สำคัญกลไกการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐหรือองค์กรอิสระนั้น ทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งภาคประชาชนในหลายพื้นที่ยังมีความเข้าใจอย่างจำกัดในการใช้กลไกการตรวจสอบจากองค์กรอิสระเหล่านั้น ทำอย่างไรจะให้ภาคประชาชนเกิดการเรียนรู้และมีความเข้าใจในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างกว้างขวาง เป็นข้อเสนอที่องค์กรอิสระจะต้องดำเนินการต่อไปและเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
รสนา โตสิตระกูลและคณะ. วีรชนต้านคอร์รัปชั่น 5 กรณีศึกษาของผู้อุทิศชีวิตเพื่อพิทักษ์
ผลประโยชน์ของส่วนรวม โครงการศึกษาผลกระทบและความรุนแรงในการตรวจสอบ
คอร์รัปชั่นของภาคประชาชน.กรุงเทพมหานคร: ปาปิรุส พับลิเคชั่น,2548.
http://www.weopenmind.com/board/index.php?topic=2197.0;wap2