ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
นกชื่อมาหะกะ ชอบเที่ยวไปตามซอกเขาและที่ต่าง ๆ มาจับต้นเลียบที่มีผลสุก แล้วร้องว่า “ของกู ของกู”
ในขณะมันร้องอยู่นั่นเอง หมู่นกเหล่าอื่นที่บินมากินผลเลียบตามต้องการแล้วจากไป
นกมาหะกะก็ยังคงร้องว่า “ของกู ของกู” อยู่นั่นเอง ข้อนี้ฉันใด
บุคคลบางคนในโลกนี้ก็ฉันนั้น รวบรวมสะสมทรัพย์ไว้มากมาย แต่ไม่สงเคราะห์ญาติตามที่ควร ทั้งมิได้ใช้สอยเองให้ผาสุข มัวแต่เฝ้ารักษาและภูมิใจว่า “ของเรามี ของเรามี” ดังนี้
เมื่อเค้าประพฤติอยู่เช่นนี้ ทรัพย์สมบัติย่อมเสียหายไป ทรุดโทรมไป ด้วยเหตุต่าง ๆ มากหลาย
เขาก็คงคร่ำครวญอยู่อย่างเดิมนั่นเอง และต้องเสียใจในของที่เสียไปแล้ว
เพราะฉะนั้น... ผู้ฉลาดหาทรัพย์ได้แล้ว พึงสงเคราะห์คนที่ควรสงเคราะห์ มีญาติเป็นต้น
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
ทรัพย์ของคนไม่ดีนั้น ไม่สู้อำนวยประโยชน์แก่ใคร เหมือนสระโบกขรณีอันตั้งอยู่ในที่ไม่มีมนุษย์ แม้จะใสสะอาด จืดสนิท เย็นดี มีท่าลงสะดวก น่ารื่นรมย์ แต่มหาชนก็หาได้ดื่ม อาบ หรือใช้สอยตามต้องการไม่ “น้ำนั้นมีอยู่อย่างไร้ประโยชน์”
ทรัพย์ของคนตระหนี่ก็ฉันนั้น ไม่อำนวยประโยชน์สุขแก่ใคร ๆ เลย รวมทั้งตัวเขาเองด้วย
ส่วนคนดีเมื่อมีทรัพย์แล้ว ย่อมบำรุงบิดา มารดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข
บำรุงสมณะ พรหมจารย์ ให้เป็นสุข
เปรียบเสมือนสระโบกขรณีอันอยู่ไม่ไกลจากบ้านหรือนิคม มีท่าลงเรียบร้อย สะอาดเยือกเย็น น่ารื่นรมย์ มหาชนย่อมได้อาศัย นำไปอาบ ดื่มและใช้สอยตามต้องการ
โภคทรัพย์ของคนดีย่อมเป็นดังนี้หาอยู่โดยเปล่าประโยชน์ไม่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
นักกายกรรมผู้มีกำลังมาก คือ นักมวยปล้ำผู้มีกำลังมหาศาลนั้น ก่อนที่จะได้กำลังมา เขาก็ต้องออกกำลังไปก่อน
การเสียสละนั้น คือการได้มาซึ่งผลอันเลิศในบั้นปลาย
ผู้ไม่ยอมเสียสละอะไร ย่อมไม่ได้อะไร
จงดูเถิด มนุษย์ทั้งหลายรดน้ำต้นไม้ที่โคน แต่ต้นไม้นั้นย่อมให้ผลที่ปลาย
เธอทั้งหลายจงพิจารณาดูความจริงตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งเถิด
คือ แม่น้ำสายใด เป็นแม่น้ำตาย ไม่ไหล ไม่ถ่ายเทไปสู่ที่อื่น หยุดนิ่ง ขังอยู่ที่เดียว แม่น้ำสายนั้นย่อมพลันตื้นเขิน และสกปรกเน่าเหม็น เพราะสิ่งสกปรกลงมาไม่ได้ถ่ายเท
นอกจากนี้บริเวณที่ใกล้แม่น้ำสายนั้น จะหาพืชพันธุ์ธัญญาหารที่เขียวสดก็หายาก
แต่แม่น้ำสายใด ไหลเอื่อยลงสู่ทะเล หรือแตกสาขาออกไป ไหลเรื่อยไป ไม่รู้จักหมดสิ้น
คนทั้งหลายได้อาศัยอาบ ดื่ม และใช้สอยตามปรารถนา
มันจะใส สะอาดอยู่เสมอ ไม่มีวันเหม็นเน่าหรือสกปรกได้เลย พืชพรรณธัญญาหาร ณ บริเวณใกล้เคียงก็เขียวสด สวยงาม
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย...
บุคคลผู้ตระหนี่ เมื่อได้ทรัพย์แล้วก็เก็บตุนไว้ ไม่ถ่ายเทให้ผู้อื่นบ้าง ก็เหมือนแม่น้ำตาย ไม่มีประโยชน์อะไร แก่ใคร
ส่วนผู้ไม่ตระหนี่เป็นเหมือนแม่น้ำที่ไหลเอื่อยอยู่เสมอ กระแสน้ำก็ไม่ขาด ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่มนุษย์ทั้งหลาย
เพราะฉะนั้น สาธุชนได้ทรัพย์แล้ว พึงบำเพ็ญตนเสมือนแม่น้ำซึ่งไหลใสสะอาด
ไม่พึงเป็นเช่นแม่น้ำตาย...
พุทธโอวาท ๓ เดือนก่อนปรินิพพาน
อ่านโดย ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน
ใช่ทรัพย์ที่ให้บำรุงตามเหมาะสม โดยเฉพาะบิดา มารดา เป็นสิ่งที่ควรปฎิบัตจากหัวใจ
จะเป็นความกตัญญู
พ่อเป็นผู้ชายที่ต้องมาลำดับหนึ่งของหัวใจ
แม่ไซร้ย่อมไม่เป็นหญิงรองใครในความรัก
ลูกเอ๋ย ความกตัญญูต่อพ่อและแม่ควรประจักษ์
ลูกดีจักทดแทนบุญคุณท่านเอย...