อย่ารอวันเวลาไม่เคยคอยใคร

แสงแดดสาดส่องมาเยือนให้อบอุ่นแล้วละช่วงเช้าวันนี้  เมื่อวานยามเย็นพาครอบครัวไปเดินเล่นสบาย ๆ รับลมชมวิวจากประตูร้อยแปดไปขึ้นเขาเตี้ย ๆ แล้วลงไปเขื่อนใน มอ. หาดใหญ่ แล้วได้วิ่งรอบอ่างเก็บน้ำพอได้เหงื่อตัวเบาเลยละตอนกลับพวกเด็ก ๆ ขาลากหมดแรงต้องช่วยกันกว่าจะถึงเป้าหมายพอได้เหนื่อย 

 สิ่งที่เป็นมุมคิดก็คือการทำอะไรให้ลูก ๆ แต่ไม่ให้เขารู้ตัวว่ามีเราอยู่เบื้องหลังนั้นเป็นการให้เขารู้สึกว่าเขาทำได้เองเช่นเด็ก ๆ ถีบจักรยานขึ้นเนินไม่ได้แรงไม่พอแต่เราอยู่ข้างหลังคอยดันขึ้นเพียงแต่ให้ลูกต้องปั่นขึ้นไปอย่าหยุดเห็นรอยยิ้มว่าเขาทำได้  เคยมีเพื่อนคนหนึ่งอยากให้เพื่อนตนเองพบรักกับหญิงที่เขาปิ๊งแต่ไม่รู้จะไปจีบยังไง 

 ขณะที่เรารู้จักผู้หญิงคนนั้นเลยจัดให้เขาได้พบกันแต่เป็นลักษณะว่าเพื่อนคนนี้ได้พบเธอด้วยความสามารถของตนเองนะและก็ได้แต่งงานกันไป 

ได้อ่านเรื่องเล่าทำนองว่า...เพื่อนคนหนึ่งป่วยนอนรอความตายอยู่โรงพยาบาลเขาไปเยี่ยม  เพื่อนคนป่วยเล่าความหลังว่ารักกับหญิงสาวคนหนึ่ง  ตอนนี้ไม่เจอกันก่อนตายอยากเจอเพราะยังคาใจอยากพูดกับเธอ 

 เขากลับบ้านเลยคิดหาทางถามในกลุ่มเพื่อน ๆ ก็ไม่มีใครรู้จักแฟนของคนป่วยเลยโทรไปที่บ้านคนป่วยและให้น้องชายค้นหาเบอร์โทรหญิงสาวในสมุดเก่า ๆ ของคนป่วย  พอได้แล้วเพื่อนคนนี้ก็โทรไปที่หญิงสาว...รับสาย...คุณรีบไปเยี่ยมคนป่วยวันนี้เลยนะเพราะพรุ่งนี้อาจสายไป...อย่ารอวันเวลาไม่เคยคอยใคร...

พอวันรุ่งขึ้นเขาไปเยี่ยมเพื่อนคนนี้  เขายิ้มบนเตียงและบอกว่า...เขาดีใจมากยิ้มมีความสุขที่แฟนสาวอยู่ ๆ ก็โผล่มาเยี่ยมและเขาได้พูดในสิ่งที่คาใจเขาสำเร็จแล้ว...พอเขาออกจากห้องเยี่ยมมีรอยยิ้มที่มุมปากเช่นกันโดยไม่บอกเบื้องหลังการถ่ายทำนั้นนี่ละคนปิดทองหลังเพื่อน...อิ อิ อิ.