
ไม่มีรัฐบาลเทวดาที่ไหนสามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรได้
โทรทัศน์เสนอข่าว
สหกรณ์นมจะต้องเทนมทิ้ง
ชาวไร่ข้าวโพดเผาข้าวโพดประท้วง ราคาข้าวโพด กิโลละ 2 บาท
มันราคาถูก ยังไม่ได้ขุดก็เจ๊งแล้ว
ชาวสวนปาล์มปล่อยให้ปาล์มร่วง ดีกว่าตัดขายให้โรงงาน
ฯลฯ
ยังจะมีพืชผลทางการเกษตรอีกมากมายที่รอคิวถูกกดราคา
ในขณะที่
ปุ๋ยแพงกระสอบละเป็นพันบาท
ยาฆ่าแมลงราคาสูงขึ้นอีกสองเท่าตัว
พบปุ๋ยในท้องตลาดมีธาตุอาหารพืชไม่ตรงตามสูตร ส่วนใหญ่มี N อย่างเดียว
เครื่องมือทางการเกษตร
พันธุ์พืช
พันธุ์สัตว์
และสินค้าอุตสาหกรรมในท้องตลาดอื่น ๆ
แพง! แพง! แพง! แพง! แพง! แพง!
ไม่มีรัฐบาลไหนแก้ปัญหาของชาวเกษตรกรได้
เป็นที่รู้กันอยู่ อย่างดีก็เอางบประมาณแผ่นดินไปช่วยพยุงราคา เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพอให้พ้นเป็นคราว ๆไป ก็เท่านั้น กี่ปีกี่ชาติ กี่รัฐบาลมาแล้ว ก็จะลงเอยในแบบเดียวกันทั้งนั้น
ไม่มีรัฐบาลไหนผิด
ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องทำอย่างนั้น
คนเป็นรัฐบาลก็ต้องยินยอมให้นายทุน
· ซื้อนมผงจากต่างประเทศมาทำนมสด
· สั่งซื้อกากถั่วเหลืองเข้ามาทำอาหารสัตว์
· สั่งซื้อมัน ข้าวโพด ข้าวฟ่าง จากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง
· ให้ขึ้นราคาสินค้า
· ตั้งราคาผลผลิตสูง ถึง 2-3 เท่าตัวของต้นทุน
ฯลฯ
ที่ว่าไม่ผิด เพราะรัฐบาลกับนายทุนนั้นเป็นคนพวกเดียวกัน
รัฐบาลทำถูก
ถ้าไม่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกเดียวกันนั่นแหละผิด
การร้องแลกแหกกะเฌอของชาวไร่ชาวนา คงเป็นเรื่องตลกน่าสมเพชเวทนาในสายตาของพวกพ่อค้า นายทุน และรัฐบาลที่มาจากพ่อค้า นายทุนเหล่านี้
การเทนมทิ้ง
การเผาข้าวโพด
การฟันต้นเงาะ ต้นมังคุดทิ้ง
การปล่อยให้ปาล์มร่วง
ฯลฯ
ไม่ใช่แนวทางการแก้ปัญหาที่จีรังยั่งยืน
การหวังให้นายทุนเห็นใจ
การหวังให้รัฐบาลเห็นใจ
แล้วยอมรับซื้อผลผลิตในอัตราที่สูงขึ้น เพื่อเกษตรกรจะอยู่รอดปลอดทุกข์คงไม่อยู่พจนานุกรมเล่มใด ๆของพวกเขา
หากจะมีการดำเนินการใด ๆก็เพียงเพื่อให้รัฐบาลยังคงรักษาเสถียรภาพของตนไว้ได้เท่านั้น
ชาวไร่ชาวนาทำอย่างนี้ซี
· เรียนรู้ที่จะหันหน้าเข้าหากัน
· เรียนรู้ที่จะเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตร่วมกันให้มากขึ้น
· เรียนรู้และดำเนินการแจกแจงปัจจัยการผลิตและผลผลิตร่วมกัน
· เรียนรู้ที่จะจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมเพื่อคุณภาพชีวิตของคนในระดับชาวไร่ชาวนาด้วยกัน
จะเห็นว่าการเรียนรู้เป็นหัวใจสำตัญของการแก้ปัญหาของเกษตรกร
และการเรียนรู้อย่างนี้เกษตรกรไทยไม่เคยได้เรียนรู้มาก่อน
โดยเฉพาะไม่เคยเรียนรู้เรื่องเหล่านี้มาจากโรงเรียน
ปัญหาสำคัญก็คือ ชาวไร่ชาวนายังมองไม่เห็นว่าทางออกคือการเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในสังคมยุคปัจจุบัน
และการเรียนรู้ชนิดนี้ไม่สามารถร้องขอเอาจากรัฐบาลใด ๆได้ โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากคนชั้นพ่อค้า นายทุน
คนชั้นเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา และ กรรมกร จะต้องหันกลับมาทำความเข้าใจตนเองเสียใหม่ จะต้องมองให้เห็นศักยภาพในการที่จะดำรงอยู่อย่างเป็นไทแก่ตน แล้วร่วมกันสร้างสรรค์วิถีของการดำรงชีวิตที่ไม่พึ่งพิงปัจจัยภายนอกมากเหมือนในปัจจุบัน คุณภาพชีวิตของคนชั้นชาวไร่ชาวนาก็จะเกิดขึ้นได้
ซึ่งจะทำไห้ไม่ต้องออกมากลางถนน เผาข้าวโพด หรือเทนมทิ้ง แล้วกลับไปกลืนเลือดของตนเองอย่างว้าเหว่เดียวดาย


.jpg)



สวัสดีค่ะ
สบายดีนะคะ ขอให้มีความสุขมากๆๆ นานๆๆนะคะ