ต่อจากบันทึกที่ผ่านมานะครับ

     ดูข่าวช่อง 9 ช่วงสามทุ่มครึ่ง อากาศยังคงหนาว และสลับกัน ระหว่างหนาวกับร้อนไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และกล่าวว่า อีกไม่เกิน 50 ปี ประเทศไทยได้สัมผัสหิมะแน่

     กลับมาต่อหลวงพระบางภาค 3 ครับ

 

     นักเที่ยวรอลงเรือ มีชาวไทยอยู่ไม่น้อย จากการพูดคุยจึงได้รู้ว่าซื้อผ่านทัวร์แพงกว่าการมาซื้อที่ท่าเรือนี้ไม่น้อย ยิ่งกว่านั้นก็คือติดต่อเรือโดยตรงเองเลย ก็มีการต่อรองกันได้อีก(จากการพูดคุยกับคนเรือขณะล่องโขง)

     แรกที่ลงเรือเวลาก่อนเก้าโมงเช้าเล็กน้อยสภาพหมอกยังคมหนามองฝากฝั่งอีกด้านไม่เห็นเลย แต่ค่อยๆล่องเรือไปเวลาสายขึ้นหมอกเริ่มจางหายก็ได้ภาพแม่น้ำโขงสวยงามดังที่เห็น

แม่น้ำโขงจะมีเกาะเเก่งหิน หรือทรายเยอะ ดังนั้นเวลาแล่นเรือต้องระวัง จากการพูดคุยกับบางคน(ตากล้อง out door ของช่อง 3 ) ที่เดินทางมาทางน้ำจากเชียงของเชียงรายใช้เวลา 2 วัน เรือธรรมดาซึ่งคล้ายกับเรือด่วนเจ้าพระยาที่แล่นอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ถ้าเรือด่วน ก็จะไม่ถึงวัน แต่อันตรายมีโอกาสเกิดขึ้นจากเรือล่ม หรือเจอหินที่เป็นเกาะแก่งของแม่น้ำ จากภาวะน้ำมากน้ำน้อยซึ่งไม่สามารถจำได้ตลอดเส้นทาง แต่ถ้าหินใหญ่ๆ เค้าก็จะทำเครื่องหมายเป็นเสาปูนเหลี่ยมไว้ให้เห็น

     ล่องเรือตามลำน้ำโขงมาก็เพลินเพราะสภาพทิวทัศน์สองฝากฝั่ง สำหรับคน (ไม่เคยเช่นผม) พื้นที่ระหว่างฝั่งกับน้ำจะเป็นหาดทรายบ้างดินบ้าง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามฝั่งแม่น้ำจะใช้ปลูกผักสวนครัว ที่เป็นทรายไม่คิดว่าจะปลูกอะไรได้ผลดีแต่เค้าทำได้ สอบถามคนเรือ เค้าว่าส่วนใหญ่จะเป็นมันแกว ถั่วลิสง ถั่วฝักยาว เป็นต้น

ล่องมานานพอสมควรก็เเวะขึ้นฝั่งไปชมหมู่บ้านทอผ้าทอไหม

แต่แพงมากสอบถามผ้าพันคอ 250 บาท ลองต่อรองดูลงมาได้ 150 ขณะที่ถนนคนเดินที่หลวงพระบาง 100 หรือ 80  นอกจากผ้ายังมี ยาดองงู ตะขาบ แมงป่อง เหมาะกับชายวัยทอง เอะ ชายที่ต้องการไปชูกำลัง ลองถามดูขวดเล็ก ก็ร้อยบาท เสียดายสตังค์ จึงไม่ได้ติดมือมา

ใช้เวลาที่นี่ 30 นาที แล้วล่องเรือต่อไปอีก 20 นาทีก็ถึงถ้ำเป้าหมายปลายทาง

     ถ้ำนี่ไม่มีอะไรน่าชมเท่าไร แต่เป็นถ้ำประวัติศาสตร์ที่เจ้าเมืองเคยมาลบภัยอาศัยอยู่ ปัจจุบันมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ขนาดต่างๆ ตั้งอยู่เยอะแยะมากมายมาก ส่วนอีกถ้ำที่ต้องเดินขึ้นไปตามทางที่มีปูนกั้นอยู่และขึ้นบันไดต่อไปอีกพอได้เหนื่อย

     เมื่อถึงจะเห็นคล้ายรูลีกเข้าไปข้างในก็เป็นภาพเจดีย์ขนาดพอเหมาะกับสถานที่และมีพระพุทธรูปเล็กๆ วางรายรอบ การจะเข้าไปดูให้เห็นลึกๆหน่อยก็ต้องใช้บริการไฟฉายจากปากถ้ำ

     ชมเสร็จลงเรือแล่นกลับมาที่หลวงพระบาง ทานอาหารกลางวัน บ่ายโมงรถมารับไปชมน้ำตกกวางสี รถวิ่งถึงปากทางน้ำตกจ่ายค่าเข้าชมก่อน  หากเดินทางเดินธรรมชาติไปทางขวมมือจะผ่านกรงหมี มีอยู่ประมาณ สิบตัว จากนั้นจะเป็นตกธรรมชาติที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมขั้นการไหลไปเรื่อยๆ จนถึงขั้นสูงที่สวยที่สุดของแห่งนี้ หากเดินตามทางลาดยางก็จะไปถึงน้ำตกอันสูงเลย ระยะทางประมาณครึ่งกิโลเมตร น้ำจะสวยใสออกไปทางเขียวคล้ายน้ำทะเล น่าเล่นม๊ากมาก

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอุทยานต้ำตกตาดกวางสี ใต้ป้ายที่เห็นคนชมพูนั้นคือทางเดินไปกรงหมี

 

จะมีลดหลั่นอย่างนี้ไปเรื่อยประมาณ ๕ ถึง ๗ และมีจุดให้ลงเล่นได้บ้าง ห้ามเล่นบ้าง

จุดที่สวยที่สุด