๕ เคล็ดวิธีหนีสมองแก่

อยู่อย่างไรให้ไกลอัลไซเมอร์

รู้ทันอาการ "สมองเสื่อม"

อาการของโรคสมองเสื่อมมรได้หลายรูปแบบ ไม่ใช่ว่าสมองเสื่อมแล้วต้องเป็นอัลไซเมอร์เสมอไป บางทีอาจเกิดจากเส้นเลือดตีบ โรคทางพันธุกรรม หรือเกิดจากยาบางชนิดก็ได้

อาการเตือนที่จะให้รู้ว่า เราเป็นโรคสมองเสื่อม

-มีการเดินที่ผิดปกติ เช่น เดินขากางมากขึ้น กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้

-มีความจำที่เสียไป เริ่มจากความจำในปัจจุบันก่อน แล้วลุกลามมาเป็นความจำในอดีต คนแก่จึงชอบเล่าความหลังอย่างที่เห็นๆ กัน

-คววามฉลาดเสื่อมลงไป ไหวพริบบางอย่างที่เราเคยมีจะหายไป คิดแก้ปัญหาไม่ค่อยออก

-มีพฤติกรรม อารมณ์เปลี่ยนไป เช่น โกรธง่าย ฉุนเฉียว จนในที่สุดอาจกลายเป็นความซึมเศร้าได้เมื่อเป็นมากขึ้น

-เมื่อเป็นมากขึ้นจะไม่สามารถช่วยตนเองได้ จะไม่สามารถออกจากบ้านคนเดียวได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแล คอยช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

อัลไซเมอร์ ถ้าเผลออาจ "ตาย" ได้

โรคสมองเสื่อมอาจจะดูไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ถ้าเป็นผู้ที่ได้ดูแลผู้ป่วยประเภทนี้จะรู้ได้เลยว่า เป็นผู้ป่วยที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่บางที่สุด ชีวิตอาจะขาดไปในชั่วขณะใดขณะหนึ่ง เป็นเพราะเมื่อขาดสมองในส่วนตัดสินใจแล้วหลายครั้งที่ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด รวมถึงอับัติเหตุต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การขับรถเองหรือล้มศีรษะฟาดพื้น หรือการกินยาเกินขนาดเพราะความหลงลืม เป็นต้น

๕ เคล็ดวิธีหนีสมองแก่ด้วยสูตร ออกกำลังใจ และ ให้อาหารสมอง

ทั้ง ๒ หัวข้อนี้มีคววามสำคัญพอกัน โดยเฉพาะในส่วนของอาหารสมองนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดื่มอะไรเลย ด้วยหลักของสมองนั้น ถ้าจะให้งานได้ดีมีชีวิตชีวาต้องมี "สารสื่อประสาท" ไปหล่อเลี้ยงประสาทให้วิ่งได้ดีโดยไม่ตะกุกตะกัก อุปมาเหมือนกับรถยนต์ที่ใส่น้ำมันหล่อลื่นเข้าไป เครื่องยนต์กลไกต่างๆ ก็ทำงานได้อย่างคล่องตัว ซึ่งน้ำมันหล่อลื่นของสมองนี้ประกอบด้วย ๕ ส่วนสำคัญ ได้แก่

๑. น้ำมันปลา

๒.น้ำสะอาด

๓. ผัก ผลไม้บำบัด

๔. หัดมองโลกในแง่บวก

๕. ครองสติอยู่กับปัจจุบัน

แค่ "กลอกตา" พาสมองออกกำลังได้

นอกจากนี้ยังอยากจะให้ออกกำลังสมองด้วยวิธีง่ายๆ จากงานวิจัยล่าสุด นั่นก็คือ การกลอกตา แค่จากวาไปซ้าย จากซ้ายไปขวา สำหรับบัญญัติ ๕ ประการแก้สมองฝ่อนั้น สำคัญที่สุดคือ มีสติอยู่กับปัจจุบัน เพราการมีสติอยู่กับปัจจุบัน จะทำให้เราไม่ทุกข์ เมื่อไม่ทุกข์ก็ไม่มีความเครียดมากัดกินเนื้อสมองให้ฝ่อ และเมื่อเนื้อสมองส่วนที่รู้ผิดชอบชั่วดีฝ่อลงไปแล้ว ก็อาจจะทำให้จิตยิ่งดิ่งลงไปสู่สัญชาตญาณฝ่ายต่ำ นำไปสู่อบายได้ง่าย ซึ่งก็เห็นกันอยู่เป็นเนืองนิตย์ ไม่ต้องเป็นอัลไซเมอร์ก็ได้

สรุปหัวใจให้ไกลจากอัลไซเมอร์

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังวิ่งวุ่นไม่อยู่นิ่ง แต่สิ่งที่แน่แท้คือ ชรา พยาธิ และมรณะ ซึ่งมันก็ทำงานด้วยคงามสัตย์ซื่อตั้งแต่มีชีวิตเกิดขึ้นมา ดังนั้นถ้าเราทำใจรับกับมันได้ เราก็สามารถมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ไม่มีทุกข์มากัดกินเนื้อสมองให้เสื่อมแล้ว

อย่าลืมว่าความคิดเรานี่แหละที่เร็วกว่าอนุภาคใดๆ ในโลก ถ้าเราคิดไม่ดี เก็บแต่ความโกรธไว้เป็นเจ้าเรือน มันก็จะฉุดร่างหายให้ลงไปสู่เหวได้มากกว่าลงไปในหล่มหลุมไหน แต่ถ้าเรา "เล่น" กับมันอย่างรู้เท่าทัน ฝึกตัวเองให้รู้เท่าทันจิตของเราแล้ว เราก็จะอยู่ได้อย่างมีความสุข ได้สมองที่ดี และสุขภาพจิตที่ดีก็ตามมา

ข้อมูล นิตยสาร ใกล้หมอ Health & WELL BEING