ทันตกรรม ชุมชน

Wed 7 Jan 2009

 

            ตอนเช้าวันนี้ไปที่โรงครัว ปรากฏว่าไม่เห็นมีอะไรเลย ก็เลยมากินที่ร้านค้าใกล้ๆสหกรณ์ เป็นร้านอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยวมีอยู่สองร้าน รสชาติใช้ได้เลย คงฝากท้องที่นี่ไปอีกหลายมื้อระหว่างที่ฝึกงานที่นี่  กินข้าวเช้าเสร็จก็เข้าที่ฝ่ายเช่นเคย ช่วงเช้านี้ไปที่ศูนย์เด็กเล็กก่อนเช่นเคย มีพี่หน่อยกับพี่สุภัตราออกมาด้วย แต่พี่หน่อยแยกไปทำธุระ วันนี้วางแผนว่าจะตรวจช่องปากเด็กในศูนย์กัน เด็กเล็กตรวจค่อนข้างง่ายเพราะมีแต่ฟันน้ำนมซึ่งขึ้นครบแล้ว ก็ตรวจไปทีละห้อง เด็กทุกคนรวมทั้งคุณครูให้ความร่วมมือดีมาก ไม่มีงอแงเลย พบว่าเด็กส่วนใหญ่ฟันผุ บางคนน่าตกใจมากเป็น retain root ทั้งปากเลย มีน้อยคนที่เคยอุดฟันหรือ sealant ก็ตรวจไปได้เกือบครบเหลือห้องสุดท้ายอีกไม่กี่คน เพราะได้เวลากินกลางวันของเด็กๆพอดี ก็กะว่าจะมาเก็บตกต่อวันพรุ่งนี้ เพราะมีเด็กบางคนที่ไม่มาด้วย เป็นเด็กในครอบครัวที่อยู่ในโครงการสายใยรัก  พวกเราก็พากันกลับรพ ก่อน  มื้อกลางวันได้ลองกินที่โรงครัวเป็นครั้งแรก เป็นข้าวผัดหมูกับแกงจืดหัวไช้เท้า มีฝรั่งตบท้ายด้วย ก็อร่อยดี รู้สึกว่าข้าวที่นี่นุ่มอร่อยดีไม่เหมือนกรุงเทพเลย  พอกินเสร็จพี่เก่งก็เอาโครงการที่เคยทำตอนอยู่น่านให้พวกเราดูที่ฝ่าย เผื่อมีแนวคิดอะไรมาใช้ได้บ้าง โครงการพี่เค้านำเสนอในรูปแบบของ web page พี่เก่งแนะนำว่าแต่ละวันได้ข้อมูลอะไรมาให้ทำเป็น web page ไว้ก็จะดูง่ายด้วย แต่ละวันพี่เก่งเลยให้การบ้านว่าให้สรุปงานที่ได้ในแต่ละวันไว้ รวมทั้งคัดรูปมาด้วย เพื่อใส่ลงใน web page คิดว่าเป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน  พอตอนบ่ายพวกเราก็ได้ออกไปกับโครงการสายใยรักกับพี่เสนีย์ และมีพี่ญาซึ่งเป็นทันตาภิบาลไปด้วยเพื่อทำในส่วนของทันตสุขภาพ ก็เข้าไปที่วังชมภูไปบ้านแม่สำรวย มีการนัดประชุมกันของ 8 ครอบครัวในโครงการสายใยรักและอสม.ด้วย  วันนี้เป็นการติดตามงานที่พวกพี่ทีมสายใยรักมอบหมายให้ทำจากครั้งที่แล้วที่เข้ามา (ไม่แน่ใจว่าพวกพี่เค้าเข้ามากี่ครั้งแล้ว ถ้าเร็วๆนี้น่าจะครั้งเดียว) ตอนแรกก็ยังงงๆอยู่กับโครงการนี้ แต่ก็สังเกตและถามพี่เค้าเลยเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ โครงการสายใยรักมีพื้นฐานมาจากเกษตรกรรม การนั่งประชุมก็เป็นแบบสบายๆ ปูเสื่อกันในบริเวณบ้านของพี่สำรวยและนั่งล้อมวงกัน พี่เสนีย์ซักซ้อมกับชาวบ้านว่าควรตอบคำถามอย่างไร และมีเช็คการบ้านที่ให้ทำด้วย คือของเล่นที่จะช่วยพัฒนาเด็ก ชาวบ้านก็ทำเป็นแกนไม้ไผ่ปักพื้นอยู่และมีอีกแกนยื่นมาตั้งฉากสูงจากพื้นขึ้นมาเล็กน้อยพอให้เด็กเล็กๆจับซึ่งจะหมุนรอบแกนได้เด็กก็จะจับและเดินหมุนไปมา ระหว่างนั่งประชุมกันก็พยายามสร้างความคุ้นเคยกับชาวบ้านทีละนิด ได้คุยกับแม่ดำ อินโน จึงได้รู้คร่าวๆว่าหมู่บ้านนี้เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาได้ 20กว่าปี โดยแยกมาจากหมู่บ้านร่องบอน และได้เจอกับพี่ติ๊กที่อยู่กลุ่มงานเวชด้วย พี่เค้าก็เอา community folder มาให้ดู ก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับหมู่บ้านด้วย มีแผนที่ตั้งโต๊ะ ซึ่งพี่ติ๊กบอกว่ามายืมไปได้ พอประชุมกันเสร็จได้รู้จักกับพี่ต่วนซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มพัฒนาสตรีของวังชมภู พี่ต่วนได้พาพวกเรากับพี่เก่ง (กับเจ้าโตโร่) นั่งสามล้อ (เป็นมอร์เตอร์ไซค์พ่วงกับที่นั่ง) พาไปที่วังมัจฉา อยู่ตรงทางขึ้นวัด ให้อาหารปลาที่ศาลากัน ปลาเยอะมากๆ พี่เค้าบอกว่าปลาเหล่านี้ชาวบ้านไม่จับกินกันเพราะทำสัญญาประชาคมกันไว้ เหมือนกับว่าเป็นปลาของวัด เจอหลวงพ่อด้วยเห็นว่าท่านใส่ขาเทียมด้วย  พี่ต่วนใจดีมากเลยก่อนกลับพูดถึงกล้วยฉาบที่พี่เค้าทำด้วย พี่ต่วนก็อุตส่าห์ขี่รถกลับไปเอาจากบ้านมาให้ชิมกัน เริ่มได้สัมผัสถึงความมีน้ำใจของคนที่นี่ แล้วก็กลับรพ.กัน มื้อเย็นวันนี้เป็นอาหารตามสั่ง กลับที่พักก็มานั่งพักผ่อนดูทีวี สรุปงานกัน

 

 

7 มกราคม 2552

 

ศูนย์เด็กเล็ก           

ตรวจฟันเด็กเพื่อประเมินสภาวะสุขภาพช่องปากของเด็ก ซึ่งจากการตรวจพบว่ามีฟันผุค่อนข้างมากในเกือบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 3-4 ปี

เด็กและผู้ดูแลส่วนมากให้ความร่วมมือในการรับการตรวจเป็นอย่างดี

จากการสอบถามพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แปรงฟันเองหรือให้ยายแปรงให้

บ้านวังชมภู

ร่วมกับโครงการสายใยรัก

                โครงการสายใยรัก ทำเพื่อสร้างความอบอุ่นของครอบครัว คนที่ครอบครัวสามารถเข้าโครงการนี้ได้  ส่วนคนที่ยังไม่มีครอบครัวก็สามารถมาขอข้อมูลเตรียมพร้อมไว้ก่อนได้

8 ครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการ คือครอบครัวที่มี

                - หญิงตั้งครรภ์

                - หญิงให้นมลูก

            - ลูกโตแล้ว

                การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ อยู่ที่บ้านนางสำรวย อินโน  มีอสม เป็นแกนนำ ให้ความรู้ให้ข้อมูล เอกสารต่างๆ

 

 

 

                จากการพูดคุยกับชาวบ้าน ได้ข้อมูลต่างๆ ได้แก่

-          หมู่บ้านนี้ก่อตั้งมาประมาณ 20 ปีมาแล้ว โดยชาวบ้านย้ายมาจากหมู่บ้านร่องบอน เดิมพื้นที่บ้านชมภูเป็นพื้นที่ป่าไม้  ปัจจุบันมี  67 ครัวเรือน

 


 

-          ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม สวนผลไม้ เช่น เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ สับปะรด กล้วย มะละกอ เป็นต้น หมุนเวียนตลอดปี

-          มีการเลี้ยงสัตว์เพื่อขายและบริโภคเอง

-          ช่วงเดือนพย-ธค ชาวบ้านที่ว่างงานจะรับจ้างทำนาที่อื่น เนื่องจากในหมู่บ้านไม่มีพื้นที่นา


-          ชาวบ้านปลูกผักสวนครัวทานเอง และมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบ้าน

 

-          เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วย จะไปรับการรักษาที่รพ พาน

 

-          ถ้าเจ็บป่วยเล็กน้อย ก็มีศูนย์อสม ให้ซื้อยาได้

-          มีกลุ่มองค์กรต่างๆ ภายในหมู่บ้านเช่น กลุ่มคนชรา กลุ่มสตรี กลุ่มสุราพื้นบ้าน

 


-          ไม่เคยมีหน่วยงานที่มาสอนการแปรงฟันและการดูแลทันตสุขภาพมาก่อน

 

-          ผู้ใหญ่บ้านไข่จะมีการประชุมหมู่บ้านที่หอประชุม ทุกเดือนๆละ 2 ครั้งและมีเสียงตามสายในการบอกข่าวสารต่างๆ


-          บุตรหลานส่วนใหญ่จะถูกส่งตัวไปที่ศูนย์เด็กเล็กตำบลม่วงคำ โดยมีรถตู้มารับที่หมู่บ้าน