“ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครองนักเรียน และผู้เกี่ยวข้องต่างร่วมมือกันแสวงหาแนวทางในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียนและสังคม โดยถือว่าเป็นภารกิจร่วมกัน

สานสัมพันธ์วันทำบุญ อบอุ่นทั้งตำบล

พุทธพร  พงศ์อารยะ

รองผอ. โรงเรียนศีขรภูมิพิสัย

 สพท.สุรินทร์ เขต ๑

  

           ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครองนักเรียน และผู้เกี่ยวข้องต่างร่วมมือกันแสวงหาแนวทางในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน  ให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้  และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียนและสังคม  โดยถือว่าเป็นภารกิจร่วมกัน 

ตามโครงการสานสัมพันธ์วันทำบุญ  อบอุ่นทั้งตำบล

          

          โรงเรียนศีขรภูมิพิสัย เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์  จัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๖   ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ 

มีนักเรียนทั้งสิ้น  จำนวน  ๒,๐๑๑ คน  มีครูและบุคลากรทั้งสิ้น จำนวน ๘๖ คน 

จากสภาพทั่วไปของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัยแห่งการเรียนรู้  กำลังผจญ

อยู่ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความแปลกใหม่ทางวัฒนธรรม ส่งผลให้เด็กและเยาวชนเห็นคุณค่าในวัตถุนิยมและวัฒนธรรมตะวันตกจนลืมวัฒนธรรมที่ดีงามของท้องถิ่น กลายเป็นปัญหาทางสังคมที่ยากต่อการแก้ไขเยียวยาหลายประการ เช่น การหนีเรียนเพราะติดเกม การเล่นอินเตอร์เน็ตแบบไร้จริยธรรม  การใช้โทรศัพท์มือถือเกินความจำเป็น การแต่งกายตามสมัยนิยมที่ขัดต่อวัฒนธรรมไทย การขับขี่ยานพาหนะอย่างคึกคะนอง การเที่ยวเตร่ การเสพสิ่งเสพติด การทะเลาะวิวาท ชู้สาว เป็นต้น                                                                             

          สภาพปัญหาข้างต้น โรงเรียนได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน

เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียนอย่างหลากหลาย   เช่น กิจกรรมโฮมรูม กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน  กิจกรรมคำมั่นสัญญา โครงการค่ายคุณธรรมจริยธรรม โครงการหนึ่งวันเพื่อลูกรัก  โครงการคนดีศรีพิสัย  โครงการ

สานสัมพันธ์วันทำบุญอบอุ่นทั้งตำบล เป็นต้น  กิจกรรมทั้งหมดเหล่านี้

ประสบผลสำเร็จส่งผลให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามความหวังได้

เป็นอย่างดี  หนึ่งในกิจกรรมเหล่านี้ ได้รับการยกย่องและผ่านการประเมินภาคสนาม โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (สวร.) คือ โครงการ สานสัมพันธ์วันทำบุญ

อบอุ่นทั้งตำบล คือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ของโรงเรียนศีขรภูมิพิสัย  ซึ่งได้ดำเนินการครั้งแรก เมื่อปีการศึกษา ๒๕๔๘ ถึงปัจจุบัน โครงการดังกล่าว มีองค์ประกอบและลักษณะของกิจกรรมที่เป็นเลิศ  ดังนี้

          . แนวคิดของกิจกรรม      

    การส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน โดยภาคีเครือข่ายทุกฝ่ายอันประกอบด้วย ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน  มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและหาแนวทางป้องกันพฤติกรรมนักเรียน ให้มีพฤติกรรมอันพึงประสงค์ตามความคาดหวังได้

. วัตถุประสงค์ของกิจกรรม

๑) เพื่อให้ครูที่ปรึกษาได้เยี่ยมบ้านนักเรียน

                   ๒) เพื่อให้กลุ่มภาคีเครือข่าย นักเรียน ครู ผู้ปกครองและชุมชน  ได้ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน 

                    ๓) เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามบทบาทสมมุติและสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น

          . ลักษณะและรูปแบบกิจกรรม

               ลักษณะกิจกรรม ตามโครงการสานสัมพันธ์วันทำบุญอบอุ่นทั้งตำบล คือ นักเรียนและผู้ปกครองที่มีภูมิลำเนาอยู่ในตำบลเดียวกัน แต่งกายแบบอนุรักษ์ไทย ฝ่ายชายนุ่งโสร่ง ฝ่ายหญิงนุ่งผ้าถุง ไปร่วมทำบุญที่วัดตามที่กำหนดในวันเสาร์ช่วงเข้าพรรษา โดยนำอาหารไปทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ ร่วมกับคณะครูและผู้นำชุมชน โดยมีตัวแทนนักเรียนที่มาจากการเลือกตั้งภายในกลุ่มตำบลปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทสมมุติเป็นผู้นำท้องถิ่น และการปกครองส่วนท้องถิ่น คือ

กำนันนักเรียน  อบต.นักเรียน เป็นต้นดำเนินกิจกรรม  เมื่อเสร็จสิ้นพิธีการทางศาสนา กลุ่มภาคีเครือข่ายประกอบด้วย ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน  ร่วมกันประชุมปรึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อหาวิธีการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน

. วิธีการดำเนินกิจกรรม  

           .๑ นักเรียนแต่ละตำบลจะดำเนินการเลือกตั้งตัวแทนนักเรียนประจำตำบลของตนเอง เพื่อสรรหา กำนันนักเรียนประจำตำบล อบต.นักเรียนประจำตำบล เหรัญญิก, มัคนายก ประชาสัมพันธ์ กรรมการ และเลขานุการประจำตำบล เมื่อได้ตัวแทนแล้ว คณะกรรมการนักเรียนแต่ละตำบล ประชุมเพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่แต่ละฝ่าย โดยมีกำนันนักเรียนประจำตำบลเป็นประธาน

                   ๔.๒ ก่อนถึงวันทำบุญประมาณ ๒ สัปดาห์ คณะกรรมการนักเรียนฝ่ายประชาสัมพันธ์ประจำตำบล จะแจ้งกิจกรรมให้นักเรียนแต่ละหมู่บ้านบ้านไปสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่นภายในหมู่บ้านของตน โดยมี อบต. นักเรียนแต่ละหมู่บ้านเป็นหัวหน้ากิจกรรมสืบค้น แล้วเขียนรายงานตามรูปแบบที่กำหนดส่งให้เลขานุการตำบลในวันทำบุญ จากนั้นก่อนถึงวันทำบุญประมาณ ๑ สัปดาห์  คณะกรรมการนักเรียนฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการติดต่อวัด ประชาสัมพันธ์เชิญชวนชุมชน ผู้ปกครอง และส่งหนังสือเชิญผู้นำชุมชนเพื่อให้มาร่วมกิจกรรมตามวันเวลาและสถานที่ที่กำหนด

          กิจกรรมในวันทำบุญ เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. นักเรียนพร้อมผู้ปกครอง ครู และชุมชน ซึ่งต่างพร้อมใจกันแต่งกายอนุรักษ์ไทยพร้อมปิ่นโตอาหาร เดินทางมาถึงวัดอย่างพร้อมเพรียง โดยมี คณะกรรมการนักเรียนรับลงทะเบียน และเหรัญญิกนักเรียนรับบริจาคจตุปัจจัย เวลาประมาณ ๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไป ประชาสัมพันธ์นักเรียนประจำตำบลแจ้งวัตถุประสงค์ และกำหนดการการทำบุญ ต่อจากนั้นมัคนายกนักเรียนประจำตำบล ดำเนินพิธีกรรมทางศาสนา โดยเริ่มจากการกล่าวคำบูชา

พระรัตนตรัย อาราธนาศีล รับศีล และกล่าวคำถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์

          ระหว่างพระสงฆ์ฉันภัตตาหาร ประชาสัมพันธ์นักเรียนประจำตำบลปฏิบัติหน้าที่พิธีกร กล่าวเชิญตัวแทนครูกล่าวหลักการเหตุผล วัตถุประสงค์ของกิจกรรมทำบุญและแนะนำครูที่ปรึกษา จากนั้นตัวแทนผู้นำชุมชนกล่าวพบปะคณะครู นักเรียน  ผู้ปกครอง และให้ข้อคิด แนวทางการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน และตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนกล่าวแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกต่าง ๆ

          เมื่อพระสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อย มัคนายกนักเรียนกล่าวนำคำอาราธนาธรรม พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนาในหลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน เสร็จแล้วพระสงฆ์ให้พร ประพรมน้ำมนต์ จากนั้น นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และชุมชน รับประทานอาหารร่วมกัน

          ภายหลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ครู นักเรียน ผู้ปกครอง แยกกลุ่มตามห้องเรียนหรือตามสายชั้นเพื่อประชุม ปรึกษา นำเสนอ แลกเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมนักเรียนกลุ่มปกติแล้วกำหนดแนวทางส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีร่วมกัน จากนั้น ครูแยกพบนักเรียนและผู้ปกครองกลุ่มเสียงมีปัญหาเป็นรายบุคคล โดยใช้สถานที่เฉพาะตน เพื่อรายงานข้อมูลพฤติกรรม แล้วร่วมกันกำหนดวิธีการป้องกันแก้ไขพฤติกรรม        เมื่อเสร็จสิ้นแล้วครูที่ปรึกษาออกเยี่ยมบ้านนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย

          ภายหลังวันทำบุญ คณะกรรมการนักเรียนประจำตำบลฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการเข้าร่วมกิจกรรม รวบรวมผลงานการสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งตำบลจัดทำรูปเล่มเสนอต่อผู้บริหารโรงเรียน และนักเรียนทุกคนนำข้อเสนอแนะ

ข้อปฏิบัติ ที่ได้จากครู ผู้ปกครองและชุมชน ในการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมไปปฏิบัติ ด้านครูที่ปรึกษา ให้รายงานผลการปฏิบัติกิจกรรมต่อฝ่ายบริหาร และกำกับติดตามพฤติกรรมนักเรียนที่รับผิดชอบเพื่อรายงานต่อโรงเรียนผู้ปกครองและชุมชนทุก ๆ  ๑ เดือน  ส่วนผู้ปกครองและชุมชนให้ช่วยกำกับดูแล และสอดส่องพฤติกรรมของบุตรหลานหรือสมาชิกในชุมชนแล้วรายงานต่อครูที่ปรึกษา หรือโรงเรียนตลอดเวลา ตามความเหมาะสมหรือตามที่โรงเรียนต้องการ

                   ๔.๓ ตรวจประเมินผลการดำเนินกิจกรรมของนักเรียน

แต่ละตำบล และประเมินผลภาพรวมของโครงการทั้งหมดโดยฝ่ายบริหารและคณะกรรมการประเมินผลที่แต่งตั้ง

                   ๔.๔ ฝ่ายบริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ร่วมกันสรุปผล

การดำเนินงาน อภิปราย เสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงพัฒนา ดำเนินการ

ในปีต่อไป

จากการประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว สรุปได้ ดังนี้

                    . ด้านความพึงพอใจ  ครูที่ปรึกษามีความพึงพอใจมากที่สุดต่อการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน ร้อยละ ๘๓.๗๖   ผู้ปกครองและชุมชนพึงพอใจมากที่สุดต่อการส่งเสริมและแก้ไขพฤติกรรมนักเรียน ร้อยละ ๙๒.๓๓  นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดต่อแนวทาง ข้อปฏิบัติ ในการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน ร้อยละ ๗๐.๖๗  นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดต่อการสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น ร้อยละ ๗๖.๓๓  ด้านการสานสัมพันธ์ ของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้ตอบแบบสอบถามพึงพอใจมากที่สุดร้อยละ ๗๒.๐๐  ด้านการกำหนดวันเวลาและสถานที่ในการจัดกิจกรรม ผู้ตอบแบบสอบถามพึงพอใจมากที่สุดร้อยละ ๙๔.๐๐  ด้านการแต่งกายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ส่งเสริมให้แต่งกายแบบอนุรักษ์ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามพึงพอใจมากที่สุด ร้อยละ ๘๑.๐๐ ด้านความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมเช่นนี้อีกหรือไม่ในปีต่อไป  ผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าควรจัดมากที่สุด ร้อยละ ๙๖.๓๓

                    . ด้านปริมาณและคุณภาพ  ครูโรงเรียนศีขรภูมิพิสัยที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูที่ปรึกษา ร้อยละ ๑๐๐  ได้ออกเยี่ยมบ้านนักเรียน  ด้านจำนวนนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและมีปัญหาพบว่า ในปี ๒๕๕๐  ภายหลังการดำเนินกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ๓ เดือน จำนวนนักเรียนกลุ่มเสี่ยงและมีปัญหามีจำนวนลดลง ร้อยละ ๕๖.๖๗

          ผลการดำเนินการดังกล่าว จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าขาดปัจจัยสำคัญ ดังต่อไปนี้

                    . การวางแผน และการบริหารจัดการที่ดีของฝ่ายบริหาร

                    . ครูที่ปรึกษาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ กระตือรือร้น ทุมเท และรู้สึกเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมให้ประสบความสำเร็จ

                    . นักเรียนให้ความร่วมมือต่อกิจกรรมอย่างดี มีความภูมิใจในบทบาทหน้าที่ รู้สึกยินดีและภูมิใจในกิจกรรมที่จัดขึ้นในท้องถิ่นของตน

                    ๔. ผู้ปกครองและชุมชนให้ความสำคัญต่อกิจกรรมเสมือนประเพณีสำคัญของท้องถิ่น

ผู้เขียนขอฝากแนวคิดสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน ไว้ดังนี้

                    . ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่ได้ผลดีควรใช้กิจกรรมที่รวมพลังขับเคลื่อนของภาคีเครือข่ายบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน คือ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน

                    . การจัดกิจกรรม เพื่อพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ที่มีวัตถุประสงค์เชิงซ้อนหลายเป้าหมาย นับเป็นกิจกรรมที่ดี สร้างความภูมิใจ มีความประหยัด และเกิดความคุ้มค่าแก่ทุกฝ่ายได้เป็นอย่างดี

                    . การดำเนินโครงการ สานสัมพันธ์วันทำบุญ อบอุ่นทั้งตำบลเป็นเสมือนการนำเสนอภาพสะท้อน และการประชาสัมพันธ์โรงเรียนไปสู่ชุมชน สิ่งที่โรงเรียนได้รับจึงมากกว่าเป้าหมายการดูแลช่วยเหลือนักเรียนแต่เพียงอย่างเดียวผู้ปกครองและครูที่ปรึกษาในการส่งเสริมและป้องกันพฤติกรรมนักเรียน

 

------------------