ฉุดบัวให้พ้นตม
เจษฎา ลาภจิตร
ครู โรงเรียนบ้านตรึม (ตรึมวิทยานุเคราะห์)
สพท.สุรินทร์ เขต 1
“...เยาวชนทุกคนมิได้ต้องการทำตัวเองให้ตกต่ำ หรือเป็นปัญหาแก่สังคมประการใด แท้จริงต้องการจะเป็นคนดี มีความสำเร็จ มีฐานะ มีเกียรติ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น แต่การที่จะบรรลุถึงจุดประสงค์นั้นจำต้องอาศัยผู้แนะนำ ควบคุมให้ดำเนินไปอย่างถูกต้อง ในฐานะหน้าที่เป็นครู เป็นอาจารย์ เป็นผู้บริหารการศึกษา ท่านจะช่วยเขาได้มากที่สุด เพราะมีส่วนควบคุม ดูแลใกล้ชิดอยู่ทุกๆ ด้าน รองลงมาจากบิดา มารดา... ” (พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว)
จากพระบรมราโชวาทข้างต้น ทำให้ผู้เขียนคิดถึงนักเรียนบางคนที่หมดโอกาสทางการศึกษา อันหมายถึงโอกาสที่จะมีอนาคตที่สดใส เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และเพราะความประมาทในการดำเนินชีวิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ต้นปีการศึกษา 2551 มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งราว 10 คน หนีเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุเป็นระยะเวลานาน แม้เจ้าหน้าที่ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียน ได้ติดตามหาสาเหตุและร่วมแก้ไขปัญหา โดยแจ้งผู้ปกครอง ประชุมปรึกษาหารือ และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นรูปธรรม แม้แต่ผู้เขียนก็ตามยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหนีเรียนของนักเรียนกลุ่มดังกล่าวนี้ได้ จากการสืบเสาะหาข้อมูลในเชิงลึกกับนักเรียนในกลุ่มดังกล่าว พบว่ามีการรวมกลุ่มดื่มสุราอยู่เสมอ รวมทั้งคบเพื่อนที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นอันธพาลในหมู่บ้าน เมื่อผู้เขียนมีโอกาสอ่าน
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้อัญเชิญมาไว้ข้างต้น ทำให้ผู้เขียนได้มองเห็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และความปรารถนาดีต่อพสกนิกรของพระองค์ โดยเฉพาะเยาวชนของชาติ ผู้เขียนในฐานะครู
จึงได้กระตือรือร้นที่จะนำนักเรียนกลุ่มดังกล่าวกลับเข้าสู่การศึกษาในระบบอีกครั้ง อาจจะเป็นไปได้ว่านักเรียนกลุ่มดังกล่าวกำลังรอ “โอกาส” นี้อยู่
กลุ่มตัวอย่างที่ผู้เขียนทำการศึกษาเป็นนักเรียนที่มีปัญหา หนีเรียน ดื่มสุราและคบเพื่อนอันธพาลในหมู่บ้าน เป็นที่รังเกียจของสังคมโดยทั่วไป แม้กระทั่งเพื่อนร่วมชั้นเรียน เมื่อปัญหาสะสมมากเข้า นักเรียนกลุ่มดังกล่าวรู้สึกอับอายและเคอะเขินที่จะมาโรงเรียนทำให้หนีเรียนบ่อย ๆ และหนีหายไปหลายวันโดยที่ผู้ปกครองก็ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไร ในบางวันที่นักเรียนกลุ่มดังกล่าวกลับบ้าน ผู้ปกครองจะนำมาส่งที่โรงเรียนในช่วงเช้า ทั้งหมดก็จะพยายามรวมกลุ่มและหนีออกจากโรงเรียนเสมอ เจ้าหน้าที่ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนก็พยายามป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่โดยสภาพภูมิประเทศของโรงเรียนบ้านตรึม (ตรึมวิทยานุเคราะห์) ด้านหลังโรงเรียนมีสภาพเป็นป่าละเมาะ มีทางเข้าออกหลายด้าน จึงทำให้ยากต่อการป้องกันไม่ให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวหนีออกนอกบริเวณโรงเรียนได้
แนวทางในการแก้ไขปัญหา
ผู้เขียนได้พยายามเข้าไปตีสนิทและให้ความใกล้ชิด พยายามพูดคุยอย่างเป็นกันเองและสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ตลอดจนความต้องการของนักเรียน พบว่านักเรียนในกลุ่มปัญหาหลายคนมีความต้องการที่จะออกจากกลุ่มเพราะอยากจะกลับไปโรงเรียนและใช้ชีวิตนักเรียนตามปกติ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ไม่รู้จะปรึกษาใคร และสาเหตุสำคัญคือ เพื่อนในกลุ่มไม่ยอมรับ ข่มขู่ว่าจะประทุษร้าย ทำให้ไม่สามารถออกจากกลุ่มได้ง่ายนัก ผู้เขียนได้หาแนวทางที่จะเข้ามาช่วยเหลือ แต่เนื่องจากสภาพสังคมในกลุ่มและสภาพทางจิตวิทยาวัยรุ่นค่อนข้างละเอียดอ่อนทำให้ยากต่อการปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนทางหนึ่งที่จะเปิด “โอกาส” อันยิ่งใหญ่ให้กับนักเรียนกลุ่มดังกล่าวที่มีความตั้งใจที่จะออกจากกลุ่มปัญหาและกลับมาใช้ชีวิตนักเรียนปกติ โดยปลอดภัยต่อการประทุษร้ายและเป็นการกล่อมเกลาจิตใจอย่างดีทางหนึ่ง คือ “เข้าวัด” เนื่องจากระยะทางจากวัดมาถึงโรงเรียนเพียงแค่ 800 เมตร พระอาจารย์ที่วัดก็ประสงค์ที่จะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยมีวิธีดำเนินการ ดังนี้
1. นักเรียนที่ประสงค์จะเข้าโครงการฉุดบัวให้พ้นตม ให้มารายงานตัวที่วัด
บ้านตรึม กระทำสัตยาบรรณ โดยได้รับการยินยอมจากผู้ปกครอง และตัวนักเรียนเอง
2. นักเรียนใช้ชีวิตอยู่ในวัด (คล้ายกับเด็กวัดในอดีต) มีวัตรปฏิบัติเช่นเดียวกับนาคที่จะบวชเป็นพระ และถือศีล 8
3.นักเรียนจะเดินทางมาโรงเรียนหลังเวลาพระฉันภัตตาหารเช้าและนักเรียนรับประทานอาหารเรียบร้อย ตลอดจนจัดแจงการงานที่รับผิดชอบ แต่ไม่เกิน
เวลา 08.30 น.
4. เวลา 11.00 น. เดินทางกลับไปที่วัดเพื่อถวายภัตตาหารเพลพระ รับประทานอาหารกลางวัน และจัดแจงหน้าที่การงานที่รับผิดชอบให้เรียบร้อย และเดินทางกลับมาโรงเรียนเพื่อเรียนในภาคบ่าย
5. เวลา 16.30 น. นักเรียนเดินทางกลับวัดและทำกิจกรรมที่พระอาจารย์ที่วัดจัดให้ โดยมุ่งเน้นเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และคุณค่าของชีวิตเป็นหลัก
ความสำเร็จ
กาลเวลาล่วงเลยไป 45 วัน เมื่อสิ้นสุดโครงการ ความสำเร็จที่คณะครูโรงเรียนบ้านตรึม (ตรึมวิทยานุเคราะห์) ผู้ปกครองและพระอาจารย์ผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้เขียนได้รับคือ มีนักเรียนจำนวน 8 คน ปรับตัวจากนักเรียนที่หนีเรียน ติดสุรา ต่อต้านระบบการศึกษา เป็นปัญหาต่อสังคม ได้กลับมาเป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของเพื่อนนักเรียน และกลับไปชักจูงเพื่อนที่ทิ้งโอกาสทางการศึกษาให้กลับเข้ามารับการศึกษาอีกครั้ง
ปัญหานักเรียนหนีเรียน ดื่มสุรา ชู้สาว และกรณีอื่นๆอีกมากมาย ในสังคมปัจจุบันเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรีบทำการแก้ไข รักษา เยียวยา เร่งสะสาง ขจัดปัญหาให้หมดไปโดยเร็ว ผู้เขียนในฐานะที่เป็นครูได้พยายามศึกษาและแก้ไขปัญหาดังที่ได้กล่าวมาทั้งหมด ผลการดำเนินงานสำเร็จลงได้ด้วยดี จะกล่าวว่าเกินคาดก็คงไม่ผิดนัก ครูหรือเจ้าหน้าที่งานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนท่านใดที่ประสบปัญหาเรื่องเดียวกัน หรือคล้ายคลึงกันนี้ ทดลองประยุกต์วิธีการที่ผู้เขียนได้ศึกษาเป็นกรณีศึกษานี้ไปใช้ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนของท่าน วงการการศึกษาไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่มีปัญหา ให้ได้รับโอกาสกลับมาเรียนในระบบอีกครั้ง เสมือนกับฉุดบัวเหล่าสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ คือ บัวเหล่าที่ 4 ที่ฝังอยู่ในพื้นโคลน ตม ให้กลับมาชูช่อไสว สวยงาม เป็นคน ดี เก่ง และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และพัฒนาเยาวชนเพื่อพัฒนาชาติให้ยั่งยืน
ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงเรียนบ้านตรึม(ตรึมวิทยานุเคราะห์) เปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับบุคลทั่วที่ต้องการเข้ารับการศึกษา ระดับ ช่วงชั้นที่ 3-4 ที่ประสงค์จะเข้ารับการศึกษา ในโครงการนักเรียนทางเลือกเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โรงเรียนบ้านตรึมในวันและเวลาราชการ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * *