กุวาฮาตี ประตูสู่อีสานของเดีย และประตูสู่แผ่นดินใหญ่เอเชียอาคเนย์

 

          ดิฉันตื่นตีห้า อ่านหนังสือสักพัก เก็บข้าวของ สั่งชาร้อนมาทาน ลงมาข้างล่างเพื่อจ่ายค่าโทรศัพท์ คุณ มารับตรงเวลา

          เช้านี้เป็นวันหยุดบิฮูอีกหนึ่งวัน เมืองกุวาฮาตียังหลับใหลอยู่ แกขับรถผ่านเมืองเลียบแม่น้ำพรหมบุตร แม่น้ำกว้างใหญ่มาก เป็นหัวใจของรัฐนี้ทีเดียว ผ่านมหาวิทยาลัยกุวาฮาตีอีกด้านหนึ่ง มีพื้นที่ยาวมาก ถึงสนามบินตอน 7.20 น. ดิฉันขอบคุณและลากคุณ

          สนามบินสองชั้น สร้างใหม่ บินในและระหว่างประเทศอยู่ที่เดียวกัน มีตำรวจประจำจุดต่างๆ เต็มไปหมด เข้าประตูแรกตรวจตั๋วและ passport ขั้นต่อไปตรวจเหมือนเดิม พร้อมตรวจกระเป๋าผ่าน x-ray ต่อจากนั้นไปที่เคาน์เตอร์สายการบินแอร์อินเดีย (มีสายการบินเดียว) สัมภาระดิฉันเกินไปประมาณ 7-8 กิโลกรัมเพราะหนังสือ ดิฉันขอร้องเจ้าหน้าที่ว่าขอให้ดิฉันนำหนังสือไปเข้าห้องสมุด เขาอนุญาตไม่คิดเงินเพิ่ม ดิฉันยกมือไหว้ขอบคุณ

          ดิฉันอ่านหนังสือฆ่าเวลา ไม่มีร้านค้าอะไรให้เดินดูนอกจากร้านขายเครื่องเพชร พื้นที่ที่เหลือเป็นที่ทำการของสายการบินต้นทุนต่ำทั้งหมด

          เกือบ 8 โมงเช้าด่านศุลกากรเริ่มตรวจ อย่าลืมแขวน tag ที่กระเป่าทุกใบนะคะ เสร็จแล้วผ่านเครื่อง x-ray พร้อมตรวจตัวเสร็จแสตมป์การตรวจที่ tag แล้วก็นั่งรอ

          9.15 น. มีคนมาพาผู้โดยสารไปขึ้นรถบัสเพื่อไปขึ้นเครื่อง มีตำรวจตรวจที่ประตูว่ากระเป๋าสะพายทุกใบได้รับการ stamp ครบแล้วจึงขึ้นรถ ดิฉันนับผู้โดยสารมีทั้งหมด 22 คน ได้ยินเสียงคนไทยด้วย Airbus วันนั้นบรรทุกคนเพียง 22 คน รวมเจ้าหน้าที่แล้วคงไม่เกิน 30 คน เรียกว่าทำด้วยใจไม่คิดถึงกำไรจริงๆ ไม่ทราบว่าจะอยู่ในสภาพอย่างนี้ไปได้นานอีกเท่าไร อาหารวันนี้เป็น non-veg แกงอินเดีย เครื่องบินใช้เวลาบินสามชั่วโมงเศษก็ถึงกรุงเทพฯ

          อินเดียยังเป็นดินแดนของมิตรภาพ ดินแดนของอารยธรรม และความประทับใจ เมื่อเราได้รับมิตรภาพที่ดีงาม เราก็ต้องหาทางตอบแทนเขาบ้างเพื่อให้มิตรภาพนี้ยั่งยืนต่อไป

------------------------------------------------------------

อินเดียไม่ใช่ดินแดนที่เน้นความเจริญทางด้านวัตถุเหมือนที่ประเทศอื่นๆ เป็นกัน แต่ความแข็งแกร่งทางด้านจิตวิญญาณ และวัฒนธรรมอันดีงามกลับเป็นกำลังสำคัญในการหนุนเสริมให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีทิศทาง ไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง ผสมผสานความเก่ากับความเจริญทางเทคโนโลยีได้อย่างกลมกลืน

          หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจจะเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญทางด้านอินเดียศึกษา สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดลขอเชิญท่านสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาโท สาขาวัฒนธรรมและการพัฒนา วิชาเอกอินเดียศึกษา ในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 โปรดเข้าชมรายละเอียด www.lc.mahidol.ac.th

          หลักสูตรปกติ แต่เรียนเสาร์-อาทิตย์เป็นหลัก