"ความริษยา คือ สภาวะจิตใจที่เห็นคนอื่นได้ดีแล้วทนไม่ได้" หากไม่ริษยาผู้อื่น ก็ ถูกผู้อื่นริษยา
ท่าน ว.วชิรเมธี ตั้งข้อสังเกตว่า เมืองไทยมีคนเก่งถึงขั้นจบ ด้อกเตอร์มากมาย แต่ส่วนมากแล้วท่านเหล่านี้ มักจะร่วมงานกันไม่ได้ ปรากฎการณ์เช่นนี้มีที่มาจากกิเลสที่ชื่อว่า"ความริษยา"นั่นเอง
- พระคุณเจ้านิยามอาการของกิเลสตัวนี้ว่า "ความริษยา คือ สภาวะจิตใจที่เห็นคนอื่นได้ดีแล้วทนไม่ได้" คนในโลกทุกคนต้องเคยพานพบกับความริษยามาแล้วทั้งสิ้น คือ หากไม่ริษยาผู้อื่น ก็ ถูกผู้อื่นริษยา ธรรมชาติของการริษยาเหมือนไฟสุมขอน รอวันลุกเป็นไฟ เหมือนภูเขาไฟที่รอวันระเบิด เมื่อระเบิดออกมาแล้วจะเดือดร้อนวุ่นวายกันไปหมด
- ไฟที่ชื่อว่า"ความริษยา" นอกจากจะมีอานุภาพคุกคามอารมณ์แล้ว อาจจะลุกลามทำลายร่างกายของเราให้เสียหายเป็นมะเร็งได้ เพราะฉะนั้น ก่อนที่ภูเขาไฟลูกนี้จะปะทุระเบิดออกมา เรามาหาวิธีดับภูเขาไฟลูกนี้กันเสียเนิ่นๆดีกว่า
จะดับภูเขาไฟที่รอวันระเบิด ต้องทำอย่างนี้
- อย่าเผลอริษยาใคร
- บอกตนเองว่า "ชีวิตนี้แสนสั้น ไม่ควรแบ่งเวลาไปริษยาใคร"
- พึงระลึกว่า "การริษยาทำให้กรรมยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น"
- พยายามพัฒนาตนเองให้เหนือกว่าคนที่เราริษยา
- สำหรับคนที่เราริษยาหรือริษยาเรา ลองผูกไมตรีด้วยเมตตา พยายามเปลี่ยนศัตรูเป็นเพื่อนให้ได้
- ฝึกแสดงมุทิตาจิต เมื่อเห็นใครได้ดีให้หมั่นแสดงความยินดีด้วย..อย่างจริงใจ
- เจริญวิปัสสนากรรมฐานจนเกิดการปล่อยวาง ตัวกูและตัวสู วิธีนี้จะสามารถดับภูเขาไฟที่ว่าลงได้สนิท
คัดมาฝากกัน จากคอลัมน์ Special Report :Secret 26 ธ.ค.51