ในโลกปัจจุบัน ที่ผู้คนทั้งหลายเดินห่างไกลจากเรื่องราวทางจิตวิญญาน คนยุคใหม่ส่วนหนึ่งไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม และไม่ยอมรับนับถือศาสนาใดๆ บางคนก็เชื่อแต่ในสิ่งที่เป็นวัตถุและจับต้องมองเห็นได้... เด็กรุ่นใหม่บางคนเชื่อว่า การมีสมบัติและสิ้นค้าบางอย่างที่มีแบรนเนมและราคาแพงติดตัว คือสิ่งบ่งบอกคุณค่าของตัวเอง สิ่งที่พวกเขามีมาแต่กำเนิด กลายเป็นสิ่งไม่สมบูรณ์และมีข้อบกพร่อง เส้นผมที่มีมาแต่เดิมก็สีไม่สวยงามและไม่ทันสมัย สีผิวที่ได้มาจากพ่อและแม่ก็ดูจะดำคล้ำไม่สวยพอ แล้วพวกเขาก็เปลี่ยนสีผม แถมเพียรพยายามทำผิวตัวเองให้ขาวใสอย่างในโฆษณาทางทีวี มีหลายครั้งที่ ข้าพเจ้าพบว่า ผู้คนในยุคปัจจุบันส่วนหนึ่งไม่เคยพอใจอะไรในตัวเองเลย และพยายามแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนเองมีอยู่

อีกฟากหนึ่งของความคิดเห็น ผู้คนกลุ่มหนึ่งก็อยู่อย่างต่อต้านในวัตถุนิยม ไม่สนใจในเทคโลยี และไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ ไม่ยอมใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ยอมเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์ และไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งทรงผมและการแต่งตัว นับว่าเป็นกลุ่มคนอีกฟากหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย แต่ข้าพเจ้าคิดเห็นไปว่า คนทั้งสองกลุ่มนี้น่าจะได้อ่านหนังสือชัมบาลา สักคนละหลายๆรอบ เพื่อว่าจะได้เข้าใจในเรื่องของจุดสมดุลและทางสายกลางบ้าง และหนังสือเล่มนี้ก็ยังเหมาะสมกับคนที่กำลังแสวงหา และกำลังต่อสู้กับความวุ่นวายในสังคมรอบตัวด้วย
โดยสรุปแล้วข้าพเจ้าว่า อาจจะเหมาะสมกับเราทุกคนที่ดำรงอยู่ในโลกอันวุ่นวายและสับสนอลม่านในขณะปัจจุบัน
ข้าพเจ้าจึงขอนำเสนอข้อความบางส่วนที่น่าสนใจ จากหนังสือชัมบาลา ดังนี้

"คุณอาจชื่นชมเห็นคุณค่าในชีวิต แม้ว่าจะเต็มไปด้วยสิ่งบกพร่องก็ตาม บางทีห้องเช่าที่คุณอยู่จะทรุดโทรม ทั้งเครื่องเรือนก็เก่าแก่ไม่หรูหรา คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ในรั้วในวัง คุณอาจผ่อนคลายและปล่อยให้เป็นไปอย่างที่เป็น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามที่นั่นคือเวียงวัง ถ้าคุณย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเช่าที่แสนสกปรก คุณก็อาจใช้เวลาทำความสะอาด มิใช่เพราะคุณรู้สึกแย่หรือรู้สึกทนไม่ไหวกับความสกปรก แต่เพราะคุณรู้สึกดี ถ้าคุณให้เวลาในการทำความสะอาดและย้ายเข้ามาอยู่อย่างเหมาะสม คุณก็อาจเปลี่ยนห้องเช่าแสนโสโครกให้กลายเป็นบ้านอันแสนสบาย ศักดิ์ศรีของมนุษย์มิได้ดำรงอยู่บนพื้นฐานของความมั่งคั่งทางวัตถุ คนมั่งคั่งอาจใช้จ่ายเงินมหาศาลเพื่อเนรมิตบ้านให้โอ่อ่าหรูหรา แต่นั่นอาจเป็นเพียงความภูมิใจอย่างฉาบฉวย ศักดิ์ศรีนั้นอุบัติขึ้นจากการใช้สอยสิ่งที่มีอยู่ในตัวมนุษย์แล้ว โดยการกระทำสิ่งต่างๆด้วยน้ำมือของตนเอง ทำขึ้นอย่างงดงามและเหมาะสมที่นั่น คุณอาจทำสิ่งนี้ได้ แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด คุณก็อาจทำชีวิตให้สง่างามขึ้นมา "
จากบทที่ชื่อว่า.. ปล่อยให้เป็นไป
.................................................................................

"หลักการปัจจุบันขณะ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในความพยายามเพื่อสร้างสรรสังคมอริยะ คุณอาจสงสัยว่ามีหนทางใดที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือสังคม และคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณทำนั้นถูกต้องแล้วหรือดีแล้ว คำตอบเพียงหนึ่งเดียวคือปัจจุบันขณะ ปัจจุบันกาล เป็นเสาหลักที่สำคัญมาก ปัจจุบัน นั้นคือ ปัจจุบันที่แท้จริง ถ้าคุณไม่อาจเข้าถึงขณะนี้ได้ ก็นับว่าบิดเบือนเฉไฉ เพราะเหตุที่คุณกำลังแสวงหา ขณะนี้อันอื่น ซึ่งไม่มีทางจะหาได้พบ ถ้าคุณทำดังนั้นก็จะมีเพียงอดีตและอนาคตเท่านั้น
สังคมอริยะจะต้องตั้งอยู่บนรากฐานอันดีงาม ปัจจุบันขณะของสถานการณ์ภายในครอบครัวของคุณนั้นเองคือรากฐานดังกล่าว จากจุดนั้นเองที่คุณอาจแผ่ขยายออกไปโดยการถือเอาบ้านประดุจดังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ คุณก็อาจเข้าไปสู่เหตุการณ์ต่างๆในครอบครัวอย่างเต็มไปด้วยสติและความเบิกบาน แทนที่จะรู้สึกว่าคุณกำลังตกเป็นทาสของความสับสนวุ่นวาย การล้างจานและการทำครัวนั้นอาจดูเสมือนว่าเป็นของต่ำ เป็นการงานสามัญ แต่หากคุณดำรงสติร่วมไปกับการงาน นี้เท่ากับว่าคุณกำลังฝึกฝนตัวตนทั้งหมด ..........

มีอยู่บ่อยครั้ง ที่ผู้คนพากันคิดว่า การแก้ปัญหาของโลกนั้นจำต้องพิชิตโลกทั้งโลกให้มาอยู่ในกำมือ แทนที่จะไปสัมผัสโลกสัมผัสพื้นดิน นี่เป็นข้อสรุปของจิตใจแบบโลกอาทิตย์อัสดง คือพยายามที่จะพิชิตโลกเพื่อขจัดความเป็นจริงออกไป มีสเปรย์ดับกลิ่นหลายชนิดที่อาจป้องกันคุณมิให้สูดดมได้กลิ่นของโลกที่เป็นจริง และมีอาหารสำเร็จหลายชนิดที่อาจกีดกันคุณไว้จากการลิ้มรสอาหารธรรมชาติ ญานทัสนะของชัมบาลามิใช่ความพยายามที่จะสร้างโลกในจินตนาการขึ้นมา อันเป็นโลกซึ่งไม่มีใครต้องฝันร้ายหรือแลเห็นเลือด ญานทัสนะชัมบาลาเน้นหนักอยู่บนการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ ในโลกที่เป็นจริง..."

จากบทที่ชื่อว่า... ปัจจุบันขณะ
..........................................................................................
และนี่อาจเป็นข้อสรุปบางส่วนของหนทางเดินชีวิต หนทางเดินของเราทั้งหลายในโลกยุคใหม่
"สาระสำคัญอันเป็นพื้นฐานของคำสอนชัมบาลาก็คือ สิ่งอันประเสริฐสุดของชีวิตมนุษย์อาจประจักษ์ได้ภายใต้ภาวะแวดล้อมสามัญ นั่นคือปรีชาญานพื้นฐานของชัมบาลา ซึ่งก็คือเราอาจค้นพบชีวิตมนุษย์ซึ่งดีงาม มีความหมายได้ในโลกนี้ อย่างที่มันเป็น เป็นชีวิตซึ่งอาจรับใช้ผู้อื่นได้ด้วย นี่เองคือความร่ำรวยที่แท้จริงของเรา ในยุคซึ่งโลกกำลังเผชิญหน้าอยู่กับหายนะภัยจากนิวเคลียร์และความยากจนรวมถึงความอดอยากหิวโหย การปกครองชีวิตไว้บนโลกดังคนปกติแต่ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นมนุษย์ ภาพของนักรบในโลกนี้จะไม่แตกต่างไปจากนี้ "
จากบทที่ชื่อว่า.... จะปกครองอย่างไร
ศักดิ์ศรีของมนุษย์มิได้ดำรงอยู่บนพื้นฐานของความมั่งคั่งทางวัตถุ
ถ้าเรารู้จัก มั่งคั่งแบบพอเพียง ไทยเราคงสงบ น่าอยู่กว่านี้เยอะ
ถ้าเพียงแต่คนทุกคนในโลกนี้เข้าใจแนวทางที่ได้อ่านมาแล้วนี้ อีกไม่นานโลกก็จะมีความสงบ และมีสันติสุข สาธุ สาธุ
สวัสดีค่ะคุณกระติก
เห็นด้วยทุกประการเลยค่ะว่า ถ้าเรารู้จักมั่งคั่งแบบพอเพียงกัน ไทยเราคงสงบและน่าอยู่กว่านี้
สวัสดีค่ะพี่เตือน
ขอให้เป็นดังที่พี่เตือนว่าด้วยคน สาธุ สาธุ
อ้อ..เสื้อยืดที่ได้ถูกใจมากค่ะ โดยเฉพาะตัวหนังสือที่เขียนด้านหลัง น่าซื้อแจกชาวสยามทั้งหลาย ให้ใส่ไว้ช่วยเตือนใจ เตือนการกระทำต่างๆ ในชีวิตประจำวัน