ถ้าพี่ใหญ่ไม่ปล่อยน้ำลงมาโดยอ้างว่าประเทศเขาก็มีน้ำไม่พอใช้ แล้วน้องไทยน้องลาวจะใช้น้ำจากที่ไหน เหลือแต่น้ำใจก็ตายเหมือนกันนะพี่.....

        คราวนี้มาถึงบทสรุปการศึกษาดูงานภาคเหนือ เชียงราย หลวงน้ำทา และสิบสองปันนา  โดยในส่วนของเชียงรายและหลวงน้ำทา ได้สรุปไปบางส่วนแล้ว ผมยังประทับใจถ้อยคำของแม่ยิงลาวที่ใช้ในการพูดอธิบายให้เราฟังเรื่องราวของสหพันธ์แม่ยิงลาว ถ้าไม่เอามาเล่าสู่กันฟังก็จะน่าเสียดาย เพราะถ้อยคำไพเราะมาก  ในโอกาสที่เราได้พบกันเขาบอกว่า

ในโอกาสอันสง่าราศีนี้ 

จะกล่าวขอโทษ ก็จะพูดว่า ขออภัยโทษ เน๊าะ น่ารักมาก

จากเชียงราย หลวงน้ำทา ก็เหลือแต่สิบสองปันนาที่ยังจะต้องมาว่ากันในคราวนี้ ถามว่าทำไมถึงเรียกว่าสิบสองปันนา

       สิบสองปันนา มีความหมายว่า "นาสิบสองพัน" หรือ "นา 12,000 ผืน" อีกนัยหนึ่งก็คือ 12 เมือง มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองเชียงรุ่ง (จีน: 景洪 จิ่งหง) เป็นเมืองของชาวไทลื้อ  มีคนไตกับชาวฮั่นจำนวนพอๆกัน แต่ไตมากกว่านิดหน่อย รองลงมาก็คืออาข่า นอกนั้นมีจำนวนน้อย เช่น ลาหู่ ยี ปะหล่อง แม้วหรือม้ง เย้า ไป๋   ตามเอกสารที่ได้บันทึกเมื่อปี พ.ศ. 2113 จัดแบ่งไว้ ดังนี้

๑.เมืองเชียงรุ่ง เมืองยาง เมืองฮำ รวมเป็น 1 พันนา

๒.เมืองแจ เมืองมาง(ฟากตะวันตก)เมืองเชียงลู เมืองออง เป็น 1 พันนา

๓.เมืองลวง เป็น 1 พันนา

๔.เมืองหน เมืองพาน เชียงลอ เป็น 1 พันนา

๕.เมืองฮาย เชียงเจือง เป็น 1 พันนา

๖.เมืองงาด เมืองขาง เมืองวัง เป็น 1 พันนา

๗.เมืองหล้า เมืองบาน เป็น 1 พันนา

๘.เมืองฮิง เมืองปาง เป็น 1 พันนา

๙.เชียงเหนือ เมืองลา เป็น 1 พันนา

๑๐.เมืองพง เมืองมาง (ฟากตะวันออก) เมืองหย่วน เป็น 1 พันนา

๑๑.เมืองอูเหนือ เมืองอูใต้ เป็น 1 พันนา

๑๒.เมืองเชียงทอง อีงู อีปาง เป็น 1 พันนา

รวมเป็น ๑๒ พันนา หรือ ๑๒ ปันนา   เมืองสิบสองปันนาในอดีตตกเป็นเมืองที่ถูกกระทำมากที่สุด ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการไปลาวบ้าง พม่าบ้าง ไทยบ้าง จีนบ้าง  เดิมทราบว่าจีนเข้มงวดกับวัฒนธรรมประเพณีต้องใช้ภาษาจีนเท่านั้น ห้ามการปฏิบัติทางศาสนา ฯลฯ ต่อมาได้ผ่อนปรนให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตนได้  ชนเผ่าต่างๆจึงได้รื้อฟื้นวัฒนธรรมของตนกลับคืนมา

        ผมมองการจัดการการท่องเที่ยวของสิบสองปันนาด้วยความเป็นห่วง เพราะที่โฮมสเตย์เราหนีความจริงไม่พ้นที่ว่าเจ้าของบ้านโฮมสเตย์ต่างมองเรื่องแขกเข้าพักที่บ้านเป็นผลประโยชน์ที่ตนจะต้องได้รับ ผมนั่งมองเจ้าของบ้านออกมาโวยว่าทำไมบ้านเขามีคนเพียงเท่านี้  แถมยังทราบจากเพื่อนๆว่าบางบ้านพอเข้าบ้านก็จะมีการขายของ เชียร์ให้แขกที่มาพักซื้อของตั้งแต่เข้าบ้านจนกระทั่งก่อนจะออกจากบ้านก็ยังเสนอขายของอยู่นั่น  เขาเข้าใจคำว่าโฮมสเตย์จริงๆหรือเปล่า ก็ได้แต่ปลง เพราะแทนที่เราจะไปนอนโฮมสเตย์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของเขา กลายเป็นว่าเขาพยายามเอาใจเราโดยการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้เรา มีคาราโอเกะให้ด้วย ซึ่งผมเห็นว่าไม่ใช่วิถีชีวิตของเขาที่เราจะไปศึกษา

        เท่านั้นยังไม่พอ เราไปเห็นการจัดการสถานที่ท่องเที่ยวทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด วัดทางพุทธศาสนา การจะเข้าไปเที่ยวชมก็ต้องเสียค่าบัตรผ่านประตู วัดที่กำลังสร้างใหม่ก็เช่นกัน ดูๆไปเหมือนเป็นการสร้างวัดเพื่อการท่องเที่ยว มิใช่สร้างวัดเพื่อทะนุบำรุงพระศาสนาเหมือนบ้านเรา  ดูๆไป ทุนนิยมกำลังครอบงำสิบสองปันนาอย่างน่ากลัว วิถีชีวิตของคนพื้นถิ่นที่อยู่กินแบบพอเพียง กำลังถูกเปลี่ยนแปลงอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว สงสัยว่าคนไตลื้อปรับตัวทันหรือเปล่า ผมเป็นห่วงญาติพี่น้องครับ...

จีนกำลังพัฒนาสิบสองปันนาให้เป็นประตูเศรษฐกิจ เพราะมีอาณาเขตติดต่อกับพม่าและลาว และกำลังจะทำสะพานเชื่อมระหว่างไทยลาวอีกจุดหนึ่ง เมื่อสำเร็จแล้วก็จะเป็นเส้นทางขนส่งทางบกยาวจากจีนถึงไทยได้เลย   เสียดายที่เราไม่มีโอกาสได้เยี่ยมชมเขตนิคมอุตสาหกรรมที่เมืองจิ่งหง ทราบว่ามีคนไทยเป็นผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้  เมืองจิ่งหงหรือเชียงรุ้งหรือเจงฮุ่ง นี้ จีนให้เป็นเขตปลอดอากรเพื่อจูงใจให้มีการลงทุนในจีน และเน้นทางด้านการขนส่งเป็นหลัก  

        การลงทุนในด้านอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ คือจีนกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมด้าน แปรรูปยางพารา อย่าลืมว่าผมได้เล่าให้ฟังว่าผมเห็นการปลูกยางพาราบนภูเขาทุกลูก จากชายแดนลาวมาถึงสิบสองปันนาตลอดเส้นทาง ลองคิดดูก็แล้วกันว่าเมื่อยางพาราได้ผลแล้วจีนจะมีผลผลิตเท่าใด จำเป็นหรือไม่ที่จะซื้อยางพาราจากไทย.....นอกจากนี้ยังมีหลักๆก็เป็นเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์,อุตสาหกรรมอาหาร

        เส้นทางขนส่งปัจจุบันใช้ทางเรือ เพื่อลดต้นทุน ที่เราเห็นตอนมาขึ้นบกที่ท่าเชียงแสนก็คือผักและผลไม้ ระหว่างทางเราเห็นเรือที่แล่นสวนทางไปบรรทุกวัวควายไปทางจีน ระหว่างทางมีวิวสวยๆให้ชม  เชื่อว่ามีการระเบิดเกาะแก่งบางตอนเพื่อให้เรือเดินได้สะดวก นี่ถ้าเป็นเขตบ้านเราก็คงถูกติฉินนินทาว่าทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ไม่เห็นใครต่อต้านจีนกันจริงจัง ทราบมาว่าจีนทำเขื่อนเสร็จไปแล้วประมาณ ๑๐ เขื่อน ก็ไม่เห็นมีใครกล้าโวยกับพี่ใหญ่อย่างจีน ต่อไปถ้าพี่ใหญ่ไม่ปล่อยน้ำลงมาโดยอ้างว่าประเทศเขาก็มีน้ำไม่พอใช้  แล้วน้องไทยน้องลาวจะใช้น้ำจากที่ไหน เหลือแต่น้ำใจก็ตายเหมือนกันนะพี่.....

 

ขอบคุณข้อมูล

ไกด์จากบริษัท พีดีทัวร์

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2384 18 ธ.ค.  - 20 ธ.ค. 2551