ความเหงาไม่เคยทำให้ใครตาย

       เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินเนอะ แป๊บๆ นี่ก็จะผ่านไปอีก 1 ปีแล้ว เดือนหน้าก็จะครบ 1 ปี ที่ฉันทำงานในทะเลแล้วซิเนี่ย รู้สึกเหมือนเพิ่งจะมาทำงานเลย ตั้งแต่ทำงานในทะเล ทำให้บางครั้งฉันก็ลืมวันสำคัญต่างๆ ไปเหมือนกัน ฉันจำแค่เพียงว่าวันไหนวันทำงาน แล้วก็วันไหนวันหยุดพักของฉันเท่านั้น วันหยุดนัตขัตฤกษ์น่ะเหรอคะ ไม่มีผลอะไรต่อวันทำงานของฉันเลย ถ้าตรงกับวันทำงานก็ต้องทำค่ะ อย่างเช่นปีนี้เป็นต้น ฉันต้องทำงานข้ามปีเลย  กว่าจะขึ้นฝั่งก็เกือบกลางๆ เดือนมกราคม พ.ศ. 2552 แน่ะค่ะ วันสิ้นปี (31 ธันวาคม) หรือวันขึ้นต้นปีใหม่ (1 มกราคม) เป็นวันที่พนักงานมนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่ได้หยุดงาน และได้ไปเฉลิมฉลอง จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ กับครอบครัวหรือเพื่อนๆ แต่ฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้ คงแอบเหงาๆ นิดหนึ่ง แต่ยังดีหน่อย ที่ทางเรือมีจัดตกแต่งสถานที่ พร้อมเตรียมอาหารคาวหวานมากมาย เพื่อฉลองเทศกาลปีใหม่ให้กับพนักงาน อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการปลอบใจพนักงานทุกคนที่จากบ้านมาทำงานกลางทะเล โดยส่วนตัวแล้วฉันไม่ได้เป็นคน Home Sick อาจจะเป็นเพราะว่าการที่ฉันเป็นลูกคนเดียว ทำให้ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโต ฉันก็ชินกับการอยู่คนเดียวบ่อยๆ จึงสามารถที่จะอยู่คนเดียวได้โดยไม่เหงา (เป็นบ้างในบางครั้ง) เพราะฉันมีวิธีแก้เหงาค่ะ ถ้าอยู่บนฝั่งวิธีแก้เหงา อาจจะมีเยอะแยะ เพราะมีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย แต่การที่ต้องทำงานอยู่กลางทะเล มันก็มีข้อจำกัด เพราะเราไม่สามารถที่จะออกนอกสถานที่ได้ วิธีแก้เหงาอย่างแรกเลยสำหรับฉันก็คือ "วิธีคิด" ค่ะ เราต้องไม่คิดมาก ไม่คิดว่าทำไมอย่างโน้น ทำไมอย่างนี้ ในเมื่อเราเลือกแล้วว่าเราจะทำงานตรงนี้ นั่นก็หมายถึงว่าเราต้องยอมรับเงื่อนไขข้อนี้ด้วยนะคะ วิธีแก้เหงาข้อต่อมาค่ะ หลังเลิกงานแล้วฉันจะไปออกกำลังกายที่ห้องยิม นอกจากหายเหงาแล้วยังมีผลพลอยได้ คือทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีรูปร่างที่ดีแถมให้ด้วย อิๆๆ นอกจากนี้ฉันยังใช้เวลาว่างก่อนนอนไปกับการอ่านหนังสือ (แม็กกาซีนทั่วไป, นิยาย) หรือไม่ก็ดูหนัง ฟังเพลง เรื่อยเปื่อย วิธีง่ายๆ แค่นี้แหละค่ะ ก็ทำให้ฉันหายเหงาไปได้เยอะเลย เพื่อนๆ ล่ะค่ะ มีวิธีแก้เหงากันอย่างไรบ้าง? บันทึกต่อไป มาดู"ข้อดีของการทำงาน Offshore" กันค่ะ