ผมจะไม่เสียเวลามาทะเลาะในเรื่องความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาเดียวกันหรือคนละศาสนาก็ตาม...มันเสียเวลาครับ...

            ผมขึ้นหัวเรื่องหลายคนคงงงแน่ๆ โดยเฉพาะท่านที่เป็นมุสลิม  ผมมีเพื่อนเป็นบาทหลวง คือบาทหลวงวิชัย โภคทวี และมีเพื่อนเกือบเป็นบาทหลวง คือ อ.ไทยวัฒน์  นิลเขต (อยู่เอเบค) ทุกปีวันคริสต์มาส ท่านก็จะอวยพรผม และทุกวันอีด(ตรุษ)ทั้งสอง ผมก็จะอวยพรท่าน มาปีนี้ท่านก็อีเมล์มาอวยพรเช่นเคย เรารักกันมาก ท่านบาทหลวงวิชัย บอกผมว่าเราเป็นลูกเมียหลวงกับเมียน้อย

            ใครที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของศาสนาจะเข้าใจว่า ทั้งสองศาสนามีที่มาไม่แตกต่างกันมากนัก บรรพบุรุษของทั้งสองศาสดาก็คือท่านศาสดาอิบรอฮีม(อับราฮัม) ท่านศาสดาอีซา หรือเยซู เป็นทายาท ของอิบรอฮีม ทางแม่แรก ส่วนท่านศาสดาอิสมาอีล เป็นทายาททางแม่ที่สอง (อิสมาอีลเป็นบรรพบุรุษของท่านศาสดามุฮัมมัด ศาสดาสุดท้ายของอิสลาม) มุสลิมมีความเชื่อว่า ท่านศาสดาอีซาหรือเยซู คือศาสดาท่านหนึ่ง ของอิสลามด้วย หากใครไม่เชื่อถือว่า มุรตัด (ตกศาสนา) ฉะนั้นวันคริสต์มาส มุสลิมก็มีส่วนร่วมในฐานะศาสดาท่านหนึ่งของอิสลาม ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระผู้เป็นเจ้า เฉกเช่น ท่านศาสดามุฮัมมัด  ในประเทศปาเลสไตน์ ผู้นำประเทศจะไปร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้เช่นกัน ที่นครเยรูซาเลม ซึ่งถือเป็นสถานที่สำคัญของทั้งสามศาสนา คือ ยูดาย(ยิว) คริสต์ และอิสลาม ประมุขของมุสลิมกับประมุขของคริตส์ ต่างก็เข้าใจประเด็นนี้

            ความแตกต่างอยู่ตรงที่มุสลิม มีความเชื่อว่า ท่านอีซาหรือเยซู เป็นศาสดา(รอซูล) ของพระเจ้า เช่นเดียวกับท่านศาสดามุฮัมมัด อิสลาม(อิสลามคือศาสนา มุสลิมคือผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม) เชื่อว่าท่านมิได้มีฐานะเป็นพระบุตร ด้วยเหตุว่า อิสลามมีศรัทธาเกี่ยวกับพระเจ้าที่แตกต่างจากคริตส์และศาสนาอื่นๆตรงที่ว่า พระเจ้า(อัลเลาะฮ์) แตกต่างจากสิ่งที่ถูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ หรือสิ่งของ  พระเจ้าของอิสลาม จึงไม่มีบุตร ไม่มีผู้ให้กำเนิด พระเจ้าของอิสลามจึงอยู่ในฐานะที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง กับการจิตนาการ ของมนุษย์ เราจึงไม่เคยเห็นภาพของพระเจ้า ของอิสลามว่าเป็นเช่นไร และถ้าบังอาจจิตนาการก็จะมีความผิดที่รุนแรงมาก

            อิสลามจึงไม่ถือว่า เยซูหรือ ศาสดาอีซา เป็นบุตรของพระเจ้า แต่มารดาของท่าน คือพระนางมาเรีย หรือในคัมภีร์อัล-กุรอ่าน เรียกว่า มัรยำ ไม่มีสามี อิสลามเชื่อว่า การถือกำเนิด ของอีซา นั้น เป็นความสามารถในการดลบันดาลของพระเจ้า

            ทำไมความเชื่อถึงแตกต่างกันขนาดนี้ ท่านไม่ต้องมองอื่นไกล มองไปที่ศาสนาของเราแต่ละคน แค่ศาสนาเดียวกัน ผ่านล่วงเลยมาจนบัดนี้ แต่ละศาสนามีกี่นิกาย หลายศาสนาคนละนิกาย ความเชื่อก็แตกต่างกันอย่างมากมายถึงขนาดรบราฆ่าฟันกัน เช่น นิกาย ซุนนี่กับชีอะต์ ในอิสลาม  หรือคาทอลิคกับโปรแตสแตน หรือ ทางพุทธ สันติอโศก ถึงกับมีเพื่อนผมบางคน เป็นครูด้วยนะ บอกผมว่า อย่าไปสันติอโศก  เป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ผมเห็นว่า แนวคิดในเชิงพุทธพาณิชย์ต่างหากที่ไม่ถูกต้อง ผมจะไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสายไหน นิกายไหน เพราะผมเคารพในความเชื่อของแต่ละคน และยึดคำสอนของอิสลามที่ว่า ไม่มีการบังคับในการนับถือศาสนา แต่มีข้อแม้ว่า ในเมื่อคุณนับถือ ศาสนานี้แล้ว คุณก็ต้องทำตามหลักคำสอนของศาสนานั้น เช่นเดียวกันกับคุณอยู่ในประเทศใด ก็ต้องทำตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ

            ผมจะไม่เสียเวลามาทะเลาะในเรื่องความเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาเดียวกันหรือคนละศาสนาก็ตาม...มันเสียเวลาครับ...