สวัสดีครับทุกท่าน
ที่ได้อ่านข้อความของผม
วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ได้มาเจอกันผมดีใจมากครับที่ท่านให้ความสนใจในข้อเขียนของ
ผม บางครั้งการเขียนของผมก็อาจจะไม่น่าอ่านเท่าที่ควรแต่ผมเขียนจากความเป็นจริงแต่ผม
แต่งสำนวนไม่เก่งจึงอ่านดูแล้วไม่เหมือนมืออาชีพเขาเขียนกัน แต่ทุกเรื่องที่นำมาให้ท่านได้อ่าน
กันนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริงแทบทั้งนั้น เหนือสิ่งอื่นใดผมก็ต้องขออภัยในบางครั้งที่เขียนแล้วไม่น่า
อ่านน่าชวนติดตามแต่อย่างไรเสีย ผมขอคำแนะนำจากทุกท่านด้วย ด้วยความเต็มใจและขอ
น้อมรับในคำติชมนั้นๆ
วันนี้ผมก็มีเรื่องที่จะนำมาเล่าในวันนี้ก็เคยเขียนบอกไปนานแล้วครับเกี่ยวกับเรื่องของ
คนตกงาน คนตกงานเกิดจากจุดอิ่มตัวของผู้ซื้อระดับหนึ่งเพราะของที่ซื้อไปใช้ในครอบครัวนั้น
จะเป็นไปได้อย่างที่จะต้องซื้อทุกวันเช่น รถยนต์ โทรทัศน์ พัดลม วิทยุและอีกมากมาย และอีก
อย่างหนึ่งก็บอกว่าให้ประหยัดทุกคนต้องใช้จ่ายให้น้อยที่สุดจะซื้อของใช้ก็ให้จำเป็นเท่านั้นค่อย
ซื้อ เมื่อเป็นอย่างนั้นใครจะซื้อตลอดเวลา จึงทำให้การซื้อลดลงเพราะทุกคนต้องประหยัดจะซื้อ
เท่าที่จำเป็นเท่านั้นจริงๆ ผมเคยบอกว่าประเทศของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ทุกคนใน
ประเทศมีอาชีพหลักคือ การทำนา ทำสวน ทำไร่ เรามาช่วยพัฒนาประเทศใน ด้านเกษตรกรรม
กสิกรรม และเลี้ยงสัตว์ ไม่ดีกว่าหรือ เพราะมนุษย์ทุกคนต้องกินอาหารด้วยกันทั้งนั้น
อย่างเวลานี้เราตกใจกันมากเพราะคนตกงาน บริษัทเลิกจ้างประชาชนในประเทศของเราใจไม่ดี
เพราะเราไปยึดติดกับเงินเดือนกันมากเกินไป ไม่ยอมกลับภูมิลำเนาเดิมเพื่อไปพัฒนาท้องถิ่นให้
เจริญใน ด้านเกษตรกรรม กสิกรรม เลี้ยงสัตว์ ไม่ดีกว่าหรือและค่าใช้จ่ายน้อยไม่ต้องเช่าบ้านเขา
อยู่ ไม่ต้องจากถิ่นและบ้านที่ตัวรัก อยู่ใกล้ครอบครัวมีความอบอุ่นดีมาก ค่าใช้จ่ายน้อยมาก ผม
พูดอยู่ตลอดเวลาว่ากลับภูมิลำเนาถิ่นเกิดดีที่สุด บ้านเราที่เคยอยู่ยังต้องการให้เรากลับไปพัฒนา
บ้านเกิดอีกมากแต่เราไม่กลับกันไปเท่านั้นยอมเป็นลูกจ้างเขา พอเขาเลิกจ้างเรารับไม่ได้ทำใจไม่
ได้สิ่งนี้จึงสร้างความหนักใจให้ตัวเรามากและเป็นปัญหาของชาติไปเลย
คนที่ตกงานตอนนี้ปีใหม่แล้วจะเพิ่มขึ้นอีกมากมายสิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นปัญหาหนักมาก
ของรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศในขณะนี้ ผมขออนุญาติให้คำแนะนำสัก สาม สี่ข้อ ด้วยกัน
1.หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับคนตกงานต้องรีบออกสำรวจด่วนว่าคนตกงานมีจำนวนเท่าใดให้
แน่นอน
2.ให้คนที่ตกงานแจ้งความประสงค์ว่าจะกลับภูมิลำเนาเดิมหรือไม่ ถ้ากลับต้องจ่ายค่าขนส่งให้
คนตกงานให้หน่วยราชการปลายทางเซ็นต์รับทราบด้วย
3.สำรวจตรวจสอบว่าคนที่ตกงานมีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง เช่นจักสานเป็น มีความชำนาญ
ด้านแกะสลัก และช่างฝีมืออีกมากมายอย่านี้หน่วยราชการต้องรีบดำเนินการด่วนที่สุดให้การ
สนับสนุนคนทำงานฝีมือเมื่อมีผลงานออกมาต้องให้หน่วยราชการนั้นรับซื้องานฝีมือนั้นทันทีไม่มี
การกดราคาหรือไม่ซื้อและไม่ให้ความร่วมมือไม่ได้เป็นอันขาด
4.ผู้ที่ทำนาได้มีที่นาแต่ไม่มีทุนทำนาหน่วยงานของรัฐต้องรีบดำเนินการด่วนให้เงินยืมโดยไม่คิด
ดอกเบี้ย แล้วผ่อนชำระเงินที่ยืมระยะยาวเมื่อผ่อนหมดสามารถยืมใหม่ได้อีกข้าวที่ผลิตได้ก็รีบ
นำไปขายให้รัฐได้ทันทีเมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว
5.ผู้ที่ไม่มีฝีมืออะไรเลยก็ต้องอบรมงานด้านฝีมือให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นรัฐต้องให้
เปล่า เมื่อผ่านการฝึกอบรมงานด้านฝีมือแล้วรัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินทุนด้วยมากน้อย
แล้วแต่อาชีพที่จะทำต่างๆเหล่านั้น เมื่อผลิตผลงานออกมาได้แล้วขายที่ไหนไม่ได้ต้องนำมาขาย
ให้กับรัฐทุกอย่างที่ผลิตจากคนตกงานเหล่านี้รัฐต้องรีบให้การสนับสนุนโดยด่วนทันที นี่คือการ
แก้ปัญหาที่มองเห็นเป็นรูปธรรมได้ ขอให้รัฐช่วยทำตามนี้คนตกงานก็จะมีงานทำอย่างต่อเนื่อง
ผมขอเอาใจช่วยคนตกงานครับ เพราะเมื่อ สี่สิบปี ที่ผ่านมา ผมก็เคยตกงาน เตารีด
เสื้อ กางเกง ผมยังต้องเอาไปจำนำเลยครับ มันแย่จริงจริงหัวอกคนตกงานเพราะฉะนั้นผมขอ
เอาใจช่วยนะครับทุกคน ทุกอย่างของชีวิตมีทางแก้ไขขออย่าทุกอย่างใจร้อนนะครับผมเป็นห่วง
ไม่อย่ากได้ยินข่าวที่ไม่ดีของคนตกงาน มันเศร้าใจเอาเป็นว่าต้องเข้มแข็ง ถึงเราจะเป็นหนี้เขาก็
ขอเวลาเขาหน่อยเมื่อถึงเวลา ผ่านนาทีวิกฤติไปแล้ว อะไรๆมันก็จะค่อยๆดีขึ้นเอง นายทุนเจ้า
หนี้ทั้งหลายก็โอนอ่อนผ่อนตามบ้างนะครับ อย่ายึดสัญญาให้มากนักเพราะคนตกงานก็จะแย่อยู่
แล้ว เพราะผมเข้าใจดีหัวอกของคนตกงานมันช้ำขนาดไหน เอาละครับเอาเป็นว่าผมขอเอาใจ
ช่วยผู้ที่ตกงานด้วยนะครับ
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ
สุดท้ายนี้ผมขอให้กำลังใจกับผู้ที่ตกงานทุกคนครับว่าจงอดทน จงเข้มแข็ง จงหนักแน่น
สร้างความคิดใหม่ สิ่งใหม่ๆให้กับตัวเองต่อไป ขอให้คุณพระคุ้มครองทุกท่าน มีพลานามัย
สมบูรณ์ อยู่ดีมีสุขทุกท่านครับ
สวัสดีครับ
จากแก้ว สาริกา
เห็นด้วยกับแนวทาวที่ว่ามาทุกประการ งานนี้รัฐน่าจะสร้างวิกฤตให้เป็นโอกาส คือ ส่งเสริมงานด้านหัตกรรมเกษตรกรรมเพื่อส่งขายทั้วประเทศและต่าง ๆ ประเทศ รัฐต้องหาตลาดให่ด้วยจะดีมาก ๆ เลยนะครับ
บ้านส่วนใหญ่จะมีหลังคา หากไม่มีหลังคา เค้าก็จะเรียกว่าตึกมั้ง
สำนึกรักบ้านเกิด สำนึกรักหลังคาบ้านค่ะ
สวัสดีคะมาให้กำลังใจค่ะ
คนในชนบทเริ่มกลับมาสู่บ้านเกิดอีกครั้งแล้วค่ะ
พื้นฐานเราคืออาชีพเกษตรกรรม
แต่คนหนุ่มสาวหนีเข้าเมือง
มาอยู่บ้านอีกครั้ง จริงๆอยู่ได้ ถ้าเราอยู่แบบพอเพียง
บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ งานในชุมชนยังพอมีให้ทำ
เลยไม่ให้น้องชายไปทำงานในเมืองค่ะ ให้มาช่วยทำนา
อิอิอิ จะได้มีคนมาปลูกข้าวให้กิน