จารุวัจน์ شافعى
ผศ.ดร. จารุวัจน์ ชาฟีอีย์ สองเมือง

เป็นคนกลาง


วันนี้นอกจากงานสอง ก็มีอีกสองงานครับ คือ จัดการกับห้องเรียนออนไลน์ และการเป็นคนกลางประสานใจเข้าด้วยกัน งานชิ้นแรกยังไม่เสร็จครับ ระบบ moodle ที่นำมาใช้ยังมีปัญหาในการส่งเมลไปยังผู้สมัครสำหรับการยืนยันการสมัครเข้าระบบครับ ซึ่งแทนที่จะส่งไปยังอีเมลที่ผู้สมัครพิมพ์ไว้ กลับกลายเป็นว่า มาเป็นอีเมลตีกลับในช่องจดหมายเข้าของผมทั้งหมด อันนี้ไม่รู้ว่าจะต้องเป็นเซ็ตค่าที่ไหนอีก จนปัญญาจริงๆ ฮือ ฮือ ที่เดาไว้เบื้องต้น คิดว่า อาจจะเพราะเว็บที่เช่านี้ไม่ให้บริการ pop3 เลยส่งไม่ได้หรือกระไร ลองโทรถามคนที่น่าจะตอบได้ ก็ปรากฏตอบไม่ได้เหมือนกัน เอาเป็นว่าลองผิดลองถูกต่อไปครับ

ส่วนเรื่องที่สองที่วันนี้ (นอกเหนือจากการสอน) คือ การเป็นคนกลาง อันนี้เป็นอามานะห์ (ความไว้วางใจที่ได้รับมอบมา) จากคนๆ หนึ่ง ให้ทำหน้าที่ประสานรอยร้าวระหว่างแม่กับลูก ซึ่งลูกก็ไม่ใช่ใครที่ไหนครับเป็นนักศึกษาในคณะ รับมาทำเนื่องจากไม่สามารถปฏิเสธได้ด้วยเหตุผลทั้งปวง ความจริงรับหน้าที่นี้มาตั้งแต่เมื่อวันพฤหัส ซึ่งคุยกันผ่านทางโทรศัพท์เกือบชั่วโมงได้ครับ วันนี้หลังงานสอนก็โทรหานักศึกษา ปรากฏเขากำลังจะไปเรียน เลยบอกว่า วันหลังค่อยแวะมาหาผมแล้วกัน

ปรากฏบ่ายโมงกว่า นักศึกษามาถึงที่บ้านเลยครับ ในขณะที่ผมกำลังจะพาครอบครัวออกไปทานข้าวเที่ยงนอกบ้าน พร้อมกับจะไปเยี่ยมปู่ย่าของลูกที่บันนังสตา ก็เลยต้องคุยกับแขกที่มาเยี่ยมก่อน ปรากฏกว่าจะคุยกันเสร็จและเห็นแนวทางของนักศึกษาได้ก็บ่ายสามครับ สรุปว่า ผมต้องไปซื้อก๋วยเตี๋ยวปากซอยมากินกันเป็นอาหารมื้อเที่ยงตอนบ่ายสามเกือบสี่โมง ฮิฮิ ดูว่าอิลฮามจะหิวมาก สงสารจริงๆ แต่เพราะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ครับ ดีที่ภรรยาผมทราบเรื่องล่วงหน้าแล้วว่าผมรับปากคนๆ หนึ่งจะมายุ่งเรื่องในครอบครัวนักศึกษา เธอเลยเข้าใจว่า เรื่องนี้สำคัญ ไม่มีง่อน แม้จะผิดนัดก็ตาม

เมื่อแม่ก็มีเหตุผลหนึ่ง ลูกก็มีอีกเหตุผลหนึ่ง คนเป็นแม่ก็คิดว่าตนเองยอมที่สุดเท่าที่จะยอมได้แล้ว อื่นจากนี้ยอมไม่ได้แล้ว ส่วนลูกก็คิดว่าตนเองทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำได้แล้วครับ แต่การยอมของทั้งสองคนยังไม่ได้ทำให้เส้นทางสองเส้นมาบรรจบกันได้ครับ ผมเลยต้องทำหน้าที่เป็นคนทำถนนเชื่อมต่อสองเส้นนี้ ซึ่งผมไม่ค่อยชอบหน้าที่นี้เท่าไร เนื่องจากส่วนใหญ่คนทำเรื่องแบบนี้เจ็บตัวเป็นประจำ

ผมฟังลูกพูดแล้ว แม่พูดแล้ว ผมก็ตอบได้ว่า ไม่มีใครผิดครับ ถูกทั้งคู่ แล้วคนกลางอย่างผมทำไงดี เลยต้องงัดเอาสันติวิธีมาใช้ครับ วันนี้ผมกระตุ้นให้คนเป็นลูกพูดออกมาให้มากที่สุด เท่าที่เขาจะพูดให้ผมฟังได้ แรกๆ เขาก็ไม่ค่อยจะยอมเล่าทั้งหมดครับ ผมก็เลยต้องเอาชีวิตผมมาเล่าบ้างให้เขามั่นใจว่า ผมจริงใจนะ เขาจึงเล่าให้ผมฟัง สุดท้ายเขาบอกผมว่า ที่เขาไม่มาปรึกษาผมก่อน เพราะเขามั่นใจว่า ผมจะค้านในสิ่งที่เขาตัดสินใจ แต่จากที่เขาคุยกับผม เขาจึงรู้ว่าผมไม่คิดจะค้านความคิดเห็นของเขา ผมพร้อมฟังเขา แต่ตอนนี้เขาเดินทางมาไกลพอสมควรแล้วครับ ผมพยายามบอกเขาว่า ผมไม่ได้ตำหนิเขา ผมเพียงแค่อยากสะกิดเขาว่า ทางข้างหน้าก็ยังต้องอีกยาวไกล คิดสักนิดหรือมัยละ ผมมั่นใจว่า "ความอดทน" จะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า คุณเป็นคนจริงได้หรือเปล่า คุณอดทนแล้วยังละ เพื่อแม่ที่เขารักคุณมาก

เขาอัดอั้นมานานมากแล้วครับ วันนี้เขาได้ระบายออกกับผมไปพร้อมๆ กับน้ำตาครับ ฮือ ผมไม่ค่อยได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายมานานแล้วครับ แต่ผมว่า น้ำตานั้นน่าจะไม่เสียเปล่า

เสร็จจากการสนทนา ภรรยาถามผมว่า เสร็จเรียบร้อยมัย คำตอบของผมคือ ไม่หรอก เรื่องนี้คุยครั้งเดียวไม่มีทางสำเร็จ ที่สำคัญผมต้องโทรไปคุยกับแม่ของเขาด้วย ซึ่งอันนี้น่าจะหนักเอาการสำหรับผม

เรื่องแม่กับลูกคู่นี้ส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมของคนในสามจังหวัดนี้กับมุสลิมนอกสามจังหวัดครับ บางทีการให้ค่าของบางอย่างสำหรับมุสลิมในสามจังหวัดกับนอกสามจังหวัดค่อนข้างต่างกัน เรื่องนี้ผมเคยถกกับอาจารย์หลายท่านในมหาวิทยาลัย ถึงแม้ปัจจุบันผมจะคิดค่อนข้างมาเหมือนกับคนในสามจังหวัด แต่ผมก็เข้าใจดีว่าคนนอกสามจังหวัดคิดกับเรื่องนี้อย่างไร (อ้าวก็ผมไม่ใช่คนสามจังหวัดนิ)

ผมคิดว่า ผมคงไม่ทำถึงขั้นเอานิ้วก้อยแม่กับลูกมาเกี่ยวกันแล้วเดินไปด้วยกันหรอกครับ ผมแค่อยากให้สองคนนี้สามารถนำประเด็นความเห็นไม่ลงรอยกันนี้กลับมานั่งคุยกันได้ในบ้านเท่านั้นเอง เพราะตอนนี้เมื่อฝ่ายหนึ่งเริ่มประเด็นนี้ การสนทนาก็จบลงทันที แล้วก็กลายเป็นว่า ทั้งสองคนไม่อยากจะคุยกันเท่าไรนัก โดยเฉพาะเรื่องนี้ (แล้วเรื่องนี้คือเรื่องอะไรล่ะ อันนี้โดยจรรยาบรรณแล้ว ขอไม่บอกแล้วกันครับ)

 

คำสำคัญ (Tags): #คนกลาง
หมายเลขบันทึก: 231065เขียนเมื่อ 21 ธันวาคม 2008 21:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน 2012 02:23 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (2)

สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครู

เห็นชื่อบันทึก ตอนแรกนึกว่า " เป็นคนกลางระหว่างใจเธอ" ซะอีกค่ะ คิดถึงนะค่ะรักษาสุขภาพด้วยเจ้าค่ะ...หนูจิ

ขอเอาใจช่วยให้การประสานใจ ครั้งนี้ลุล่วงไปได้ ด้วยดี

ไม่มีใครต้องเจ็บ ค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี