ผมได้ความรู้นี้มาจาก นพ. สุรจิต สุนทรธรรม แห่ง สปสช. เมื่อวันที่ ๘ ธ.ค. ๕๑ นพ. สุรจิต เล่าเรื่องเมื่อ ๒๐ ปีมาแล้ว ท่านทำวิจัยป้องกันมาลาเรียในทหารที่อยู่ในสมรภูมิชายแดน โดยการทดลองให้ทหารกลุ่มหนึ่งกินยาป้องกัน อีกกลุ่มหนึ่งกินยาหลอก (placebo) ผมที่ได้คือ ไม่มีทหารในหน่วยนั้นเป็นมาลาเรียเลย ทั้งกลุ่มกินยาจริง และกลุ่มกินยาหลอก ในขณะที่ทหารหน่วยอื่นเป็นมาลาเรียกันมาก และภายใน ๓ เดือนหลังโครงการวิจัยสิ้นสุด ทหารหน่วยนั้นก็มีคนเป็นมาลาเรีย และเป็นมากขึ้นในช่วงต่อๆ มา
อ. หมอสุรจิตบอกว่าได้เล่าให้ผมฟังเมื่อกว่าสิบปีมาแล้ว เพื่อขอความเห็นว่าจะแปลผลการวิจัยนี้ว่าอย่างไร และผมตอบว่า นี่คือ “ผลของการวิจัย” คือการวิจัยได้กระตุ้นให้ทหารทั้งหน่วยระมัดระวังตัว อ. หมอสุรจิตเล่าว่า ระหว่างช่วงวิจัย ใครไม่นอนกางมุ้งอย่างเรียบร้อยจะโดนเพื่อนด่า ว่าไม่ระวังตัว เดี๋ยวโดนยุงกัด แต่เมื่อจบโครงการวิจัย ทุกคนก็ผ่อนคลายการระมัดระวัง
นี่คือตัวอย่างที่ คลาสสิค ของการออกแบบวิจัย กระบวนการวิจัย และการแปลผลการวิจัย ที่ไม่ตรงไปตรงมา ต้องคิดถึง “ผลของการวิจัย” ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ธ.ค. ๕๑
รับความรู้จากประสบการณ์ของอาจารย์หมอ ครับ :)