เรื่องราวดีๆ ที่ มอ.ตรัง (3) : คุณค่า ศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิต มอ.

ถึงแม้ดิฉันจะจบการศึกษามานานแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าการให้โอวาสของท่านอาจารย์ยังทันสมัยและสามารถนำมาปรับใช้กับตนเองได้เป็นอย่างดี...และเป็นคุณค่า ศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิต ที่เราควรจะยึดถือตลอดชีวิต

วันนี้ถือเป็นวันดีที่สุดอีกวันหนึ่งของดิฉัน...ที่ได้มีโอกาสฟังโอวาสของ รศ.ดร.ปิติ ทฤษฎิคุณ รองอธิการบดี เขตการศึกษาตรัง เนื่องในวันปัจฉิมนิเทศ ประจำการศึกษา 2551

ถึงแม้ดิฉันจะจบการศึกษามานานแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าการให้โอวาสของท่านอาจารย์ยังทันสมัยและสามารถนำมาปรับใช้กับตนเองได้เป็นอย่างดี...และเป็นคุณค่า ศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิต ที่เราควรจะยึดถือตลอดชีวิต

"บันฑิตที่พึงประสงค์ของ มอ. นอกจากจะต้องมีความรู้ด้านวิชาชีพที่ยอดเยี่ยมแล้ว
 บัณฑิต มอ. จะต้องปฏิบัติงานอย่างมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ 
 บัณฑิต มอ. จะต้องเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม"

การจบการศึกษาเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิต การศึกษาเป็นการเติมน้ำมัน แต่เป็นการเติมน้ำมันในระยะทางหนึ่งเท่านั้น เมื่อบัณฑิตจบการศึกษา บัณฑิตต้องอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนเปลง ดังนั้น นักศึกษาทุกคนที่กำลังจะจบการศึกษาจะต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเราจึงสามารถแข่งขันผู้อื่นได้

วันนี้ดิฉันจึงได้ทบทวนย้ำเตือนในคุณค่า ศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิต มอ. เช่นกัน

วันนี้จึงเป็นวันที่ดิฉันมีความสุขมากอีกวัน

ขอบคุณคะ

ปิติกานต์ จันทร์แย้ม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พัฒนาองค์กร



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

มาชื่นชม คุณค่าแห่งความดี การศึกษษเป็นการเติมน้ำมัน จริงซิ เติมได้บ่อยๆ ด้วย ยิ่งช่วงนี้น้ำมันถูก อิอิ

เขียนเมื่อ 

ดีใจค่ะ... ที่น้องเมมีความสุข

ขอบคุณพี่สาวคนดี พี่ตุ๊กตาเป็นห่วงคะ

เราจะมีความสุขหรือไม่ อยู่ที่เรา

ความสุขมีอยู่ทั่วไปรอบตัวเรา อยู่ที่จิตของเราจะมองเห็นความสุขนั้นหรือไม่

ได้มีโอกาสอ่านบทความหนึ่งที่เขียนถึงความสุขดีมากและขอนำมาเล่าสู่กันฟัง

...เมื่อใดความทุกข์เข้ามาเยือน

สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวเรา

...เราต้องพลิกความเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นปกติ ธรรมดา เพราะทุกสิ่งเป็นความไม่แน่นอน (อนิจจัง) เป็นสิ่งที่เรายึดครองไม่ได้ (อนัตตา) เป็นความจริงแท้ เป็นธรรมชาติแท้ๆ

...ดังนั้นเราต้องตั้งสติ จงคิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเหตุปกติ "ถ้าเราคิดไม่ดี เชื่อไม่ดี เราก็จะมีอารมณ์ไม่ดี ความสุขจะเกิดกับเราก็ยากมาก"

...อีกทั้งความทุกข์ที่เกิดขึ้น ทำให้เรามีอารมณ์โกรธ อารมณ์น้อยใจต่างๆ นาๆ ซึ่งจะทำให้เกิดสารเคมีชนิดไม่ดีหลั่งในสมอง ทำให้ทุกข์ ทำให้เครียด ดังนี้นเราก็ควรเลือกที่จะไม่โกรธ ไม่น้อยใจดีกว่า

...เราต้องหัดคิดช้าๆ อย่างใจเย็นและมีเหตุผล อย่าเสียเวลาอยู่ในภาพความคิดซ้ำๆ ที่ไม่ดีกับตัวเอง เรามีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ดีๆ กว่าอีกมากมาย ให้ใช้เหตุผลให้มากขึ้น และ "หันมาไชโยกับชีวิตดีกว่า"

ขงเบ้ง
IP: xxx.12.73.18
เขียนเมื่อ 

พี่เองก็เป็นคนหนึ่งที่ภูมิใจในความเป็นศักดิ์และศรีแห่งบัณฑิตและมหาบัณฑิตม.อ. เช่นกัน