ขอบคุณคณบดี รองคณบดี หัวหน้าสนง คณะกายภาพบำบัดฯ ผอ. ว.ราชสุดา คณาจารย์กิจกรรมบำบัดและผู้บริหารคณะเทคนิกการแพทย์ มช. ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการไปศึกษาดูงานภาควิชากิจกรรมบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มช เมื่อ 15 ธ.ค.

เดิมผมเคยคิดว่า การเดินทางไปเยี่ยมชมคณะสมัยตนเองเป็นนักศึกษา คงได้ประโยชน์เพียงแค่ไปเยี่ยมและสนทนากับคณาจารย์ที่เคยสอน แต่การไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานหลักสูตรจากคณะสมัยตนเองเป็นนักศึกษาแบบเป็นทางการร่วมกับคณาจารย์ ม.มหิดล ...ผมจึงได้เรียนรู้เพิ่มเติมมากกว่าที่เคยคิดไว้ เพราะสาระประโยชน์จากการเยี่ยมชมและศึกษาดูงานครั้งนี้นำมาพัฒนาตนเองในฐานะผู้ที่กำลังบริหารและพัฒนาคุณภาพของหลักสูตรกิจกรรมบำบัด ซึ่งหลักสูตร ป. ตรี ใหม่ในคณะกายภาพบำบัดฯ ม.มหิดล ซึ่ง นศ. กิจกรรมบำบัด รุ่นแรก เทียบเท่ากับ นศ. กิจกรรมบำบัด มช. รุ่นที่ 29 ผมเองเป็นรุ่น 13 ของกิจกรรมบำบัด มช. นึกย้อนเวลาแล้วก็ทำให้นึกถึงประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่มีคุณค่ามากมาย ทำให้นำสาระของกิจกรรมมาพัฒนาตนเองอยู่จนถึงปัจจุบัน การมองภาพความก้าวหน้าของสถาบันและคณาจารย์ของตนเองย่อมสะท้อนให้เห็นสาระของประวัติศาสตร์ต่อการพัฒนาความก้าวหน้าของงานของตนเองในปัจจุบันได้ (อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมจากหนังสือ เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นดอกเตอร์ สนพ. แสงดาว หาซื้อได้ตามร้านซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาครับ)

ประเด็นที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อนำมาพัฒนางานที่ตนเองทำอยู่ ได้แก่

  • การจัดการเรียนการสอน นศ. กิจกรรมบำบัด ต้องมีการตั้งวัตถุประสงค์ตามความต้องการของผู้เรียนและสังคมไทย โดยผู้บริหารหลักสูตรและผู้สอนมีหน้าที่คิดวิเคราะห์ยุทธวิธีในการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุวัตถุประสงค์และนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนและประชากรโลกในชีวิตจริงได้อย่างสำเร็จ
  • การพัฒนาทักษะชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมและเหมาะสมกับบริบท ความสนใจ ความชอบ และกรอบความคิดของการสร้างวิชาชีพกิจกรรมบำบัดสู่สังคมไทย
  • การพัฒนาคนจากหลักสูตรที่มีวิชาการหลากหลาย ย่อมใช้เวลานานกว่าจะเกิดการบูรณาการที่ครบวงจรและสัมพันธภาพของการทำงานเป็นทีมระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา ผู้บริหารคณะและมหาวิทยาลัย คนในชุมชนที่ต้องการการเรียนรู้ คนในชุมชนที่ต่อต้าน และคนในชุมชนที่ไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะชีวิตแห่งสุขภาวะ
  • นักศึกษารู้จักคิดวิเคราะห์ด้วยความรู้คู่คุณธรรมเป็นผลลัพธ์ของการบริหารหลักสูตรที่ดี แต่ต้องอาศัยประสบการณ์และระยะเวลาในการพัฒนาอย่างมีลำดับขั้นตอน
  • การประสานงานกับทีมคณาจารย์และนักศึกษาอื่นๆ ในการจัดการเรียนการสอน เป็นการแสดงภาพการทำงานเป็นทีมและใช้ทรัพยากรบุคคล-สื่อการเรียนรู้ที่คุ้มค่า
  • การจัดการเรียนการสอนที่กำหนดชัดเจนและอย่านอกกรอบหรือเกินความคาดหวังของผู้สอน ต้องทำให้ผู้เรียนมีทิศทางที่เหมาะสม เช่น เนื้อหาที่เหมาะกับ นศ. ป.ตรี โดยไม่ใส่เนื้อหาที่อาจารย์ไปเล่าเรียนจนจบ ป. เอก มา และ field การฝึกงานพื้นฐานตั้งแต่ acute care, chronic care, community care, และ continuum care ในคนสุขภาพดี คนพิการ คนที่มีความบกพร่องแยกเฉพาะโรค ภาพรวม/องค์ประกอบที่ต้องพัฒนาทางร่างกาย จิตสังคม พัฒนาการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ทุกช่วงวัยและบริบท  
  • การเรียนรู้จากการให้นักศึกษามีโอกาสเห็นตัวอย่างการกระทำจากอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ ได้ยินคำสอนที่ทำให้เรียนรู้และเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างชัดเจร สัมผัสและลงมือปฏิบัติจริงภายให้การวิจารณ์ให้แก้ไขข้อผิดพลาดและรับรู้ข้อดีของตัวผู้เรียน และอาจารย์ต้องกระตุ้นนักศึกษาให้มีกระบวนการคิดไตร่ตรองขณะปฏิบัติและเกิดแรงจูงใจในการฝึกฝนจนเกิดทักษะที่ได้ตามเกณฑ์มาตราฐานของหลักสูตร สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญในการฝึกงานแบบ Psychomotor skills เช่น การฝึกคลินิกขั้นพื้นฐานกับผู้รับบริการหลายประเภท ไม่ต่ำกว่า 1,000 ชม. ตลอดปี 3-4 ของการเป็น นศ.กิจกรรมบำบัด
  • การสื่อสารแก่คนทั่วไปในสังคมให้เรียนรู้และรับทราบบทบาทหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัด เป็นเรื่องที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันตลอดชีวิตที่ดีของการประกอบวิชาชีพนักกิจกรรมบำบัด
  • งานทุกประเภท ต้องมีการคัดเลือกบุคลากรที่สนใจและรู้จักพัฒนาตนเองเป็นพื้นฐาน เพราะการทำงานร่วมกับ "คนที่ไม่มีความพร้อมเลยหรือเรียนรู้งานไม่ได้ดีภายใน 2 ปี" ย่อมต้องใช้เวลาปรับตัวและสร้างสัมพันธภาพในการทำงานอย่างไม่มีกำหนด