
ก่อนหน้านี้ ยังรู้สึกว่าเรื่องของ PCU เป็นเรื่องไกลตัว วันๆ ก็หมกหมุ่นอยู่ กับการจัดอัตรากำลัง เพื่อให้สามารถจัดการระบบในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยจำนวนมากมาย โดยที่ไม่รู้ว่า กำลังมีความสุขกับการทำงาน บนความล้มเหลวของสุขภาพประชาชน ผู้ป่วยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน จนทำให้อัตรากำลังที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ถ้าหากจะคิดเรื่องการจัดอัตรากำลังให้เพียงพอ กับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้ต้องใช้เวลาชั่วชีวิต ก็ยังไม่ รู้ว่าจะมีคำตอบใดๆ ทีจะมาประกันได้ว่า พวกเขา เหล่านั้น ได้พบแล้วหรือสุขภาพที่พึงประสงค์ .....สิ่งเหล่านี้ คือที่มาของการเดินไปบนเส้นทางคุณภาพ เพื่อการพัฒนา PCU ให้มีขีดความสามารถ เพียงหวังว่า PCU จะเป็นสถานบริการสุขภาพที่สามารถสกัดกั้นความเจ็บป่วยที่เป็นต้นเหตุแห่งความล้มเหลวของสุขภาพประชาชนในพื้นที่ได้บ้าง มันคือความหวังของทีมการพยาบาล ความยาก ที่ไม่ง่าย ของการเริ่มต้นเดินบนเส้นทางสุขภาพในฝัน ของ ผู้คนในพื้นที่
ท่ามกลางความคาดหวัง ของผู้คน ในพื้นที่ กับบริการสุขภาพทีได้รับจากภาครัฐ นับวัน จะลางเลือน และ เลวร้าย มากยิ่งขึ้น ความเจ็บป่วยมากมาย เป็นความเจ็บป่วยที่มาจากจุดเริ่มต้น ของความไม่รู้ ความไม่ใส่ใจ ในสุขภาพ ผู้คนเหล่านั้น ไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่รู้ ที่จะไม่ใส่ใจ แต่เรื่องราวมากมายที่ คนกลุ่ม หนึ่ง จะไม่มีโอกาสรู้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่ทุกคน จะรู้ได้ หากไม่มีความพยายาม ของกลุ่มหนึ่ง ที่จะให้ใครกลุ่มหนึ่งรับรู้ได้ เรื่องราวเลวร้ายมากมาย จึงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในสถานบริการสุขภาพ ของภาครัฐ... หากวันนี้ กับวันพรุ่งนี้ ไม่มีความแตกต่าง
เร็วๆหน่อยโว้ย .. ไอ้หนู ยายต้องพาแกไปฝาก ยายฝันข้างบ้าน เพราะวันนี้ยายต้องไปโรงพยาบาล จะไปเช้าตรู่ ก็กลัว โจรใต้ มันจะดักยิง เสียข้างทาง บ้านเมือง ก็ดูน่ากลัว จะไปในเวลาที่ชาวบ้าน เขาตื่นกันแล้ว ก็ไม่ทันคิวตรวจ เวรกรรมจริงๆ เกิดมาเป็นคนจน ถ้าไม่มีเอ็ง ไอ้แดง ... ข้าคงไม่ต้องเป็นห่วง จะเป็นอย่างไร ก็ช่าง ถ้าข้า ตาย ใครจะเลี้ยงเอ็ง เกิดมามีชีวิตที่ไม่เหมือนคนอื่น เดิน ก็ไม่ได้ ขาก็มาลีบไป เสียข้าง ใครๆ เขาบอกข้าว่า เอ็งเป็น โปลิโอ เพราะข้าไม่ได้พาไปฉีดยา แต่ข้าว่า ตอนข้าเล็กๆ ก็ไม่เห็นต้องฉีดยาอะไรสักอย่างนี้หว่า ข้า ว่า มันไม่เกี่ยวกับไอ้เรื่องหยูกยาหรอก อาจเพราะเอ็งต้องเกิดมาใช้กรรมชาติที่แล้ว.... กินข้าวเสีย ไม่ต้องมานั่งตาโด ฟังข้าบ่น เอ็งฟังไป ก็ไม่รู้เรื่องหรอก เพราะข้าบ่นเรื่องไม่ซ้ำกับ เมื่อวาน วันพรุ่งนี้ ข้าก็จะบ่นเรื่องใหม่อีก
และแล้วยายแม้น ก็ ได้คิวตรวจ เสียเกือบ เที่ยง ... ข้ารีบเกือบตาย มาถึงก็คิวที่ 90 กว่าแล้ว ...ข้าว่าแล้ว ถ้า ข้ามาตั้งแต่ตี 5 ก็ดี ก็คงจะได้คิว ที่ 4 หรือ 5 นะ แต่ข้า คงทำไม่ได้หรอก เอ้อ.. หมอจะตรวจอะไร ก็ตรวจเข้า..เถอะ จะได้ไปดูไอ้แดงมันกินข้าวเที่ยงเสียที่ ความล้มเหลว ของระบบงานผู้ป่วยนอก ในโรงพยาบาลของภาครัฐ นับวันก็จะเดินไปข้างหน้าอย่างถอยหลังไม่ได้ นอกจากจะมียอดผู้ป่วยที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้นอย่างไร้เหตุผลแล้ว ความสมดุลย์ ของอัตรากำลังแพทย์ และพยาบาล ก็ถอยห่างออกไปด้วยเช่นกัน ความเลวร้ายทั้งหมดทั้งปวง ก็คง ตกอยู่ที่ยายแม้น อย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ปิดบัตร แล้วเหรอ... แล้วน้าจะทำอย่างไรล๊ะ วันนี้ก็ลางานมาแล้ว .. ยังไม่ 10 โมง เลย ยายหนูจะให้น้าทำอย่างไรละ พรุ่งนี้ น้าคงลางานไม่ได้แล้ว ” คุณน้ามาช่วงบ่ายนะคะ เพราะตอนนี้ โรงพยาบาลปิดบัตรแล้วคะ ถึงอย่างไร ก็คงรับบัตรไม่ได้แล้ว วันนี้มีหมอเพียง 2 คน คือหนูอยากให้ทุกคนได้ตรวจรักษากับหมอทั้งนั้นแหละคะ แต่หมอ มีน้อย เอาเป็นว่าคุณน้าต้องจองคิวบ่ายไว้ก่อนนะคะ เพาะตอนนี้คิวบ่ายก็เกือบปิดแล้วคะ ถ้าไม่ตัดสินใจ อาจไม่ได้ตรวจวันนี้นะคะ “ ... ถ้าไม่ได้ยิน และไม่ได้เห็นด้วยตนเอง คงยังคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจริงในสถานบริการเพื่อสุขภาพ ของภาครัฐ ....ความเจ็บป่วย เป็นเรื่องราวที่รอได้ และเลือกได้แล้วจริงหรือ
เปาะจิ ..( ลุง ) ความจริง เปาะจิเป็นหวัดเล็กน้อย คราวต่อไป เปาะจิไปหาเจ้าหน้าที่ ทีสถานีอนามัยใกล้บ้านดีกว่านะ ได้ยาเหมือนกับมาที่โรงพยาบาล ไม่ต้องรอคิวนาน ไม่ต้อง เสียเวลา ไม่ต้องเสียค่ารถ และเดินทางไกล เสี่ยงอันตราย ระหว่างการเดินทาง อีกด้วย“
“ โอ้ย เปาะจิ ไม่ไปสถานีอนามัยหรอก ไม่มี บอมอบือซา ( หมอใหญ่ ) เปาะจิ อยากเจอ บอมอบือซา ได้ตรวจหัวใจเปาะจิให้ชัดๆ ได้ตรวจละเอียด วันนี้ ก็มากันหลายคนไม่ใช่เปาะจิคนเดียว มีเมาะ ( ป้า ) อีก 1 คน แล้วก็ อเนาะ ( ลูก ) อีก 2 คน มาแล้วตรวจให้หมด ไม่สบายทุกคนเลย .. นี้ ก็เหมารถ โซว์เลย่มานะ เพราะมาจาก บ้าน ดาโต๊ะ ( ตำบลหนึ่งในอำเภอหนองจิก ) มันไกลโขนะกว่ามาถึงโรงพยาบาล ........ คนไข้จำนวนไม่น้อยที่มาโรงพยาบาล เพราะอยากมาเจอแพทย์ โดย ไม่พยายามที่จะเข้าใจว่า การเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย กับการไปรับบริการที่สถานีอนามัยใกล้บ้าน มันมีคุณค่าที่ไม่แตกต่างกัน พวกเขาเหล่านั้น ต่างดิ้นร้นกันเข้ามาเพื่อพบกับแออัดในโรงพยาบาล และความล้มเหลวของสถานบริการ ที่ไม่สามารถจัดการบุคลากรให้เพียงพอกับความต้องการของผู้คนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตรากำลังของแพทย์ ที่ผู้ป่วยคาดหวังว่าจะมาโรงพยาบาล เพื่อได้เจอหมอใหญ่ที่พวกเขาต้องการ
พี่เอ๋ ..ช่วยแก้ปํญหาให้ด้วย ...เสียงโทรศัพท์ ที่เป็นเสียงคุ้นชิน ของน้องพยาบาลจุดคัดกรอง ซึ่งทุกครั้งที่เรารับสายโทรศัพท์ หมายถึงความล้มเหลว ของบริการที่ผู้ป่วยพึงได้รับ ที่พยาบาลจุดคัดกรองไม่สามารถจัดการระบบได้ด้วยข้อจำกัดของบุคลากรที่มีอยู่ และทุกครั้ง ก็เป็นคำถามที่ยังหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับผู้ป่วยไม่ได้ วันนี้ คงเหมือนวันวาน กับปัญหาที่เรารู้สึกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
“ วันนี้มีแพทย์ ลาด่วน 1 คน เนื่องจากคุณแม่ไม่สบาย ออกคลินิกพิเศษ 1 คน วันนี้ เป็นคลินิกเบาหวาน และอยู่เวร 1 คน เหลือแพทย์ ออก OPD เช้านี้เพียงคนเดียว ตอนนี้ ยังไม่ 8 โมง เลย คนไข้ เกือบ 100 แล้ว ยังมีคนไข้นัด ที่ยังไม่มาอีกหลายคน คิวเช้าคงต้องปิดตั้งแต่ยังไม่ 8 โมง ส่วนคิวบ่าย ก็ไม่รู้จะมีปัญญาเปิดรับได้หรือปล่าว เพราะที่รับไว้ก็ไม่รู้จะตรวจหมดตอนไหน .... เมื่อเช้า ก็มีผู้ป่วยที่เกิดอารมณ์ที่รับไม่ได้กับบริการของเรา เริ่มมีการปะทะกันบ้างเล็กน้อย แต่หนูก็จัดการไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้หนูรู้สึกแย่มากเลยพี่ กว่ามันจะหมดวันนี้ไปได้ ถ้าผู้ป่วยไม่ตายใส่หนู หนูก็คงตายใส่ผู้ป่วย ไม่รู้จะเปิดโรงพยาบาลไว้ทำไม เพราะไม่สามารถรับผู้ป่วยได้ .....”.
จำได้ว่าทุกครั้งที่เราต้องรับรู้เรื่อราวที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ขีดความสามารถของหัวหน้าพยาบาล ... การจัดการ กับอัตรากำลังพยาบาล ที่ไม่สมดุลย์ เป็นขีดความสามารถที่เราเรียนรู้ที่จะจัดการได้ เพราะมันคือสิ่งที่หัวหน้าพยาบาลจัดการมาตลอด ของข่วงชีวิต...ของการเป็นหัวหน้าพยาบาล แต่มาวันนี้... โจทย์ที่ต้องจัดการคือ การจัดการอัตรากำลังแพทย์ ให้สมดุลย์กับความต้องการ และบริการที่โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบ ไม่มีใครมอบหมายให้ทำ เพราะมันไม่ใช่ขีดความสามารถ ไม่มีใครบอกว่าเป็นหน้าที่ เพราะมันนอกเหนือหน้าที่ของหัวหน้าพยาบาล แต่มันคือจิตใต้สำนึก สำนึกของการเป็นผู้ให้ ให้การดูแลผู้ป่วย ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ มันเป็นโจทย์ที่ท้าทาย มันเป็นวิกฤตที่ให้โอกาสที่จะสร้าง ฝันให้เป็นจริงภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ในพื้นที่ ทำอย่างไร ให้ผู้คนที่เข้ามารับบริการในโรงพยาบาล ได้รับบริการที่พึงประสงค์ และวันหนึ่ง ผู้คนเหล่านั้น จะเข้าใจ และยอมรับกับบริการใกล้บ้าน ที่มีขีดความสามารถ เราต้องเริ่มต้นที่จะเก็บวิกฤตในวันนี้เพื่อสร้างโอกาส ให้กับพื้นที่ และ ผู้คน ... ของเรา ใน วันพรุ่งนี้
โรงพยาบาลหนองจิก เป็นโรงพยาบาลชุมชนชุมชน ขนาด 30 เตียง ที่มี ประชากรในความรับผิดชอบมากกว่า 70,000 คน มีพื้นที่ที่ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม มียอดผู้ป่วยอุบัติเหตุ สูงเป็นอันดับต้นๆ ของ โรงพยาบาลชุมชน ใน จังหวัดปัตตานี เป็นอำเภอที่มียอดผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บ และตาย เนื่องมาจาก เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นอันดับต้นๆของจังหวัดปัตตานี มีสถานบริการระดับรอง ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ โรงพยาลหนองจิก ถึง 15 แห่ง มี พื้นที่รอยต่อ กับอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และอำเภอเมืองจังหวัดปัตตานี ด้วยเหตุผลสนับสนุน จำนวนมากมาย จึงทำให้ยอดผู้ป่วยทีมารับบริการจากโรงพยาบาลหนองจิกในกรณีผู้ป่วยนอก มากถึง 180 - 250 คน / วัน
วันนี้ที่แตกต่างจากวันวาน .... ซึ่งวันพรุ่งนี้ เราก็คาดหวัง จะดีกว่าวันนี้ แม้ต้องใช้เวลาอีกนานเท่านาน แต่มันคือเส้นทางสุขภาพในฝันที่เราหวังว่ามันจะเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ โรงพยาบาลหนองจิก และเครือข่าย ...
เป็นไง .. วันนี้ มีแพทย์ออกตรวจ OPD คนเดียว เหรอ ... เสียงหัวหน้าพยาบาลที่เดิน Round หน่วยบริการ ในความรับผิดชอบในช่วงเช้า เป็นเสียงที่แจ่มใส และบ่งบอกถึงความมั่นใจ ในบริการที่พร้อมที่จะให้กับผู้ป่วยที่มารับบริการจากเรา วันนี้ คงเหมือนวันวาน เรามีแพทย์ ออกตรวจเพียง คนเดียว ด้วยเหตุผลทีแตกต่างกันไป แต่เราได้จัดพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป อีก 3 คน และคลินิกพิเศษ อีก 2 คน ทำให้เราสามารถรับผู้ป่วยในช่วงเข้า ได้ 100 ต้นๆ และสำรองคิวด่วนสำหรับผู้สูอายุ ผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส อื่นๆ เรามีกลไก สำหรับการคัดกรองผู้ป่วยที่รอได้ ให้มารับบริการในภาคบ่าย ด้วยวิธีที่เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ ที่จะทำให้ผู้ป่วยรับบัตรคิวในภาคบ่ายด้วยความสุข และปลอดภัย เรื่องราวของการปิดบัตรอย่างไร้เหตุผลจึงกลายเป็นตำนาน เรื่องเล่าของเราในอดีต .....
..... พยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป เป็นหลักสูตรเฉพาะทาง 4 เดือน ซึ่งโรงพยาบาลหนองจิก ได้ผลิต ไว้ 10 คน ในระยะ 2 ปี และมีแผนเรียน เวชปฏิบัติทั่วไป หลักสูตร 2 ปี อีก 4 คน เน้นการตรวจรักษาพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งโรงพยาบาลหนองจิกของเรา เป็นโรงพยาบาลชุมชนที่มีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาด้วยโรคที่ไม่ซับซ้อน และส่วนหนึ่งมาโรงพยาบาลด้วยความคาดหวังที่จะต้องเจอแพทย์ เราได้มีระบบการคัดกรองที่คัดกรองผู้ป่วยที่ไม่ซับซ้อน พบพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป มีระบบที่ปรึกษาโดยแพทย์ กรณีที่ตรวจแล้ว มีความซับซ้อนบ้างแต่ไม่ยุ่งยากนัก มีระบบส่งต่อแพทย์ กรณี ที่ตรวจโดยพยาบาล เวชปฏิบัติทั่วไป แล้วพบว่ามันมีความซับซ้อน ของการตรวจรักษาพยาบาลมาก มีการตรวจคุณภาพการตรวจรักษาโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์อย่างครบถ้วนทุกราย มีระบบการประชาสัมพันธ์ถึงบริการที่ไม่แตกต่าง แต่มากด้วย ความรักที่จะเป็นผู้ให้ในบริการที่พึงประสงค์ ด้วยระบบที่วางไว้อย่างรัดกุม และครบถ้วน ทำให้ผู้ป่วยยอมรับในความเป็นพยาบาลเวชปฏิบัติทั่วไป ของทีมพยาบาล ของโรงพยาบาลหนองจิก
มีการพัฒนา ศักยภาพของพยาบาลเฉพาะโรค ซึ่งได้นำร่องในโรคเบาหวาน ถุงลมโป่งพอง , หัวใจ และ ความดันโลหิตสูง มีการพัฒนา ระบบ One Stop Service โดยมีพยาบาลเฉพาะโรคดูแลระบบ และออกคลินิก ในช่วงที่กำหนด มีการวางแผน ในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังเฉพาะโรคต่อ เนื่องที่บ้าน
วันพรุ่งนี้ที่แตกต่าง ...กับการจัดการ ในการขยายขีดความสามารถในการตรวจรักษาพยาบาล โดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ลงพื้นที่สถานบริการระดับรอง ในความรับผิดชอบ ของ โรงพยาบาลหนองจิก เราได้สร้างพยาลเวชปฏิบัติทั่วไป ที่รับผิดชอบเป็นพี่เลี้ยง ระดับต้น ในการวางระบบการพัฒนาเครือข่าย โดยแบ่งเป็นโซน และมีแพทย์เป็น พี่เลี้ยงอีกระดับหนึ่ง เริ่มต้นคืนผู้ป่วยกลับ PCU โดย วางเป้าหมายแรกที่ผู้ป่วยเรื้อรัง กลุ่มเบาหวาน และ ความดันโลหิตสูง ที่ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และมีการพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างเป็นระบบ และเป็นขั้นตอน
เราคาดหวังที่จะเห็น OPD ของเรา หมดสภาพจากเป็นสลัม อย่างที่เป็นทุกวันนี้ ผู้ป่วย เข้าใจ และศรัทธาในสถานบริการระดับรอง ความคาดหวังที่จะพบแพทย์ในโรคที่ไม่ซับซ้อน ลดน้อยลง มีพยาบาลเฉพาะโรคเพิ่มมากขึ้น เกิด การจัดการของ Nurse Case Manager อย่างเป็นระบบ ...มีการสกัดกั้นโรคที่ไม่ซับซ้อน ให้สิ้นสุดวงจรที่จะเติบโตเป็นโรคที่ซับซ้อน ต่อไป ด้วยกลไกของสถานบริการระดับรอง
เรื่องราวมากมาย เหล่านี้ ... เป็นความยากที่ไม่ง่าย เวลา ..สุขภาพ กับการรอคอย ของทั้งผู้ให้ และผู้รับ จะเดินทางมาบรรจบกัน ณ จุด ๆหนึ่ง แม้ต้องใช้เวลาอีกนาน .....ตราบเท่านาน ..หรือนิรันด์ . ของความเป็นเรา
........................................................................................................................................