จากเมื่อคืนเขียนไว้ว่า เสียดายที่วันนี้จะไม่ได้เข้าร่วมงานนำเสนอโครงการวิจัยของชุมชน ปรากฏว่า สุดท้ายก็ได้เข้าร่วมครับ เนื่องจากมีการสับเปลี่ยนคาบสอนจากเพื่อนอาจารย์ท่านหนึ่ง ผมเลยมีเวลาว่างได้เข้าร่วมรับฟัง ทีแรกเขาจะให้ผมเป็นคนคอมเม้นต์ครับ แต่ไม่เห็นมีหนังสือเชิญ ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิอย่างที่เขาโทรมาชวนหรือเปล่า แต่ด้วยความอยากเรียนรู้ครับเลยตัดสินใจว่า ไม่เชิญก็จะไปครับ ฮิฮิ

ปรากฏว่าทันได้ฟังครับ แต่พอถึงเวลาให้ข้อเสนอแนะในช่วงภาคเช้า ผมก็ปลีกตัวหนีออกมาเสียก่อน เพราะเวลาละหมาดวันศุกร์ใกล้มากแล้ว ไอ้ผมไปช้าๆ ลำบากครับ เลยไม่รอฟังผู้ทรงคุณวุฒิพูดละครับ ส่วนช่วงบ่าย ผมเข้าสอนก่อนในสองชั่วโมงแรก จากนั้นบ่ายสามก็เข้าไปฟังอีกรอบหนึ่งครับ ปรากฏก็ไม่ได้ฟังอย่างตั้งใจครับ เนื่องจาก อ.กามารุดดีน ทีมวิจัยของผมโทรเข้ามาซักถามเกี่ยวกับข้อคอมเม้นงานวิจัยของผมและทีมงานโดยผู้ทรงคุณวุฒิเมื่อวันที่ห้าที่ผ่านมา เนื่องจากเมื่อคืนผมใช้เวลาทั้งคืนสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ท ซึ่งพบว่าข้อติสำคัญของผู้ทรงคุณวุฒินั่นปรากฏว่า ผมคิดว่าผมไม่ผิด และน่าจะเป็นความเข้าใจผิดของผู้ทรงคุณวุฒิเอง (ไอ้ที่ผิดชัดๆ นะก็มีครับ) ผลสรุปคือ เรายืนยันว่า จะไม่แก้ครับ จะคงไว้เหมือนเดิม แล้วจะเขียนชี้แจงไปเลยว่า มีความเข้าใจผิดเรื่องนี้ว่ากระไรบ้าง ฮิฮิ  

ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งคือ ผู้ทรงคุณวุฒิบอกว่า หนังสือที่เราใช้ในการอ้างอิง เป็นหนังสือที่มีข้อผิดพลาดเยอะมาก ซึ่งวันนั้นผมก็ชี้แจงประเด็นที่ท่านว่าผิดไปหลายข้อครับ ซึ่งสุดท้ายท่านก็ยอมรับว่า ไม่ผิดก็ได้ แต่ประเด็นนี้ยังคาใจผมอยู่เยอะครับ เลยได้คำตอบจากอ.กามารุดดีนว่า หนังสือเล่มนั้นปรับปรุงใหม่มาหลายครั้งแล้วครับ และประเด็นที่ผู้ทรงคุณวุฒิว่าผิดนั้นไม่เห็นมีการแก้ไขเลย แสดงว่าประเด็นนั้นน่าจะไม่ผิดแน่นอนครับ ฮือ ผมก็ว่างั้นแหละครับ

เสร็จจากการคุยโทรศัพท์ก็มานั่งฟังการนำเสนอโครงการวิจัยใหม่ครับ พอจะประติดประต่อได้ครับ เนื่องจากได้อ่านเอกสารไปก่อนแล้ว แล้วก็ได้เสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับกลุ่มงานวิจัยด้านการสอนอัลกุรอานแบบกีรออาตี ซึ่งมีหลายโครงการมากครับ แต่ดูแล้วพูดยากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวโครงการชุดใหญ่ที่จะดูแลโครงการย่อยๆ เนื่องจากจะดูแลอย่างไร เมื่อโครงการย่อยไปในแนวเดียวกัน ฮือ เล่าลำบากครับ ยิ่งจากคำพูดของอ.สุนทร เอง ที่บอกว่า ระบบการสอนแบบกีรออาตีย์จะคล้ายกับประเภทร้านขายไก่ทอดเคเอฟซี คือต้องทำทุกอย่างให้เหมือนกันทั้งหมดทั่วโลก อ้าว แล้วเราจะมาวิจัยอะไรต่อ

สำหรับผมจึงเสนอสองประเด็นครับ คือ การเรียนรู้ปัญหาและการแก้ปัญหาที่ละปัญหา โดยในโครงการย่อยอาจแบ่งกันไปทำคนละด้านครับ ไม่ใช่รุมทำรุมแก้กันทุกด้าน ส่วนโครงการใหญ่ก็ทำให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน อีกข้อหนึ่งคือ การสร้างนวัตกรรมใหม่จากการสอนปกติ

ส่วนโครงการที่ทำให้คนคอมเม้นต์อย่างผมอึ้งไปเลยครับ คือ โครงการเกี่ยวกับโรงเรียนตาดีกา ซึ่งจากการนำเสนอและโครงการยืนยันว่า รร.นี้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง ดีทุกเรื่อง แต่จะทำวิจัย จึงยอมรับว่าเป็นโครงการแรกในชีวิตผมเลยที่เขียนมาในแนวนี้ คือในโครงการไม่ได้บอกต่อด้วยซ้ำไปว่า ดีแล้วแล้วจะทำอะไรต่อละ ฟังการนำเสนอไป นึกถึงข้อเปรียบเทียบไปครับ ข้อเปรียบเทียบของผมคือ ปลาครับ

ปลาใดก็ตามที่ไม่ว่ายน้ำ ไม่ต้านกระแสน้ำบ้าง มันก็ปลาตายนั่นแหละครับ นึกไปถึงปลาไซมอล ที่ว่ายทวนกระแสน้ำ พอไปถึงจุดสุดยอดก็วางไข่ แล้วก็ตาย ซึ่งหากเอามาเปรียบเทียบกับองค์กรที่รู้สึกว่าถึงที่สุดแล้ว ดีที่สุดแล้ว ก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ ตายดีกว่า ฮิฮิ ข้อเสนอผมก็คือ ลองวิจัยทำวิสัยทัศน์ ทำเป้าหมายใหม่ดีมัยครับ เผือว่าจะได้เกิดความท้าทายใหม่